นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 55.38 จุด เนื่องจากนลท.ระวังการซื้อขายก่อนพาวเวลแถลงคืนนี้

127

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (1 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังในการซื้อขายก่อนการแสดงสุนทรพจน์ของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะมีขึ้นคืนนี้ อย่างไรก็ดี นิกเกอิปิดลบเพียงเล็กน้อยเนื่องจากมีแรงซื้อหุ้นกลุ่มส่งออกจากการอ่อนค่าของสกุลเงินเยน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 33,431.51 จุด ลดลง 55.38 จุด หรือ -0.17%

หุ้นบวกนำตลาดได้แก่กลุ่มค้าส่ง รวมถึงกลุ่มบริการคลังสินค้าและการขนส่งท่าเรือ ขณะที่หุ้นลบนำโดยกลุ่มบริการ และกลุ่มเครื่องมือชั่งตวงวัด

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดลบในวันนี้ โดยนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีนซึ่งเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของออสเตรเลีย

ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 7,073.20 จุด ลดลง 14.10 จุด หรือ -0.20% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 7,285.10 จุด ลดลง 12.60 จุด หรือ -0.17%

นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจจีน แม้ว่าไฉซินและเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (1 ธ.ค.) โดยระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.7 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 49.5 ในเดือนต.ค.

ข้อมูลดังกล่าวสวนทางกับที่สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานเมื่อวานนี้ว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนพ.ย.ของจีนปรับตัวลงสู่ระดับ 49.4 จากระดับ 49.5 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกันเดือนที่ 2 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์คาดการณ์ว่าอาจอยู่ที่ 49.7 โดยดัชนีที่อยู่ต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตอยู่ในภาวะหดตัว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดบวกในวันนี้ หลังจากผลสำรวจของไฉซินและเอสแอนด์พี โกลบอลระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีนพุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบ 3 เดือน

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 3,031.64 จุด เพิ่มขึ้น 1.96 จุด หรือ +0.07%

ไฉซินและเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (1 ธ.ค.) โดยระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.7 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 49.5 ในเดือนต.ค.

ดัชนี PMI เดือนพ.ย.ของจีนขยายตัวแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 3 เดือน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 49.8 โดยได้แรงหนุนจากยอดสั่งซื้อที่ปรับตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ดัชนีที่อยู่สูงกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนมีการขยายตัว

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (1 ธ.ค.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และกลุ่มแบตเตอรี่ร่วงลง หลังจากที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงเมื่อคืนนี้ นำโดยหุ้นอินวิเดียและหุ้นเทสลา ส่วนสกุลเงินวอนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,505.01 จุด ลดลง 30.28 จุด หรือ -1.19% โดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลางที่ 504 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8.6 ล้านล้านวอน (6.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 489 ต่อ 386 ตัว

หุ้นซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ลดลง 1.1%, หุ้นเอสเค ไฮนิกซ์ ปรับตัวลง 0.97% และหุ้นแอลจี เอเนอร์จี โซลูชัน ร่วง 5.72%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ หลังจากเจพีมอร์แกนและเอชเอสบีซีคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะซบเซาลงอีก ส่วนดัชนีภาคการผลิตของจีนที่ขยายตัวได้ดีเกินคาดจากการรายงานของไฉซินและเอสแอนด์พี โกลบอลนั้น ไม่สามารถกระตุ้นบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นฮ่องกง

ทั้งนี้ ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 16,830.30 จุด ลดลง 212.58 จุด หรือ -1.25%

เจพีมอร์แกนและเอชเอสบีซีระบุว่า เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลงก่อนที่จะปรับตัวดีขึ้น เมื่อพิจารณาจากวิกฤตการณ์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งหนี้สินของรัฐบาลท้องถิ่น หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในภาคธนาคาร และความเชื่อมั่นที่ถดถอยลงของภาคเอกชน และคาดว่าตลาดหุ้นจีนอาจจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็ว ๆ นี้

การแสดงความเห็นดังกล่าวเป็นปัจจัยฉุดตลาดหุ้นฮ่องกงปิดในแดนลบ แม้ว่าไฉซินและเอสแอนด์พี โกลบอลเปิดเผยผลสำรวจในวันนี้ (1 ธ.ค.) โดยระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของจีน ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 50.7 ในเดือนพ.ย. จากระดับ 49.5 ในเดือนต.ค.ก็ตาม