อินเทล ขาดทุนยับ 7 พันล้านดอลลาร์ ยิ่งกดดันหนัก ขณะไล่ตาม TSMC-ซัมซุง

117
อินเทล

อินเทล ขาดทุน 7 พันล้านดอลลาร์ ในธุรกิจผลิตชิป ซ้ำรายได้ยังลด ขณะที่ลงทุนอย่างหนัก หวังไล่ตาม TSMC และ ซัมซุง

วันที่ 3 เมษายน 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า อินเทล (Intel) เปิดเผยว่า ธุรกิจผลิตชิป เผชิญกับการขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของบริษัท

ในขณะที่กำลังพยายามไล่ตามคู่แข่งเช่น ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟกเจอริง คอมปานี (Taiwan Semiconductor Manufacturing Company) หรือ TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปสัญญาจ้างรายใหญ่ที่สุดในโลก และซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics)

ในปี 2566 อินเทลรายงานผลงานขาดทุนจากการดำเนินงาน 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าการขาดทุน 5.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565 นอกจากนี้แล้ว รายได้อยู่ที่ 1.89 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 ซึ่งลดลง 31% จากระดับ 2.749 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2565

ราคาหุ้นของอินเทลร่วงลง 4.3% หลังจากยื่นเอกสารรายงานผลกระกอบการต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC)

นายแพท เกลซิงเกอร์ ซีอีโอของอินเทลกล่าวว่า ปี 2567 มีแนวโน้มว่าจะเป็นปีที่ธุรกิจผลิตชิปของอินเทลจะเผชิญกับการขาดทุนมากที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม อินเทลตั้งเป้าว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ในประมาณปี 2570

นายเกลซิงเกอร์กล่าวว่า ธุรกิจการผลิตชิปได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจที่พลาดไปในอดีต รวมถึงการจ้างบริษัทอื่น เช่น TSMC ในการผลิตแผ่นเวเฟอร์ ประมาณ 30% และการปฏิเสธที่จะลงทุนในเครื่องจักรผลิตชิปชนิดอัลตราไวโอเลตขั้นสูง (EUV) จากเอเอสเอ็มแอล (ASML) บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ โดยแม้เครื่องจักรเหล่านี้ถึงแม้จะมีราคาสูงมากกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเครื่อง แต่ก็มีความคุ้มค่ามากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องจักรผลิตชิปรุ่นก่อน ๆ

อินเทลตั้งเป้าว่าจะลดการจ้างบริษัทอื่นผลิตแผ่นเวเฟอร์ลงเป็น 20% และได้เปลี่ยนมาใช้เครื่องจักร EUV ซึ่งครอบคลุมการผลิตที่หลากหลายมากขึ้น และเริ่มยกเลิกเครื่องจักรรุ่นเก่า

นอกจากนี้แล้ว อินเทลยังตั้งเป้าว่าจะลงทุน 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นสร้างหรือขยายโรงงงานผลิตเซมิคอนดักเตอร์ใน 4 รัฐ ของสหรัฐ เพื่อไล่ตามซึ่งความสำเร็จของกลยุทธ์การฟื้นฟูธุรกิจนี้ขึ้นอยู่กับการดึงดูดให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาทำสัญญาจ้างผลิตชิปให้มากขึ้น

อ้างอิง : reuters.com

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :