ดึงผู้ซื้อกระเป๋าเข้าไทย แก้เกม ส่งออก อัญมณี-เครื่องประดับหดตัว

49

อัญมณีและเครื่องประดับไทยขยายตัวช้า การ ส่งออก หดตัว ปี 67 รับศึกหนักราคาทองพุ่ง-ขาดแรงงานฝีมือ JGAB แก้เกมหาผู้ซื้อกระเป๋าหนักเข้าประเทศ มุ่งเป้าดึง Hosted Buyers อาเซียน จีน อินเดีย ปลุกตลาดซื้อขายในประเทศคึก วอนรัฐหนุนปั้น HUB gems and jewelry

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าสถานการณ์ส่งออกอัญมณี และเครื่องประดับไทยในปี 2566 ที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกลดลง 2.83% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีมูลค่า 15,063.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่ 14,636.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ อัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าส่งออกในอันดับที่ 3 คิดเป็นสัดส่วน 5.14% ของสินค้าส่งออกโดยรวมของไทย หากนำมูลค่าดังกล่าวข้างต้นหักออกด้วยการส่งออกทองคำที่ยังมิได้ขึ้นรูป พบว่า การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่แท้จริงมีมูลค่า 8,658.11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 8.40%

“ตัวเลข 2 เดือนที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับมีการเติบโตมากกว่า 2 เดือนของปีที่แล้วอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ต้องเผชิญคือค่าวัตถุดิบที่ผันผวนโดยเฉพาะราคาทองคำที่เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมเรามาก ทำให้ความท้าทายในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น”

“เราอยากให้รัฐบาลกลับมามองและช่วยอุตสาหกรรมนี้อย่างแรกคือการสร้าง GDP ให้ประเทศมีมากขึ้น ถ้าเราสามารถเป็น HUB gems and jewelry ได้ก็จะสามารถพานักท่องเที่ยวใหม่ๆเข้ามาในเมืองไทย เพื่อสร้างความยั่งยืนเพราะตอนนี้เรามีแรงงานฝีมือที่ลดลง ดังนั้นอีกโจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้มีแรงงานมากขึ้นเพื่อรองรับการขยายตลาดที่มากขึ้น ปัจจุบันเรามีการจัดประมูลพลอย มีสถาบันวิจัยแห่งชาติ GIT เข้ามาช่วยทำให้อุตสาหกรรมมีความคึกคักและสร้างความเชื่อมั่น”

“นอกจากนี้งานจัดแสดงสินค้าก็มีความสำคัญในการผลักดันผู้ประกอบการกลุ่มอัญมณีเครื่องประดับไทยฟื้นกลับสู่เวทีโลก ซึ่ง JGAB เองก็เป็นหนึ่งเวทีที่จะนำผู้ซื้อเข้ามาสู่เมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นอาเซียน หรือประเทศตะวันออกไปจนถึงประเทศะวันตกก็ตาม”

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดอัญมณี และเครื่องเมืองไทยยังโอกาสเติบโต ผู้ประกอบการไทยมีศักยภาพ มีดีไซน์สวยงามและเป็นเซ็นเตอร์ของพลอย จึงจัดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมาเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้เข้าชมจากต่างประเทศ

และยังเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอัญมณีและเครื่องประดับกลุ่ม SME ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยโดยฝีมือคนไทย (Made in Thailand) ให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับนานาชาติโดยมุ่งเป้าไปที่อาเซียนเป็นหลัก

สำหรับปี 2567 เป็นการจัดงานครั้งที่ 2 โดยใช้บริษัทแม่ที่ฮ่องกงเชิญ Hosted Buyers หรือคนซื้อตัวจริงเข้ามาที่งาน ซึ่งปีที่แล้ว JGAB มี Potential Bayer ประมาณ 200 รายที่เป็นผู้ซื้อกระเป๋าหนักและเป็นผู้ซื้อรายใหญ่

“ปีนี้เราขยาย target กลุ่มนี้เพิ่มเป็น 300 จากอาเซียนและเพิ่มจีนและอินเดีย เข้ามา ตอนนี้การตอบรับเข้ามาจำนวนมาก รวมทั้งมีผู้ลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้ากว่า 3,000 คน ซึ่งมากกว่าระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 30%”

ทั้งนี้ คาดการณ์จำนวนผู้ร่วมออกแสดงสินค้ากว่า 500 บริษัท จาก 15 ประเทศ โดยเป็นผู้ประกอบการจากต่างประเทศมากกว่า 30 % อาทิ จีน ฮ่องกง อินเดีย อิตาลี ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ตุรกี และคาดการณ์ว่าจะมีกลุ่มผู้ซื้อคุณภาพกว่า 10,000 รายจากประเทศในอาเซียน จีน อินเดีย และอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มีเงินเดินสะพัดมากกว่า 5,000 ล้านบาท จากการจับคู่เจรจาธุรกิจตลอด 4 วันของการจัดงาน

อ่านข่าวอื่น ๆ