ธุรกิจกงสี & การร่วมทุนทำธุรกิจ กับคนต่างชาติ

1860

การประกอบธุรกิจโดยคนต่างชาติ หรือการร่วมทุนระหว่างคนไทยและคนต่างชาติ ในการประกอบธุรกิจในประเทศไทยนั้น มีมานานมากแล้ว โดยแต่เดิมการประกอบธุรกิจโดยคนต่างชาติ หรือมีคนต่างชาติร่วมทุน จะอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ตามประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 (ปว.281) ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2515 ต่อมาได้มีการยกเลิก ปว.281 และได้ใช้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เป็นกฎหมายหลักจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งบางท่านก็อาจจะคุ้นเคยกับการเรียกกฎหมายฉบับดังกล่าวว่า FBA ที่ย่อมาจากคำว่า Foreign Business Act

สำหรับธุรกิจกงสีที่ดำเนินธุรกิจผ่านบริษัทจำกัด โดยมีคนในครอบครัวเป็นผู้ถือหุ้น หากต้องการให้บริษัทของตนเติบโตอย่างก้าวกระโดด การร่วมทุนกับคนต่างชาติหรือบริษัทต่างชาติ อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ ซึ่งข้อดีของการร่วมทุนกับคนต่างชาติ หรือบริษัทต่างชาติ อาจทำให้ได้มาซึ่งเทคโนโลยี หรือ Know how ที่จะนำมาพัฒนาสินค้าหรือการให้บริการ ได้สิทธิในการผลิตสินค้าภายใต้ Brand หรือ Trademark ของบริษัทต่างชาติแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย หรือเพื่อที่จะได้ช่องทางด้านการจัดจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ เป็นต้น

การร่วมทุนกับคนต่างชาติ หรือบริษัทต่างชาติ สำหรับธุรกิจกงสี หรือสำหรับกรณีบริษัททั่วๆ ไปนั้น ก็มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่า FBA จะมีผลต่อการถือหุ้นของคนต่างชาติหรือบริษัทต่างชาติที่จะมาร่วมทุนในบริษัทของตนด้วยหรือไม่ หลักใหญ่ใจความสำคัญของ FBA ที่เกี่ยวกับการร่วมทุนกับต่างชาติก็จะเป็นเรื่องของการถือหุ้นในบริษัทโดยคนต่างชาติ หรือบริษัทที่ถือว่าเป็นคนต่างด้าวตาม FBA

ซึ่งบริษัทที่ถือว่าเป็นคนต่างด้าวตาม FBA หมายถึง นิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ หรือ นิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยแต่มีผู้ถือหุ้นที่เป็นคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% ของทุนจดทะเบียน

หากคนต่างชาติ หรือบริษัทที่ถือว่าเป็นคนต่างด้าวตาม FBA ถือหุ้นในบริษัทของธุรกิจกงสีในสัดส่วนตั้งแต่ 50% ของทุนจดทะเบียน จะถือว่าบริษัทนั้นเป็นคนต่างด้าวตาม FBA เมื่อถือว่าเป็นคนต่างด้าวก็จะมีข้อห้ามหรือข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจบางประเภทที่ได้ระบุไว้ในบัญชีท้ายของ FBA

ดังนั้น อันดับแรกที่ท่านควรจะพิจารณาหากต้องการให้ธุรกิจกงสีร่วมทุนกับต่างชาติก็คือ สัดส่วนของการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทจะเป็นสัดส่วนเท่าใด หากต่างชาติถือหุ้นไม่ถึง 50% บริษัทก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตาม FBA เพราะไม่ได้ถือว่าเป็นคนต่างด้าวตาม FBA

กรณีที่ต่างชาติต้องการร่วมลงทุนตั้งแต่ 50% ของทุนจดทะเบียน ซึ่งถือว่าเป็นคนต่างด้าวตาม FBA ก็จะต้องพิจารณาในลำดับถัดไปว่าการประกอบธุรกิจของกงสีนั้น ถูกจัดอยู่ในบัญชีท้ายของ FBA หรือไม่ ธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายก็จะประกอบไปด้วยธุรกิจที่ห้ามทำและธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะสามารถประกอบกิจการได้

  • ธุรกิจที่ห้ามทำ เช่น การค้าโบราณวัตถุของไทยหรือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ประกอบกิจการค้าที่ดิน
  • ธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาต เช่น การค้าปลีก การค้าส่ง การก่อสร้าง การให้บริการ การทำกิจการโรงแรม ซึ่งถ้าหากเป็นธุรกิจที่ต้องได้รับอนุญาตบริษัทของกงสีจะต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจากกระทรวงพาณิชย์จึงจะสามารถประกอบกิจการได้

ทั้งนี้ มีบางธุรกิจที่ FBA กำหนดให้ยกเว้นการขออนุญาตหากมีทุนจดทะเบียนตามที่ FBA ได้กำหนดไว้ เช่น การค้าปลีกหรือการค้าส่งจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่ได้เรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับประกอบกิจการค้าปลีกหรือค้าส่ง ซึ่งถ้าหากต้องการประกอบกิจการทั้งสองอย่างก็จะต้องมีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำที่ได้เรียกชำระแล้วไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่ไม่ได้จัดอยู่ในบัญชีท้ายของ FBA เช่น การขายสินค้าโดยการส่งออกไปต่างประเทศ ธุรกิจผลิตเพื่อจำหน่าย การถือหุ้นในบริษัทอื่น หากบริษัทที่มีสถานะเป็นคนต่างด้าวตาม FBA ต้องการประกอบกิจการดังกล่าว บริษัทนั้นสามารถประกอบกิจการได้เลยโดยมีทุนจดทะเบียนที่ได้เรียกชำระแล้วตามที่ FBA ได้กำหนดไว้นั้นก็คือไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท

นอกเหนือจาก FBA ข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับบริษัทที่ถือครองที่ดิน หากบริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยมีหุ้นที่ถือโดยคนต่างด้าวเกินกว่า 49% กรณีนี้จะถือว่าบริษัทดังกล่าวเป็นคนต่างด้าวตามประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทนั้นไม่สามารถถือครองที่ดินต่อไปได้และจะต้องจำหน่ายที่ดินภายในระยะเวลา 1 ปีตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้

การร่วมทุนกับต่างชาติแม้จะมีข้อดีตามที่ได้ยกตัวอย่างไปข้างต้น แต่ก็มีกฎหมายที่บริษัทจะต้องปฏิบัติตามเพิ่มเติมซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีโทษทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญาสำหรับกรรมการและบริษัท ดังนั้น การร่วมทุนกับคนต่างชาติจึงจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนให้รอบคอบ

โดยอาจจะปรึกษาสำนักงานกฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการร่วมทุนกับต่างชาติเพื่อที่จะได้ให้สำนักงานกฎหมายให้คำแนะนำแก่ท่านในเรื่องของการแบ่งสันปันส่วนหุ้น เงินปันผล กำหนดอำนาจในการบริหาร ฯลฯ ให้ตรงตามเจตนารมณ์ของการร่วมทุน รวมทั้งจัดทำสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น ดำเนินการขอใบอนุญาตต่างๆ เพื่อใช้ในการประกอบกิจการให้ครบถ้วน