นายกฯ สั่งคมนาคม เสนอ Cruise Terminal เข้าครม.ก่อนสิ้นปี คาดสร้างรายได้กว่า 8 พันล้านบาท

71
ข่าว Cruise Terminal

นายกฯ สั่งกระทรวงคมนาคม เสนอโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ หรือ Cruise Terminal เข้าครม.ภายในปี 2567 คาดรองรับนักท่องเที่ยว 180,000 คนต่อปี รองรับเรือ Cruise 120 เที่ยวเรือต่อปี และนักท่องเที่ยวใช้จ่าย 5,000 บาทต่อคน สร้างรายได้ 8,504 ล้านบาทตลอดระยะเวลาโครงการ 30 ปี

7 เม.ย. 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เดินทางมาตรวจราชการ ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี (อำเภอเกาะสมุย) และจังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 6 – 8 เมษายน 2567 เพื่อติดตามงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล ภารกิจแรกของการตรวจราชการครั้งนี้ เวลา 10.30 น. นายกฯ ได้ติดตามโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่  ณ บริเวณแหลมหินคม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดยนายกฯ ได้รับทราบภาพรวมการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ จากอธิบดีกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบันที่มุ่งเน้นวางแผนพัฒนาท่าเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ เพื่อรองรับนโยบายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเกาะสมุย โดยการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญเป็นอีกรูปแบบที่ได้รับความนิยมและมีอัตราการเติบโตสูง

สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ เป็นการลงทุนแบบ PPP มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเรือสำราญขนาดใหญ่ การยกระดับการท่องเที่ยวเรือสำราญในประเทศไทย และส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

จากผลการศึกษาโครงการของกระทรวงคมนาคม โครงการฯ มีขนาดพื้นที่รวม 47-38-6 ไร่ (1. พื้นที่บนชายฝั่ง มีขนาดพื้นที่รวม 15-1-23 ไร่ 2. พื้นที่นอกชายฝั่ง มีพื้นที่รวม 32-1-38 ไร่) มูลค่าการลงทุน ค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาโครงการ รวม 12,172 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการฯ พ.ศ. 2568 – 2062 (โดยขั้นตอนและระยะเวลาการเสนอโครงการปี 2567 – 2570 ก่อสร้างปี 2570-2572 และให้บริการ 30 ปี ตั้งแต่ ปี 2572-2602)

ทั้งนี้ ผลประโยชน์ โครงการฯ จะได้รับคือ สามารถรองรับนักท่องเที่ยว 180,000 คนต่อปี รองรับเรือ Cruise 120 เที่ยวเรือต่อปี และนักท่องเที่ยวใช้จ่าย 5,000 บาทต่อคน รวมรายได้จากการคาดการณ์รายได้ของโครงการตลอดระยะเวลาโครงการ มีมูลค่า 8,504 ล้านบาท สัดส่วนของรายได้โครงการแบ่งเป็นรายได้จากท่าเทียบเรือร้อยละ 91 ของโครงการและรายได้เชิงพาณิชย์ร้อยละ 9 ของโครงการ

ภายหลังการรับฟังโครงการพัฒนาการขนส่งทางน้ำในจังหวัดสุราษฎร์ฯ และโครงการก่อสร้าง Cruise Terminal แล้ว นายกฯ กล่าวว่า หากดูตัวเลขสถิติเรือสำราญที่เข้ามา ปีนี้น่าจะเป็นปีที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาสมุยสูงสุด

พร้อมสอบถามถึงความต้องการของประชาชนชาวสมุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับความต้องการที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้ามาในเกาะสมุยเพิ่มขึ้นหรือไม่ และไม่มีประเด็นอะไรที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับคำตอบว่าผู้นำท้องถิ่น ผู้ประกอบการ และประชาชน ต่างยินดีและสนับสนุนที่จะให้มีโครงการนี้เกิดขึ้น โดยเชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนเกาะสมุยได้มากขึ้น

นอกจากนี้ นายกฯ ได้สอบถามจากการศึกษาโครงการนี้ มีผู้ให้ความสนใจมากน้อยเพียงใด โดยอธิบดีกรมเจ้าท่ากล่าวว่า มีผู้ประกอบการต่างประเทศที่สนใจจะเข้ามาร่วมลงทุนเกี่ยวกับเรือ Cruise ที่สมุยด้วย รวมถึงบางกอกแอร์เวย์ส (BA) ก็มีความสนใจที่จะนำเรือกับเครื่องบินเชื่อมกันด้วย

ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวถึงความเป็นไปได้ในการที่อยากจะให้ทำมารีน่า และเครื่องบินทะเล (sea plane) ด้วย เพื่อให้เครื่องบินจากเกาะต่าง ๆ หรือเกาะบริเวณใกล้เคียงบินมาลงจอดได้ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการอย่างครบวงจร โดยการดำเนินการที่นี่เพื่อยกระดับเกาะสมุยให้เป็นระดับโลกจริง ๆ โดยขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยกระดับเกาะสมุยให้เป็นระดับโลกด้วยการตั้ง KPI ให้เป็น Top10 ของโลก

พร้อมกำชับกระทรวงคมนาคม นำโครงการ Cruise Terminal เข้า ครม.ก่อนสิ้นปีนี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับชาวสุราษฎร์ฯ ต่อไป จากนั้น นายกฯ และคณะเดินทางต่อไปที่แปลงทุเรียนสาธิตสวนทุเรียนนายชัยณรงค์ ทองสุข อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรับฟังปัญหาของกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ ผู้ปลูกทุเรียนใน ต.หน้าเมือง อ.เกาะสมุย

 

อ่านข่าวที่น่าสนใจ :