CPN คิกออฟ “Central Park” หมุดแรก 5 Mega Mixed-use แสนล้าน

571

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมาบิ๊กดีเวลลอปเปอร์ “CPN” ประกาศแผนการลงทุนระยะ 5 ปี หนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าจับตามองอย่างมากคือ แผนการปั้น 5 Mega Mixed-use ภายใต้งบกว่า 135,000 ล้านบาท

ตามแผนการลงทุนนี้จะทำให้พอร์ตของ CPN มีธุรกิจในมือมากกว่า 200 โครงการ ใน 30 เมือง ทั้งไทยและอาเซียน ประกอบด้วย ศูนย์การค้า 50 แห่ง, คอมมูนิตี้มอลล์ 17 แห่ง, ที่อยู่อาศัย 90 แห่ง, โรงแรม 37 แห่ง, อาคารสำนักงาน 13 แห่ง และ พื้นที่ใหม่ๆ Flex Office อีก 4 แห่ง โดยจะทำให้จำนวนโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นจาก 18 โครงการ ในปี 2566 เป็น 25 โครงการในปี 2570

อย่างไรก็ตามสำหรับแผนระยะสั้น 1-2 ปี ( 2566-2567) CPN มีโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและเตรียมเปิดบริการ ได้แก่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ (กำหนดเปิด 29 พ.ย.66) เซ็นทรัล นครสวรรค์ (Q1/2567) เซ็นทรัล นครปฐม (Q2/2567) เซ็นทรัล กระบี่ (Q4/2567) และโครงการอื่นๆ ที่เตรียมเปิดในปีนี้ ได้แก่ โรงแรม Centara Ayutthaya, โรงแรม Centara One Rayong, โรงแรม GO! Hotel

และโครงการที่อยู่อาศัย 6 โครงการ (NIRATI นครศรีธรรมราช บ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ 3 โครงการ และคอนโดมิเนียม ESCENT 2 โครงการ) นอกจากนี้ ยังมีโครงการ Mega Mixed-use “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” big project ที่ร่วมพัฒนากับบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) โดยจะทยอยเปิดให้บริการในปี 2567 เป็นต้นไป

ยึด Super Core CBD สีลม ปั้น “Central Park”

ขณะที่ 5 Mega Mixed-use ของ CPN เองเริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น ประเดิม โปรเจกต์ แรกด้วยการร่วมทุนกับบิ๊ก ฮอสพิทาลิตี้ อย่าง “ดุสิตธานี” ปั้นแบรนด์ใหม่ “Central Park” มูลค่าการลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนา 2 องค์ประกอบสำคัญคือ

ศูนย์การค้าบนพื้นที่130,000 ตร.ม. เตรียมเปิด Q3/2025 และอาคารสำนักงาน“Central Park Offices” บนพื้นที่ 130,000 ตร.ม. เตรียมเปิด Q2/2025 ในโครงการ Dusit Central Park มูลค่าโครงการ 46,000 ล้านบาท ประกอบด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม และ ที่พักอาศัย

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เปิดเผยว่า ตามแผนลงทุน 5 ปี CPN วางงบลงทุนราวๆ 135,000 ล้านบาท 200 โครงการ ครอบคลุม 30 เมืองในประเทศไทยและต่างประเทศ

ในส่วนของ 5 Mega Mixed-use เป็นโปรเจกต์ที่มีเงินลงทุนมากกว่า 20,000 ล้านบาทและมีพื้นที่โครงการมากกว่า 3.5 แสนตารางเมตรต่อโครงการทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล

CPN จะทยอยเปิดตัว “5 Mega Mixed-use” ออกมาอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปีนับตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป โดยแต่ละโปรเจกต์จะมีความ “ยูนีค” ที่แตกต่างกัน สำหรับแบรนด์ “Central Park” ในโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค

เป็นโครงการแรกที่ CPN จับมือร่วมกันกับดุสิตธานี พัฒนา Mega Mixed-use บนทำเล Super Core CBD รองรับทราฟฟิกกว่า 25 ล้านคนต่อปี และทำให้โครงการนี้เป็นแลนด์มาร์กระดับโลก

ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปีมาที่ Central Park ด้วย Global Attraction และ Global Events รวมถึง Global Brand Experience ต่างๆ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากที่Central World

ปักหมุดจุดตัดที่ 3 “สีลม” ต่อเกมยึด 4 ทิศ “เมืองกรุง”

ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน CPN มีโครงการมิกซ์ยูสบนจุดตัดสี่แยกตรงราชประสงค์คือCentralWorld จุดตัดชิดลมคือ Central Embassy และตอนนี้ CPN ปักหมุดจุดตัดที่ 3 สีลม

ซึ่งจุดนี้มีความสำคัญอย่างมากเพราะเป็นจุดตัดของรถไฟฟ้า MRT และ BTS และเป็นจุดเริ่มต้นของรถไฟฟ้าทั้ง 2 สายที่ดีที่สุดและมีทราฟฟิกลงสถานีมากที่สุด

นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมโยง 4 ด้านสำคัญของธุรกิจจาก 4 ทิศของกรุงเทพมหานครมุ่งสู่ใจกลางเดียวกันได้แก่ “ย่านราชประสงค์” ทางด้านทิศเหนือ, “ย่านสุขุมวิท” ด้านตะวันออก, “ย่านเจริญกรุง” ทางด้านทิศใต้

และ “ย่านเยาวราช” ทางด้านทิศตะวันตก เกิดเป็น Super Core CBD หรือ “The most unique” ในใจกลางของใจกลางเมืองกรุงเทพฯอีกด้วย”

เชื่อมต่อ Urban Rooftop Park ยกกรุงเทพเทียบชั้นมหานครระดับโลก

อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการคือ Rooftop Park ขนาด 7 ไร่ ตอบโจทย์แบบ Multi-Purpose Use ด้วยพื้นที่ Amphitheatre ให้ผู้คนได้มาพบปะ เล่นดนตรี หรือโชว์การแสดงขนาดเล็ก, Jogging Track ลู่วิ่งและ Trail ในสวนใจกลางเมือง

และ Day-to-night Gather & Feast Space ตอบโจทย์ Lifestyle และ Mindset ของคน เป็นศูนย์กลางของ Mindfulness Community ของกลุ่มคนที่ใส่ใจ Well-being, มี Lifestyle แบบ Active Living และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ

“นี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการสร้างพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ให้กับเมืองด้วย “Urban Rooftop Park” ขนาด 7ไร่ เชื่อมกับ “สวนลุมพินี” เช่นเดียวกับในต่างประเทศที่มีสวนขนาดใหญ่เป็นจุดกำเนิดของเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตของเมือง

ไม่ว่าจะเป็น Central Park ใจกลางนิวยอร์ก หรือ Hyde Park ใจกลางลอนดอน และที่นี่ “ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค” ที่กำลังจะเป็นแลนด์มาร์กใหม่”

อัพสเกลรีเทลเปิดเพิ่ม 3 มิกซ์ยูส

วัลยา กล่าวปิดท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 42 ปี CPN วางรากฐานในการยกระดับประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับ Retail landscape ทั้งในกรุงเทพฯและประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น The First Mix-Use project ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว หรือ Global Landmark ใจกลางกรุงเทพฯที่เซ็นทรัลเวิลด์ หรือFirst Outdoor Concept Mall ที่เซ็นทรัลอีสต์วิลล์และ Only luxury Mall The Best Global tourist destination ที่เซ็นทรัลภูเก็ต

และล่าสุด“Central Park” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ ทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มคนที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิต และการดึงดูดผู้คนจากทุกย่านในกรุงเทพฯที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ๆที่ไม่เคยมีมาก่อนใจกลางเมืองและดึงดูดผู้คนทั่วโลกมาที่นี่

“CPN เราพยายามยกระดับ The New luxury ให้กับเมือง ปีนี้เป็นปีที่เราจะมีอีก 3 Mixed-Use คือ “เซ็นทรัล อุบลราชธานี” ที่เปิดให้บริการทั้งส่วนของศูนย์การค้า ที่พักอาศัย โรงแรมและฮอลล์จัดงาน “เซ็นทรัล อยุธยา ” ที่กำลังจะเปิดโรงแรม Centara Ayutthaya

และสุดท้าย ระยอง ซึ่งตอนนี้มี Residence แล้วและกำลังจะมีโรงแรมในสิ้นปีนี้ ทั้งหมดนี้เป็นโมเดลที่เราเลือกหยิบศูนย์การค้าที่มีศักยภาพมาเพิ่ม Mixed-Use ซึ่งเราใช้เป็นโรดแมปเดินหน้าขยายธุรกิจมาตั้งแต่ต้นปี”

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :