ก่อน “เทรดหุ้น” ต้องรู้ เครื่องหมายท้ายชื่อหุ้น มีอะไรบ้าง? หมายถึงอะไร?

319

ก่อน “เทรดหุ้น” ต้องรู้ กับประเด็นเครื่องหมายท้ายชื่อหุ้น ที่บางครั้งนักลงทุนมักจะเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษขึ้นต่อท้ายชื่อหุ้น บางครั้งเครื่องหมายท้ายหุ้นตระกูล X หรือบางครั้งเป็นตระกูล T และยังมีตัวอักษรอื่นๆ อีกหลายตัว “การเงินธนาคาร” จะพาไปทำความรู้จัก

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อธิบายถึงเครื่องหมายท้ายหุ้นว่า ตัวอักษรที่แสดงขึ้นมานั้นแสดงถึงความเคลื่อนไหวของหุ้น บางครั้งอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของนักลงทุนหรือการซื้อขายหุ้นนั้น โดยมีเครื่องหมายดังนี้

เครื่องหมายท้ายหุ้น ตระกูล X

เมื่อเจอเครื่องหมายท้ายหุ้น ตระกูล X นั้น หมายความว่าผู้ที่ซื้อหุ้นในวันที่ขึ้นเครื่องหมาย X ใด ๆ ก็ตาม จะไม่ได้รับสิทธิในเรื่องนั้น

  • XD (Excluding Dividend) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล
  • XR (Excluding Right) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่
  • XW (Excluding Warrant) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์
  • XS (Excluding Short-term Warrant) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้น
  • XT (Excluding Transferable Subscription Right) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้
  • XI (Excluding Interest) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
  • XP (Excluding Principal) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
  • XA (Excluding All) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่บริษัทประกาศให้ในคราวนั้น
  • XE (Excluding Exercise) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิในการนำตราสารสิทธิไปแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิง
  • XM (Excluding Meetings) : ผู้ซื้อไม่มีสิทธิเข้าประชุมผู้ถือหุ้น
  • XN (Excluding Capital Return) : ผู้ซื้อไม่มีสิทธิในการรับเงินคืนจากการลดทุน
  • XB (Excluding Other Benefit) : ผู้ซื้อไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ ในกรณีต่อไปนี้
    • สิทธิจองซื้อหุ้นบุริมสิทธิ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ
    • สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
    • สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท
    • สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในเครือ

เครื่องหมายท้ายหุ้น ตระกูล T

เมื่อเจอเครื่องหมายท้ายหุ้น ตระกูล T แสดงหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายตามระดับ 1 – 3 เป็นเครื่องหมายที่บอกระดับการติดแคชบาลานซ์ของหุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติ

  • T1 (Trading Alert Level 1) : ระดับ 1 Cash Balance
  • T2 (Trading Alert Level 2) : ระดับ 2 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance
  • T3 (Trading Alert Level 3) : ระดับ 3 ห้าม Net Settlement, ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance

โดย ตลท.อธิบายไว้ว่า Cash Balance หมายความว่านักลงทุนต้องซื้อหลักทรัพย์ด้วยบัญชีแคชบาลานซ์เท่านั้น โดยวางเงินสดไว้กับโบรกเกอร์เต็มจำนวนก่อนซื้อหลักทรัพย์ ส่วนห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย หมายความว่า ห้ามโบรกเกอร์ใช้หลักทรัพย์เป็นหลักประกันในการคำนวณวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ในทุกประเภทบัญชี และการห้าม Net Settlement หมายความว่า ห้ามโบรกเกอร์หักกลบราคาค่าซื้อกับราคาค่าขายหลักทรัพย์เดียวกันในวันเดียวกัน (ซื้อและขายหลักทรัพย์เดียวกันในวันเดียวกัน ค่าขายคืนเป็นวงเงินในวันทำการถัดไป)

เครื่องหมายท้ายหุ้นอื่น ๆ

นอกจากเครื่องหมายตระกูล X และตระกูล T แล้ว ยังมีเครื่องหมายอื่น ๆ ที่แสดงถึงการห้ามหรือเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในประเด็นต่าง ๆ

  • H (Trading Halt) : เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาไม่เกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นเครื่องหมาย H ดังนี้
    1. มีข้อมูลหรือข่าวสารที่สำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหลักทรัพย์ หรือต่อการตัดสินใจในการลงทุน หรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาของหลักทรัพย์ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับรายงานจากบริษัท และอยู่ในระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงและรอคำชี้แจงจากบริษัทและตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทสามารถชี้แจงได้ในทันที
    2. ภาวะการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทใดบริษัทหนึ่งน่าสงสัยว่าจะมีผู้ลงทุนบางกลุ่มทราบข้อมูลหรือข่าวสารที่สำคัญ และอยู่ในระหว่างการสอบถามข้อเท็จจริงจากบริษัท และตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทสามารถชี้แจงได้ทันที
    3. บริษัทร้องขอให้ตลาดหลักทรัพย์สั่งห้ามการซื้อขายหลักทรัพย์ของตนเป็นการชั่วคราวเนื่องจากบริษัทอยู่ในระหว่างรอการเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารที่สำคัญและตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทสามารถชี้แจงได้ในทันที
    4. มีเหตุอื่นใดที่อาจมีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการซื้อขายหลักทรัพย์นั้น

ซึ่งเมื่อเมื่อตลาดหลักทรัพย์พิจารณาแล้วว่าบริษัทเปิดเผยข้อมูลครบถ้วน ตลาดหลักทรัพย์สามารถปลดเครื่องหมาย H ได้ตลอดเวลาในระหว่างช่วงเวลาซื้อขาย

  • SP (Trading Suspension) : เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นเครื่องหมาย SP ดังนี้
    1. เมื่อเกิดกรณีเช่นเดียวกับข้อ 1 ถึง 3 ของการขึ้นเครื่องหมาย H และตลาดหลักทรัพย์เห็นว่าบริษัทไม่สามารถชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลได้ในทันที
    2. บริษัทฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง มติคณะกรรมการ ข้อตกลง ตลอดจนหนังสือเวียนที่ตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้บริษัทปฏิบัติตาม
    3. บริษัทไม่นำส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์ภายในเวลาที่กำหนด
    4. หลักทรัพย์อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอนหรืออยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานภาพเพื่อให้พ้นข่ายการถูกเพิกถอน
    5. หลักทรัพย์จะครบกำหนดเวลาในการไถ่ถอน หรือการแปลงสภาพ หรือการใช้สิทธิ หรือการขายคืน
    6. มีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการซื้อขายหลักทรัพย์
  • NP (Notice Pending) : บริษัทมีข้อมูลที่ต้องรายงาน และตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอข้อมูลจากบริษัท
  • NR (Notice Received) : ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการชี้แจงข้อมูลจากบริษัทแล้ว
  • NC (Non-Compliance) : บริษัทที่เข้าข่ายการถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ST (Stabilization) : หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน

– Pause : เป็นเครื่องหมายห้ามซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว โดยจะใช้กับหลักทรัพย์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนดให้เข้ามาตรการกำกับการซื้อขาย เนื่องจากสภาพการซื้อขายผิดปกติ
– Caution : เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าบริษัทจดทะเบียนมีเหตุการณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและการดำเนินธุรกิจ


ที่มา :

https://member.set.or.th/set/education/html.do?name=decode_strategy_invest_33&innerMenuId=19

https://www.set.or.th/th/market/information/trading-procedure/trading-signs