บทบาทหน้าที่ของผู้จัดการมรดก

2173

หากเกิดกรณีที่สมาชิกในครอบครัวได้เสียชีวิต และจะต้องมีการจัดการกองมรดกของผู้เสียชีวิต อันดับแรกที่ท่านจะต้องดำเนินการก็คือ แจ้งการเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่ที่สมาชิกในครอบครัวได้เสียชีวิต หรือนับแต่ที่ได้พบศพ กับสำนักงานเขต/ที่ว่าการอำเภอ เพื่อให้ออกใบมรณบัตร ถ้าหากไม่แจ้งภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

อันดับต่อมาก็จะเป็นเรื่องของการจัดการกองมรดกของผู้เสียชีวิต ซึ่งคำว่า “กองมรดก” นี้ก็จะหมายถึงสิทธิหน้าที่และความรับผิดต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินและของที่ต่อติดไปกับทรัพย์สินนั้นเพื่อส่งต่อไปให้แก่ ผู้รับพินัยกรรม (สำหรับกรณีที่ผู้เสียชีวิตได้ทำพินัยกรรมไว้) หรือ ทายาทโดยธรรม ของผู้เสียชีวิต (สำหรับกรณีที่ผู้เสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้) โดยบุคคลที่จะเข้ามามีบทบาทหน้าที่ในการจัดการกองมรดกก็คือ “ผู้จัดการมรดก”

สำหรับทายาทโดยธรรมนั้น กฎหมายก็จะกำหนดไว้เลยว่าใครบ้างที่เป็นทายาทโดยธรรม โดยจะแบ่งไว้เป็น 2 กลุ่มตามรูปภาพด้านล่างนี้ กลุ่มที่ 1 เราเรียกว่าทายาท 6 ลำดับ ส่วนกลุ่มที่ 2 คือคู่สมรส

หากผู้เสียชีวิตมีทายาทโดยธรรมทุกลำดับ ผู้ที่มีสิทธิได้รับกองมรดกจะไม่ใช่ทุกลำดับที่มีอยู่ เพราะกฎหมายได้กำหนดไว้ว่า ทายาทโดยธรรมที่อยู่ในลำดับก่อนหน้าจะตัดสิทธิทายาทโดยธรรมลำดับหลัง ยกเว้นเพียงกรณีเดียวที่ไม่มีการตัดลำดับนั่นก็คือลำดับที่ 1 และลำดับที่ 2 มีสิทธิรับกองมรดกพร้อมกัน ซึ่งคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะถือว่าเป็นทายาทโดยธรรมเป็นกรณีพิเศษซึ่งจะได้รับกองมรดกร่วมกับทายาทลำดับต่างๆ ตามสัดส่วนที่กฎหมายได้กำหนดไว้

สำหรับครอบครัวใดที่มีปัญหาหรือมีความบาดหมางใจกันระหว่างคนในครอบครัว เมื่อสมาชิกที่เป็นเสาหลักของครอบครัวได้เสียชีวิตและไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ปัญหาหลักๆ ที่มักจะพบเจอก็คือเรื่องของความขัดแย้งระหว่างทายาทโดยธรรมด้วยกัน ที่จะตกลงว่าจะแต่งตั้งผู้ใดให้เป็นผู้จัดการมรดก เพราะแต่ละฝ่ายก็ต้องอยากที่จะแต่งตั้งคนของตนเองให้เป็นผู้จัดการมรดก เพื่อที่จะได้มีอำนาจในการจัดการกองมรดกของผู้เสียชีวิต หรือถึงแม้ผู้เสียชีวิตได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่เมื่อสมาชิกในครอบครัวมีปัญหา หรือมีความบาดหมางใจกัน พินัยกรรมนั้นแม้จะมีความถูกต้องแต่ก็อาจจะไม่ถูกใจสมาชิกในครอบครัวบางท่าน

ในกรณีนี้ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตถึงขั้นฟ้องร้องว่าพินัยกรรมนั้นเป็นพินัยกรรมจริงหรือไม่ สำหรับประเด็นเรื่องของการจัดทำพินัยกรรมท่านก็อาจจะปรึกษาทนายความเพื่อจัดทำพินัยกรรมให้อย่างรัดกุม ซึ่งทนายความบางท่านก็อาจจะมีการบันทึกวิดีโอเอาไว้ในขณะจัดทำพินัยกรรม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

โดยปกติของการทำพินัยกรรม ผู้ทำพินัยกรรมก็มักจะระบุให้สมาชิกในครอบครัวเป็นผู้จัดการมรดก แต่ถ้าหากในกรณีที่ท่านคาดเดาได้ว่าอาจจะเกิดปัญหาในการจัดการกองมรดกของตนในอนาคตเพราะความที่คนในครอบครัวของตนมีความบาดหมางใจกัน ท่านก็อาจจะให้คนที่มีความเป็นกลางและเป็นคนที่สมาชิกในครอบครัวให้ความนับถือเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเกี่ยวกับการจัดการกองมรดกของท่าน

สำหรับคนที่จะเป็นผู้จัดการมรดกนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคนที่ได้รับมรดก รวมทั้งจะต้อง ไม่มีลักษณะที่ต้องห้ามตามกฎหมาย ดังนี้

  • ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (อายุยังไม่ครบ 20 ปี)
  • เป็นคนวิกลจริตหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  • เป็นบุคคลคนล้มละลาย

เมื่อมีการเสียชีวิต บุคคลที่ท่านได้ระบุไว้ในพินัยกรรมให้เป็นผู้จัดการมรดก ก็จะยังไม่ได้เป็นผู้จัดการมรดกโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการเป็นผู้จัดการมรดกจะเป็นได้ต่อเมื่อศาลมีคำสั่งตั้งเท่านั้น ในเรื่องของการตั้งผู้จัดการมรดกนั้นจะมีอยู่ 2 กรณี โดยจะต้องให้ผู้รับพินัยกรรม ทายาทโดยธรรม พนักงานอัยการ หรือผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก เช่น เจ้าหนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สินร่วมกับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ร้องต่อศาลเพื่อให้ตั้งผู้จัดการมรดก ตามรายละเอียดดังนี้

  1. บุคคลที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรม กรณีที่ผู้เสียชีวิตได้ทำพินัยกรรมไว้ เมื่อทายาทร้องขอศาลก็จะตั้งให้บุคคลที่ได้ระบุไว้ในพินัยกรรมเป็นผู้จัดการมรดก
  2. บุคคลที่ศาลได้แต่งตั้ง หากผู้เสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ หรือว่าได้ทำพินัยกรรมไว้ แต่ไม่ได้ระบุเรื่องผู้จัดการมรดก หรือทำพินัยกรรมไว้โดยมีการระบุผู้จัดการมรดก แต่บุคคลนั้นได้เสียชีวิตไปก่อน ทายาททั้งหมดก็อาจจะร่วมกันเลือกผู้จัดการมรดก และขอให้ศาลตั้งบุคคลนั้นเป็นผู้จัดการมรดก หรือหากทายาทมีความขัดแย้งกันในเรื่องของการจัดการมรดก ศาลก็อาจจะตั้งให้บุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดก โดยคำนึงถึงเจตนาของผู้เสียชีวิตและเพื่อประโยชน์ของกองมรดก

หน้าที่ของผู้จัดการมรดกตามกฎหมายคืออะไร?

ผู้จัดการมรดกจะเป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งตั้งให้เป็นผู้จัดการมรดก โดยมีหน้าที่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดก เข้าทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอกเพื่อให้เป็นไปตามเจตนาของผู้เสียชีวิต ชำระหนี้สินของผู้เสียชีวิตแก่เจ้าหนี้ รวมทั้งแบ่งทรัพย์สิน ซึ่งเป็นกองมรดกของผู้เสียชีวิต ให้แก่ผู้รับพินัยกรรม หรือทายาทโดยธรรม หากกองมรดกยังไม่ได้แบ่ง ผู้จัดการมรดกก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบและเสียภาษีในนามของกองมรดกนั้น

เนื่องจากผู้จัดการมรดกมีภาระหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งยังมีบทบาทหน้าที่มากที่สุดหลังจากที่เราได้เสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดการกองมรดก เราจึงควรที่จะให้คนที่เราไว้วางใจเป็นผู้จัดการมรดกเพื่อที่จะได้ส่งต่อมรดกให้แก่ทายาทได้ถูกต้องตามความต้องการของเรา สำหรับกรณีที่ผู้จัดการมรดกทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ไม่ยอมแบ่งทรัพย์มรดกให้แก่ทายาท แบ่งทรัพย์มรดกไม่ถูกต้องตามพินัยกรรม จงใจขายทรัพย์มรดกในราคาที่ต่ำกว่าตลาด โดยเป็นการสมคบกับผู้ซื้อเพื่อหาประโยชน์ให้แก่ตนเอง ทายาทก็มีสิทธิที่จะถอนผู้จัดการมรดก ฟ้องเพิกถอนการโอนมรดก รวมทั้งดำเนินคดีอาญากับผู้จัดการมรดกได้

ผู้ที่มีความสนใจในเรื่องการส่งต่อความมั่งคั่งไปยังรุ่นต่อไปของครอบครัว สามารถติดต่อขอข้อมูลได้ที่ familyofficeteam@scb.co.th