นักวิเคราะห์คาด กลุ่มค้าปลีก การบริโภค Q4 อาจอ่อนตัวกว่าคาด ผู้บริโภคอั้นรอโครงการ e-tax refund ปี 67

96
CGS e-tax refund

บล.ซีจีเอสฯ คาดการใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยในเดือนธ.ค.นี้อาจลดลงอีก เหตุผู้บริโภครายได้ปานกลางถึงสูง อาจชะลอซื้อสินค้าที่มีราคาสูง อั้นไปซื้อในเดือนม.ค. ปีหน้าแทน เพื่อรับประโยชน์จากโครงการ e-tax refund ที่จะมีผล 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2567

ฝ่ายวิจัย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า โดยปกติแล้วไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นไตรมาสที่ผู้ค้าปลีกจะมีผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุด เพราะผู้บริโภคซื้อสินค้ากันคึกคักช่วงเทศกาลสิ้นปี

โดยในปี 2561-2565 ยอดขายและกำไรดำเนินงานปกติไตรมาส 4 ของผู้ค้าปลีก มีสัดส่วนเฉลี่ย 26.8% และ 30.7% ของยอดทั้งปี แต่ไตรมาส 4 ของปี 2566 นี้ พบว่ายอดขายมีแนวโน้มอ่อนตัว อาจทำให้สัดส่วนกำไรไตรมาส 4 ของค้าปลีกส่วนใหญ่ ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

ทั้งนี้จากการสำรวจการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของผู้ค้าปลีกช่วงเดือนต.ค.-พ.ย. 2566 พบว่าอุปสงค์(ความต้องการ)สินค้าฟุ่มเฟือยอ่อนตัวลง น่าจะมีสาเหตุจาก

1. กำลังซื้อลดลง เนื่องจากหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ยสูงขึ้น

2.ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายจากสภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว รวมทั้งความมั่งคั่ง (wealth effect) ลดลง หลังดัชนีหุ้นไทย SET ดิ่งลงแรง

โดยในเดือนต.ค.-พ.ย. 2566 กลุ่มแฟชั่นของ CRC ในไทยน่าจะมี SSSG อยู่ที่ -1% กลุ่มฮาร์ดไลน์ในไทยน่าจะอยู่ที่ -3% ส่วนผู้ประกอบการกลุ่ม Home Improvement ทุกบริษัท น่าจะมี SSSG ติดลบ (HMPRO -5%, GLOBAL -12.5%, DOHOME -1%, และไทวัสดุ บริษัทลูกของ CRC -3%)

ฝ่ายวิจัย ซีจีเอสฯเชื่อว่า การใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยในเดือนธ.ค.นี้อาจลดลงอีก เพราะผู้บริโภครายได้ปานกลางถึงสูง อาจชะลอซื้อสินค้าที่มีราคาสูง โดยไปซื้อในเดือนม.ค.2567 แทน เพื่อรับประโยชน์จากโครงการ e-tax refund ที่จะมีผลวันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2567

สำหรับผู้ค้าปลีกสินค้าประเภทอาหารนั้น ฝ่ายวิจัยฯคาดว่า SSSG จะเป็นบวกในเดือนต.ค.-พ.ย. 2566 (7-Eleven +3%, Makro +3%, Lotus’s Thailand +5%, BigC +0.1%, ซุปเปอร์มาร์เก็ตของ CRC ในไทย: +0.5%) ทั้งนี้เชื่อว่า Lotus ประเทศไทย น่าจะมี SSSG สูงสุดในกลุ่ม หนุนโดยการปรับกลยุทธ์หันมาจำหน่ายสินค้าอาหารมากขึ้น

ฝ่ายวิจัยฯยังคาดว่าคู่แข่งของ Lotus’s อย่าง BigC จะมียอดขายอาหารเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค.-พ.ย. 2566 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มฮาร์ดไลน์ของ Bigc ลดลงมาก จึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ BigC จะไม่เติบโตในช่วงดังกล่าว

CGS

แม้ว่ายอดขายที่คาดอ่อนตัว อาจกดดันราคาหุ้นของผู้ค้าปลีกในช่วงนี้ แต่มองเป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้นในราคาที่น่าสนใจเพราะปี 2567 น่าจะเป็นปีที่ดีขึ้นของผู้ค้าปลีก ผลจากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่นโครงการ e-tax refund และโครงการดิจิทัลวอลเล็ต

“เชื่อว่าผู้ค้าปลีกที่มีสัดส่วนสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัวสูง อย่าง CRC, DOHOME จะอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนช่วงครึ่งหลังปีหน้า เพราะคาดว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 68 จึงยังแนะนำ Overweight กลุ่มค้าปลีก โดยมี CPALL และ DOHOME เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม” บทวิเคราะห์บล.ซีจีเอสฯ ระบุ

สำหรับหุ้นแนะนำ ประกอบด้วย

CPALL ให้ราคาเป้าหมาย 76.50 บาท คาดว่ากำไร( EPS) เติบโตแข็งแกร่งในไตรมาส 4/66 และปี 2567 ช่วยหนุนราคาหุ้น อีกทั้งประเมินมูลค่าปัจจุบันที่ P/E 21 เท่าในปี 2567 ยังน่าสนใจ

ส่วน DOHOMEให้ราคาเป้าหมาย 14.60 บาท คาดว่าจะมี EPS เติบโตแข็งแกร่งสุด เป็นหุ้น Turnaround play ที่ดีสุดในกลุ่มค้าปลีกในปี 67 เนื่องจากจะมี SSSG ฟื้นตัว, อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นรวมทั้งมี Operating leverage

CRC ให้ราคาเป้าหมาย 46.25 บาท แม้คาดว่าราคาหุ้นจะมี sentiment เชิงลบ เมื่อรายงานผลประกอบการอ่อนตัวในไตรมาส 4 แต่เชื่อว่าเป็นโอกาสดีที่จะเข้าซื้อหุ้นก่อนที่ EPS จะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งในครึ่งหลังปี 2566 และปี 2568

ฝ่ายวิจัยฯมอง downside risk ของกลุ่มค้าปลีก จะมาจากค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น หากรัฐบาลไม่ต่อมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้า และการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ส่วนปัจจัยบวกคือสถิตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่แข็งแกร่ง และยอดส่งออกที่เพิ่มขึ้น น่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ