ธุรกิจโรงหนังลุ้นฟื้นแรง อานิสงค์ปี 66 ยุคทองแห่งหนังไทย

519

นายสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2566 กระแสหนังไทยมาแรง ทำรายได้ทะลุ 100 ล้านบาท หลายเรื่องด้วยกัน อาทิ บ้านเช่าบูชายัญ ขุนพันธ์ 2 และ Long Live Love!

“ไตรมาส 1-2 ทราฟฟิกโรงหนังดีจากยอดผู้ชมภาพยนตร์ไทยที่มียอดขายอยู่ในระดับดี แต่มาสะดุดช่วงไตรมาส 3 จาก Mission: Impossible 7 พลาดเป้ารายได้เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา”

อย่างไรก็ดี คาดว่า ภาพยนตร์ช่วงไตรมาส 4 จะเข้ามาช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปในไตรมาส 3 ได้ ผ่านภาพยนตร์สุดฮอตอย่างสัปเหร่อ ที่ประเมินว่าอาจทำสปีดรายได้ถึงระดับ 1,000 ล้านบาท ได้สำเร็จ และดันให้เดือนตุลาคม ปี 2566 เป็นเดือนที่สร้างยอดได้ดีที่สุด โดยได้แรงส่งเสริมจากกระแสหนังฟอร์มยักษ์ ทั้ง ธี่หยด, เพื่อน (ไม่) สนิท ที่กำลังลงจอตอนนี้

ส่วนเดือนพฤศจิกายน ได้แรงอานิสงค์ จาก The Hunger Games : Ballad of Songbirds and Snakes ขณะที่เดือนธันวาคม มีอควาแมน 2 เข้ามาช่วยกระตุ้นยอดเพิ่ม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมองหารายได้จากช่องทางอื่น ๆ เช่น การเปิดฉายคอนเสิร์ตในโรงหนัง อย่าง The Eras Tour ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ทำเงินได้ 500 บาท/ที่นั่ง ตลอดจนการจัดกิจกรรมแฟนมีตในโรงหนัง ที่ทำรายได้สูง 600 – 1,200 บาท/ที่นั่ง จากราคาขายตั๋วภาพยนตร์ทั่วไปอยู่ที่ 260 บาท/ที่นั่ง

จากปัจจัยข้างต้น เชื่อว่า จะช่วยกระตุ้นธุรกิจโรงหนังปีนี้ให้เติบโตได้ตามเป้า โดยประเมินเอสเอฟจะทำรายได้แตะระดับ 3,000-4,000 ล้านบาท จากการขายตั๋วหนังทั้งปีที่ 18 ล้านใบ ฟื้นตัวกลับมา 80% เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด ปี 2562 และคาดว่าปี 2567 รายได้จะฟื้นตัว 100% เมื่อเทียบกับก่อนโควิด ที่ทำรายได้ระดับ 5,000 ล้านบาท

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง