ประกันสุขภาพ ผู้สูงวัย สไตล์ 50 อัพ

467
ประกันสุขภาพ ประกันสุขภาพสูงวัย

ทำไม ผู้สูงวัย 50 อัพ ควรมี ประกันสุขภาพ คำตอบคือ ยิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูงขึ้นด้วย จากวัยหนุ่มสาวที่เคยมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง เมื่ออายุมากขึ้นความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายก็ย่อมต้องเสื่อมถอยลงไปเป็นธรรมดา

ปัญหาที่ตามมาคือโรคร้ายเริ่มรุมเร้า การทำประกันสุขภาพผู้สูงอายุ จึงเป็นอีกทางเลือกขอวัย 50 อัพเพื่อรับมือกับค่ารักษาพยาบาลจำนวนมาก โดยที่ไม่ต้องดึงเอาเงินออมหลังเกษียณออกมาใช้จ่ายและยังไม่ต้องเป็นภาระให้กับลูกหลานอีกด้วย

สำหรับประกันสุขภาพ เป็นกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองสุขภาพ หรือเป็นสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อเพิ่มจากกรมธรรม์ประกันชีวิตเพื่อให้ความคุ้มครองด้านค่าใช้จ่ายต่างๆ เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล และเงินชดเชยรายได้เนื่องจากนอนพักรักษาพยาบาลเท่านั้น ไม่ว่าการรักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ โดยประกันสุขภาพผู้สูงอายุจะให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล อาทิ

1. ค่ารักษาพยาบาลโรคทั่วไป ค่าห้องและอาหาร ค่ายา ค่าผ่าตัด

2. สามารถเลือกซื้อความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยนอก เพิ่มเติมได้

3. ค่ารักษาพยาบาลโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ กรณีผู้ป่วยใน (IPD) เช่น โรคมะเร็ง โรคไต โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

4. ชดเชยรายได้ขณะเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล

5. สามารถเข้ารับบริการทางการแพทย์ได้ในโรงพยาบาลตามเงื่อนไขของกรมธรรม์กำหนด

6. รักษาได้โดยไม่ต้องสำรองเงินจ่าย

 

และแม้ว่าตอนนี้บริษัทประกันจะมีแบบประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุมาให้เลือกอย่างหลากหลาย แต่ก็ยังเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้วเราจะเลือกแบบไหนดี ให้คุ้มค่าสำหรับคนวัย 50 อัพ วันนี้มีเทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกประกันสุขภาพผู้สูงอายุมาฝากกัน

ข้อที่ 1 เบี้ยประกัน – ผู้ทำประกันไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันเกิน 15% ของรายได้ต่อปี เพราะหากจ่ายเบี้ยประกันสูงเกินไป ในระยะยาวอาจจะกระทบต่อกำลังการจ่ายได้ ดังนั้น ควรจะเลือกจ่ายที่เหมาะสมกับกำลังจ่ายของตนเอง เพื่อให้สามารถจ่ายเบี้ยต่อเนื่องในระยะยาว

ข้อที่ 2 เลือกความคุ้มครอง – ควรเลือกประกันสุขภาพและประกันชีวิตของผู้สูงอายุให้ครอบคลุมค่ารักษา ค่าห้อง ค่ายา ค่าอาหาร ค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งวงเงินความคุ้มครองที่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทางการแพทย์อย่างเพียงพอนั้น ไม่ควรต่ำกว่า 3- 5 ล้านบาท หรือจ่ายเบี้ยประกันตามกำลังจ่ายที่จะสามารถจ่ายเบี้ยในระยะยาวได้

ข้อที่ 3 จำนวนโรงพยาบาลที่หลากหลายและครอบคลุมต่อการรักษา – ที่สำคัญควรเลือกโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ใกล้กับที่ทำงานหรือใกล้บ้าน เพื่อให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

เทคนิคในการเลือกทำประกันสุขภาพสูงอายุให้กับตนเองหรือพ่อแม่ คือหากไม่มีปัญหาด้านกำลังซื้อควรจะทำประกันตั้งแต่ก่อนช่วงอายุ 50 ปี เพราะโอกาสที่จะเจ็บป่วยยังมีน้อย แต่ถ้ารอจนเกิดโรคแล้วบริษัทประกันสามารถปฎิเสธที่จะไม่ทำประกันสุขภาพให้กับเราได้ ที่สำคัญหากเริ่มทำประกันสุขภาพตั้งแต่อายุยังน้อยๆ สิ่งที่ได้คือจ่ายเบี้ยประกันไม่สูงนัก แต่สามารถเลือกวงเงินความคุ้มครองที่สูงได้มากกว่าการทำประกันสุขภาพในช่วงสูงวัย

 

อ่านข่าวที่น่าสนใจ :