เพราะรักจึงเปย์หนัก กรณีศึกษา “FANDOM” จากเคป๊อป สู่นางงาม

1008

“เพราะรัก จึงจ่ายหนัก” คำนี้ไม่เกินจริงสำหรับการจ่ายในสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง แบรนด์สินค้า กีฬา ตลอดจนการสนับสนุนศิลปิน

โดยกลุ่มที่ใช้จ่ายหนัก หนีไม่พ้น “FANDOM หรือ แฟนด้อม” คอมมูนิตี้ของกลุ่มคนที่ชอบ และหลงใหลในสิ่งเดียวกัน เช่น กลุ่มเล่นเกม กลุ่มทาสหมาแมว กลุ่มแฟนนางงาม เป็นต้น

คนไทยเจ้าบุญทุ่ม เปย์หนัก 30% ของเงินเดือน

ผลสำรวจของ ฮิลล์ อาเซียน “เจาะลึกเรื่องแฟนด้อม : ฐานพลังคนกลุ่มใหม่ สู่การขับเคลื่อนสังคมอาเซียน” เมื่อปี 2565 พบอินไซด์น่าสนใจของคนไทยว่า

    • 34.3% ใช้เงินกับแฟนด้อม 30% ของเงินเดือน
    • 23.9% ใช้เงินกับแฟนด้อม 20% ของเงินเดือน
    • 28.2% ใช้เงินกับแฟนด้อม 10% ของเงินเดือน
    • 13.7% ใช้เงินกับแฟนด้อมน้อยกว่า 10% ของเงินเดือน

“เมื่อนำเงินไปใช้จ่ายซื้อความสุขกับแฟนด้อม คนไทยก็จะลดค่าใช้จ่ายลง โดย 45% ลดซื้อเสื้อผ้า กินข้าวนอกบ้าน ความบันเทิงอื่น ๆ เป็นต้น”

ทั้งนี้ ผลสำรวจแฟนด้อมในอาเซียน 3 สิ่งที่หลงใหลมากสุด คือ K-Pop เกม และการทำอาหาร ส่วนในประเทศไทยชอบ K-pop มากสุด ต่างจากประเทศอื่นในอาเซียนที่ไม่ได้เทใจให้ K-Pop เท่าไทย

กรณีศึกษาศิลปินเกาหลี ยอดขายอัลบั้มถล่มทลาย สร้างมูลค่าแบรนด์

กรณีศึกษาในระดับสากล อาทิ ศิลปิน K-Pop เราจะเห็นพลังความรักของแฟนด้อมในแต่ละบ้านที่เหนียวแน่น และคอยสนับสนุนสินค้าจากศิลปิน ซึ่งมี Brand Royalty (ความจงรักภักดีต่อแบรนด์) กับศิลปินสูง

ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า Blakpink ควบตำแหน่งซีอีโอค่าย LLOUD เมื่อปี 2563 ที่เริ่มนั่งแท่น Global Ambassador ของ Celine ในเครือ LVMH เพียง 1 ปี มูลค่าแบรนด์พุ่ง 118% ในปี 2564 เป็น 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยสินค้าที่ลิซ่า หยิบจับกลายเป็นกระแส และสามารถ Sold out ขายหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ลิซ่าจะไม่ต่อสัญญากับแบรนด์ดังกล่าวในเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

ขณะที่ศิลปินบอยแบรนด์อันดับ 1 ของโลกอย่าง BTS ก็สร้างยอดขายอัลบั้มในแต่ละปีอย่างถล่มทลาย (เฉพาะยอดขายในประเทศเกาหลีใต้)

ข้อมูลจาก Statista นับตั้งแต่ปี 2559 – 2565 BTS ขายอัลบั้มได้หลักล้านชุด/ปี ซึ่งปีที่มากที่สุด ได้แก่ ปี 2563 ขายได้ 9.17 ล้านชุด, ปี 2564 จำนวน 7.12 ล้านชุด และปี 2565 จำนวน 6.08 ล้านชุด ส่วนปี 2567 ศิลปินแต่ละท่านได้เข้ารับใช้ชาติเป็นทหาร และการออกอัลบั้มเดี่ยว จึงมียอดขาย 6.2 แสนชุด

“สิ่งเหล่านี้สะท้อนได้ว่ากำลังซื้อของแฟนด้อมมีสูง และเป็นกลุ่มที่กล้าจ่ายให้สิ่งที่รัก”

นางงาม ฐานแฟนคลับทำยอดขาย MGI ไตรมาสละ 30 ล้านบาท

ข้ามมาฝั่งไทย ธุรกิจนางงาม ก็มีการเปย์ฉ่ำให้ศิลปิน โดยเฉพาะในค่ายของมิสแกรนด์ จากกระแสข่าวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่า อิงฟ้า วราหะ และ ชาล็อต ออสติน ได้รับบ้านพร้อมโฉนดที่ดินในสุราษฎร์ธานี มูลค่ารวม 10 ล้านบาท จากแฟนคลับ

ขณะที่ส่องผลประกอบการปี 2566 ของ บมจ. มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ MGI เจ้าของเวทีมิสแกรนด์ มีรายได้รวม 616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 92% (yoy) และมีกำไรสุทธิ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149% (yoy)

โดยการเติบโตหลัก ๆ มาจากส่วนธุรกิจพาณิชย์ ที่ผู้เข้าประกวดมิสแกรนด์ ได้นำสินค้า อาทิ น้ำพริกปลาสลิดตรานางงาม น้ำหอมตราฟินเวอร์ ไปจัดจำหน่ายทางช่องทาง TikTok

“เท่ากับว่า MGI ได้กำไรจากการขายของเฉลี่ยไตรมาสละ 30 ล้านบาท”

กลยุทธ์ Fandom Marketing ดาบสองคม

นี่จึงเป็นสิ่งที่ชี้ว่า กลยุทธ์ “FANDOM Marketing” เป็นช่องทางในการสร้างยอดขายให้แก่ธุรกิจอย่างถล่มทลาย

แต่อีกแง่หนึ่งก็เป็นดาบสองคม หากตัวศิลปินเสื่อมความนิยม ก็ย่อมได้รับผลกระทบ หรือกระทั่งหากศิลปินไม่ต่อสัญญากับแบรนด์ก็อาจได้รับผลลบ เพราะฐานแฟนด้อมจะตามศิลปินเป็นหลักเช่นกัน

อย่างที่เคยเกิดขึ้นในกรณีเกิร์ลกรุ๊ปวง BLACKPINK ไม่ต่อสัญญาเดี่ยวกับค่าย YG ส่งผลให้ราคาหุ้น (ณ วันที่ 10 ม.ค.67) เหลือเป็น 44,800 KRW (33.94 USD) ในตลาด KOSDAQ และในระหว่างวันลดลงเหลือ 44,050 KRW (33.37 USD) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ ต่างจากช่วงวันที่ 10 พ.ย. 66 ที่หุ้นเคยมีราคา 66,200 KRW

ที่มา : statista.com , set.or.th , allkpop.com

โดย กองบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร

อ่านข่าวอื่น ๆ