นายกฯ เผยเตรียมส่งหนังสือสอบถามกฤษฎีกา กรณี พ.ร.บ.กู้เงิน ดิจิทัลวอลเล็ต ภายในสัปดาห์นี้

121

นายกฯ เผยได้พูดคุยกับ นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง จะมีการส่งหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ถึงการออก พ.ร.บ.กู้เงิน ดิจิทัลวอลเล็ต ภายในสิ้นสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงความคืบหน้าโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาทผ่านดิจิทัลวอลเล็ตว่า

ได้มีการพูดคุยกับ นายจุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง โดยจะมีการส่งหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา ถึงการออก พ.ร.บ.กู้เงินในโครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ภายในสิ้นสัปดาห์นี้

โดยก่อนหน้านี้ มื่อวันที่ 23 พ.ย.66 นายเศรษฐา กล่าวถึงความจำเป็นในการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ด้วยดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) 10,000 บาท และการออก พ.ร.บ.เงินกู้ ซึ่งสำหรับแหล่งเงินของ Digital Wallet นั้น ได้รับฟังคำแนะนำและความคิดเห็นจากหลายฝ่ายว่า Digital Wallet จะทำอย่างไรให้มีความโปร่งใส มีความชอบธรรม ถูกหลักนิติรัฐ

จึงเป็นที่มาที่รัฐบาลนี้ตัดสินใจที่จะออก พ.ร.บ.เงินกู้ ถ้าผู้แทนประชาชนที่อยู่ใน ครม. เห็นด้วย รวมทั้งกฤษฎีกา เห็นชอบก็ถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย และสุดท้าย พ.ร.บ. ต้องผ่านสภาฯ ซึ่งเป็นหน้าที่ของสภาฯ ที่ต้องลงรายละเอียดเพื่อให้รัฐบาลตอบในรายละเอียดทุกข้อให้ได้ และถ้ารัฐสภาฯ ผ่านเห็นชอบก็ถือว่าเป็นนโยบายที่มีความชอบธรรม ซึ่งผ่านการตรวจสอบของทุก ๆ ภาคส่วน

และกล่าวตอบคำถามถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ตจะต้องขยายเวลาออกไปหรือไม่ หลังนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ได้ออกมาระบุว่ายังไม่ได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อสอบถามความเห็นทางกฎหมายในการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ว่าเป็นไปตามหลักนิติธรรมหรือไม่ โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่า ยังอยู่ในกรอบระยะเวลาที่จะเริ่มดำเนินโครงการได้ในเดือนพฤษภาคม เชื่อว่าอีกไม่กี่วันคงจะส่งไปได้

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่ได้ชี้แจงกรอบระยะเวลาของการตรวจสอบโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แต่ได้มีการพูดคุยกันโดยได้ขอให้ทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน ซึ่งเป็นการพูดคุยเพียงแค่ครั้งเดียว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากคณะกรรมการกฤษฎีกาผ่านแสดงว่าเห็นชอบ ซึ่งการเสนอเข้าสู่สภาถือเป็นการเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงรายละเอียดให้สภาได้ซักถาม ซึ่งอยากให้ผ่านในทุก ๆ ขั้นตอน แม้อาจจะมีความล่าช้าไปบ้าง แต่ก็จะทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :