ดาวโจนส์ ปิดบวก 307.06 จุด ขานรับข้อมูลการจ้างงานแข็งแกร่ง

76

ดัชนี ดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (5 เม.ย.) หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งได้ตอกย้ำมุมมองที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แม้บ่งชี้ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงก็ตาม

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม ดาวโจนส์ ปิดที่ 38,904.04 จุด เพิ่มขึ้น 307.06 จุด หรือ +0.80%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,204.34 จุด เพิ่มขึ้น 57.13 จุด หรือ +1.11% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 16,248.52 จุด เพิ่มขึ้น 199.44 จุด หรือ +1.24%

แต่ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ลดลง 2.3%, ดัชนี S&P500 ลดลง 1% และดัชนี Nasdaq ลดลง 0.8%

หุ้นทุกกลุ่มของดัชนี S&P500 ปิดบวก โดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร, กลุ่มอุตสาหกรรม และกลุ่มเทคโนโลยี ปรับตัวขึ้นมากที่สุด

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 303,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 205,000 ตำแหน่ง

ส่วนอัตราการว่างงานปรับตัวลงสู่ระดับ 3.8% ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.9%

ข้อมูลการจ้างงานดังกล่าวบ่งชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐปิดไตรมาสแรกได้อย่างแข็งแกร่ง

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ข้อมูลดังกล่าวได้ตอกย้ำการคาดการณ์ที่ว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาจากการที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย

ขณะนี้ตลาดการเงินคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้ โดยลดลงจาก 3 ครั้งที่คาดไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้นคริสปี้ ครีม พุ่งขึ้น 7.3% หลังนักวิเคราะห์ของไพเพอร์ แซนด์เลอร์แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้นตัวนี้ จากเดิมที่แนะนำลงทุนเท่ากับตลาด

หุ้นช็อกเวฟ เมดิคัล พุ่ง 2% หลังจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ตกลงที่จะซื้อหุ้นช็อกเวฟ เมดิคัลซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ในวงเงิน 1.25 หมื่นล้านดอลลาร์

แต่หุ้นเทสลาร่วง 3.6% สวนทางตลาด หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เทสลาได้ยกเลิกการผลิตรถรุ่นราคาถูก ซึ่งมีการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า จะช่วยผลักดันการขยายตลาดของเทสลา

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบในวันศุกร์ (5 เม.ย.) ลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมา หลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน และข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาดอาจทำให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางด้วย

ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 506.55 จุด ลดลง 4.29 จุด หรือ -0.84%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,061.31 จุด ลดลง 90.24 จุด หรือ -1.11%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 18,175.04 จุด ลดลง 228.09 จุด หรือ -1.24% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,911.16 จุด ลดลง 64.73 จุด หรือ -0.81%

ดัชนี STOXX 600 ปรับตัวลงวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. และปรับตัวลง 1.2% ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่กลางเดือนม.ค.

หุ้นกลุ่มสาธาณูปโภค, กลุ่มค้าปลีก และกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม ร่วงลงราว 1.6-2.2%

ดัชนีตลาดหุ้นเยอรมนี, ฝรั่งเศส และสเปน ต่างก็ปรับตัวลงมากกว่า 1%

สหรัฐเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวขึ้นมากเกินคาดในเดือนมี.ค. ซึ่งมีแนวโน้มจะทำให้เฟดชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงินทั้งก่อนและหลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงาน

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยูโรโซนที่ปรับตัวขึ้นด้วย หลังการเปิดเผยข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด

ดัชนีความผันผวน (euro STOXX volatility index) ซึ่งสะท้อนความวิตกของนักลงทุนแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2566

ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากการที่เจ้าหน้าที่เฟดแสดงความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน และนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังถูกกดดันจากการเปิดเผยยอดค้าปลีกของยูโรโซนลดลง 0.7% เมื่อเทียบเป็นรายปี แม้ลดน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ว่าอาจลดลง 1.3% ก็ตาม

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบในวันศุกร์ (5 เม.ย.) และปรับตัวลงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันหลังจากเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แสดงความเห็นในเชิงคุมเข้มนโยบายการเงิน

ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,911.16 จุด ลดลง 64.73 จุด หรือ -0.81%

ตลาดทั่วโลกถูกกดดันจากข่าวที่ว่า อิสราเอลเตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ที่จะถูกการตอบโต้ หลังสังหารนายพลอิหร่านหลายคนในกรุงดามัสกัส เมืองหลวงของซีเรียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของอิสราเอลกล่าวว่า อิสราเอลจะตอบโต้ใครก็ตามที่ทำอันตรายต่ออิสราเอลหรือวางแผนที่จะทำ

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 2 แต่กดดันหุ้นกลุ่มเดินทาง

ตลาดถูกกดดันหลังตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี ขณะที่นายนีล แคชแครี ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขามินนีแอโพลิสส่งสัญญาณว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจจะไม่เกิดขึ้นในปีนี้ หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงแข็งแกร่งและเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลงตามที่เฟดคาดหวังไว้

บรรดานักลงทุนคาดว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเดือนมิ.ย.หรือส.ค.

ฮาลิแฟกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทปล่อยกู้จำนองเปิดเผยว่า ราคาบ้านในอังกฤษลดลง 1% ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2566

สำหรับหุ้นรายตัวนั้น หุ้นริโอ ทินโต ร่วง 2.4% หลังผู้ถือหุ้นเรียกร้องให้บริษัทดำเนินการด้านประเด็นสิ่งแวดล้อม

หุ้นโอคาโด กรุ๊ป ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตออนไลน์ ร่วงเกือบ 9% หลังประกาศว่านายริค เฮย์ธอร์นธเวต จะลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทโอคาโด

อ่านข่าวอื่น ๆ