ไอบีเอ็ม หนุนธุรกิจไทย ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล

2431

“ภาพของไอบีเอ็มในอดีต หลายคนมักนึกถึงคอมพิวเตอร์เมนเฟรม แต่จากนี้ผมจะตอกย้ำภาพของการเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและสามารถไว้วางใจได้ (Trusted Advisor Digital Transformation) และเราพร้อมจะถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับพันธมิตร และลูกค้าทุกราย”

ปี 2023 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่เทคโนโลยี AI สร้างอิมแพ็กต่อโลกอย่างมหาศาล องค์กรธุรกิจหลายแห่งมองเห็นโอกาสครั้งใหญ่ จากความสามารถที่น่าตื่นเต้นของ Generative AI (GenAI) ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้เหมือนการพูดคุยกับมนุษย์ ซึ่งในปี 2024 นี้ ได้รับการคาดหมายว่าจะเป็นปีที่องค์กรธุรกิจจะนำ GenAI มาใช้งานจริง และจะเป็นปีที่เรื่องจริยธรรม และความรับผิดชอบ ต่อการใช้ AI ถูกให้ความสำคัญอย่างจริงจังอีกด้วย

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ อโณทัย เวทยากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยี บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ถึงวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนไอบีเอ็มประเทศไทย ที่เน้นใน 2 แกนสำคัญ ด้วยบทบาทการเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือ รวมถึงประเด็นสำคัญของการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบในองค์กรธุรกิจ หรือ Responsible AI

ขับเคลื่อนธุรกิจผ่าน 2 แกนหลัก
ตอกย้ำภาพ Trusted Advisor

อโณทัย เริ่มให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งในเดือนมกราคม 2567 ที่ผ่านมา รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับองค์กรที่มีองค์ความรู้มากมาย ภายใต้ประวัติศาสตร์ที่ยาวนานถึง 113 ปี อย่างไอบีเอ็ม ซึ่งต่อจากนี้ภายใต้การนำทัพของเขา ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จะทำงานอย่างเข้มข้นเพื่อช่วยเหลือธุรกิจไทย เพื่อให้สามารถพิชิตความท้าทายของโลกธุรกิจ ผ่านการดำเนินงานใน 2 แกนสำคัญคือ

    1. Hybrid Cloud : ปัจจุบันองค์กรธุรกิจในโลกกำลังพัฒนามาสู่โครงสร้างพื้นฐานแบบ Hybrid Cloud มากขึ้น ทำให้ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาไอบีเอ็มนั้นได้มีการลงทุน ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ Hybrid Cloud เป็นอย่างมาก เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของไอบีเอ็มสามารถใช้งานได้อย่างไร้รอยต่อใน Hybrid Cloud Ecosystem

สิ่งที่ไอบีเอ็มเน้นอย่างมากคือ เรื่องความปลอดภัย (Security) ที่ต้องครอบคลุมผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะใช้งานบน Cloud หรือ On Premise เพราะองค์กรธุรกิจที่เป็นฐานลูกค้าของไอบีเอ็มในปัจจุบันไม่มีใครใช้ Cloud หรือ On Premise เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการใช้ในรูปแบบ Hybrid เป็นหลัก ดังนั้น ความปลอดภัยจะต้องครอบคลุมในทุกองค์ประกอบของโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ธุรกิจสามารถขับเคลื่อนได้อย่างมั่นใจ

    1. Artificial Intelligence (AI) : เทคโนโลยี AI กลายเป็นเทคโนโลยีสุดร้อนแรงตลอดปี 2023 ซึ่งมีบริบทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI เกิดขึ้นมากมาย ทั้งยังมีพัฒนาการที่รวดเร็ว และพร้อมจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งไอบีเอ็มมองว่า สิ่งสำคัญในการศึกษาและพัฒนา AI นั้น จะต้องทำควบคู่ไปกับ Hybrid Cloud เพื่อให้สามารถดำเนินการได้จากทุกที่ ทุกสภาพแวดล้อม

“ปัจจุบัน มีคำว่า AI Transformation เกิดขึ้น เป็นการใช้ AI เพื่อเร่งการ Transfrom ธุรกิจให้เร็วขึ้นอีกขั้น โดยที่องค์กรธุรกิจนำ AI มาใช้ในบริบทของการใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรในด้านต่างๆ”

ทั้ง 2 ภารกิจนี้คือวิสัยทัศน์ของทั้งไอบีเอ็มโกลบอลและไอบีเอ็มประเทศไทยที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต เพื่อช่วยที่เร่งให้องค์ในไทยสามารถนำเทคโนโลยี Hybrid Cloud, AI รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้งานได้เร็วขึ้น เพราะทุกวันนี้องค์กรธุรกิจไม่ได้แข่งกันเองแค่ในประเทศ แต่ต้องแข่งกับองค์กรระดับโลกที่พัฒนาและเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ได้รวดเร็ว

“ภาพของไอบีเอ็มในอดีต หลายคนมักนึกถึงคอมพิวเตอร์เมนเฟรม แต่จากนี้ผมจะตอกย้ำภาพของการเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและสามารถไว้วางใจได้ (Trusted Advisor Digital Transformation) ของไอบีเอ็ม และเราพร้อมจะถ่ายทอดองค์ความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับพันธมิตร และลูกค้าทุกราย”

ปรับใช้ AI ในภาคธุรกิจ
ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบ

อโณทัยกล่าวต่อว่า พัฒนาการของเทคโนโลยี AI ทำให้ทุกคนจะเห็นตรงกันว่า AI เป็นเครื่องมือที่เข้ามาช่วยยกระดับการทำงานของมนุษย์ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมสร้างประโยชน์ได้มากมาย แต่ประเด็นสำคัญของการนำ AI มาใช้งานจริง และเป็นสิ่งที่องค์กรธุรกิจส่วนใหญ่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญมากนักคือ “ความรับผิดชอบ” หรือ Responsible AI ที่ต้องลงลึกในเรื่องความถูกต้อง จริยธรรม และธรรมาภิบาล

ตัวอย่างเช่น องค์กรหนึ่งต้องการนำ AI มาใช้ แต่ไม่มีการเตรียมพร้อมเรื่องการสร้างความรับผิดชอบ นำข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรมาใช้ สุดท้าย แม้ AI จะสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะเกิดผลเสียร้ายแรงตามมา เช่น ข้อมูลสำคัญรั่วไหล หรือการละเมิดความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูลโดยไม่รู้ตัว ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่เที่ยงตรง ลุกลามไปถึงขั้นสร้างความเกลียดชังในสังคม

“ความรับผิดชอบควรเป็นพื้นฐานแรกที่องค์กรธุรกิจต้องเข้ามาจัดการให้ได้ ก่อนที่จะนำ AI ไปใช้ ซึ่งหน้าที่ของไอบีเอ็ม คือช่วยให้องค์กรที่ต้องการจะใช้ AI สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ภายใต้พื้นฐานของความถูกต้อง มีจริยธรรม และธรรมาภิบาลสูงสุด”

อโณทัยอธิบายว่า ด้วยแนวคิดสำคัญนี้ทำให้ไอบีเอ็มเป็น 1 ในที่ปรึกษาด้านไอทีเพียงไม่กี่รายที่มีการสร้างบอร์ดบริหารขึ้นมาในการดูแลเรื่องธรรมาภิบาลใน AI โดยเฉพาะเรียกว่า “AI Ethics Board” ทำหน้าที่ตั้งแต่การศึกษาวิจัยไปจนถึงการนำ AI เข้าไปใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยทุกโซลูชั่นจะต้องผ่านการกลั่นกรองจากส่วนนี้ก่อน เพื่อให้มีจริยธรรมควบคู่อยู่เสมอ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไอบีเอ็มยึดถือมาตลอด

ลงทุน AI พุ่ง 16 ล้านล้านดอลลาร์
แบงก์มอง AI คือกุญแจสำคัญ

อโณทัย อ้างอิงข้อมูลจากการ์ทเนอร์ที่ระบุว่า ภายในปี 2023-2027 เงินลงทุนด้าน AI ทั่วโลกจะอยู่ที่ 3 ล้านล้านดอลลาร์ และมีโอกาสที่ในปี 2030 เงินลงทุนด้าน AI ทั่วโลก จะทะยานไปถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่เงินลงทุนในประเทศไทยในช่วงปี 2023-2027 จะอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท

ตัวเลขนี้สะท้อนถึงจุดเริ่มต้นของเทคโนโลยีเกิดใหม่ ที่ช่วงแรกได้รับความสนใจแต่ยังไม่เกิดการลงทุน เพราะยังมองไม่เห็นยูสเคสที่ชัดเจน แต่หลังปี 2027 เป็นต้นไป การใช้งาน AI จะแพร่หลายมากขึ้น และเมื่อโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบนิเวศมีความพร้อมในการรองรับยูสเคสใหม่ เม็ดเงินลงทุนจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด

ขณะที่ภาคธุรกิจในเวลานี้ ล้วนมองเห็นโอกาสจากการใช้งาน AI โดยเฉพาะอุตสาหกรรมธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของไอบีเอ็ม กว่า 90% มีการลงทุนด้าน AI ไปแล้ว นอกจากนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารในกลุ่มอุตสาหกรรมการเงินพบว่า 53% เชื่อว่าเทคโนโลยี AI เป็นสิ่งจำเป็น โดยมองว่าจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการทำให้องค์กรธุรกิจประสบความสำเร็จในอนาคต

การที่อุตสาหกรรมธนาคารเริ่มได้เร็วกว่าอุตสาหกรรมอื่น เพราะอุตสาหกรรมนี้มีการใช้ข้อมูลอย่างมหาศาล อีกทั้งข้อมูลยังมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน การนำ AI เข้ามาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจากการใช้ข้อมูลได้อย่างมาก และสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็ว

“ตัวอย่างเช่น ในสถานการณ์ที่วาณิชธนกิจกำลังทำ Due Diligence หรือสอบทานธุรกิจ จะต้องมีการอ่านรายละเอียดในเอกสารจำนวนมาก ซึ่งมีโอกาสเกิดความผิดพลาดสูง แต่ด้วยความสามารถของ AI ในปัจจุบัน สามารถช่วยสรุปเอกสารให้เป็นประเด็นสำคัญภายในไม่กี่วินาที นอกจากนี้ ยังสามารถทำบทสรุปผู้บริหาร หรือดึงประเด็นสำคัญออกมาให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว ส่งผลให้กระบวนการทำ Due Diligence สั้นลงอย่างมาก”

บุกตลาดองค์กรด้วย Watsonx
ผสานความรับผิดชอบในทุกฟังก์ชั่น

อโณทัยกล่าวว่า สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้าน AI ของไอบีเอ็มนั้น ปัจจุบันมีการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจโดยเฉพาะอย่าง Watsonx ซึ่งประกอบด้วย 3 แพลตฟอร์มหลัก ดังนี้

    1. Watsonx.ai : เป็นแพลตฟอร์มสตูดิโอที่ใช้ฝึกโมเดล ปรับจูนให้เป็นไปตามความต้องการ ลักษณะการใช้งาน ไปจนถึงที่มาของข้อมูลจากลูกค้า ซึ่งการพัฒนาโมเดลแบบ Large Language Model (LLM) ก็จะอยู่ในส่วนนี้ โดยไอบีเอ็มจะมี Foundation Model อย่าง Granite ซึ่งเป็น LLM ที่พัฒนาและผ่านการคัดกรองมาเรียบร้อยในเรื่องของธรรมาภิบาลในเรื่องความเที่ยงตรง ให้ธุรกิจสามารถใช้งานได้ทันที
    2. Watsonx.data : เป็นแพลตฟอร์มที่ทำเรื่อง Data Platform ในการเก็บข้อมูลขององค์กรในลักษณะ Big Data โดยเป็นการนำข้อมูลมารวมไว้เพื่อให้เชื่อมกับ Watsonx เพราะข้อมูลคือพื้นฐานที่ทำให้ AI สามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    3. Watsonx.governance : เป็นแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่ในการวางกรอบธรรมาภิบาล สามารถสร้างรายงานเพื่อตรวจสอบได้ เช่น ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จาก AI ว่า นำข้อมูลจากแหล่งใดมาประมวลผล และนำไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ได้มีความน่าเชื่อถือ และไม่ละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล

“Watsonx จะใช้งานผ่านการสั่งงานด้วย Prompt หากต้องการทราบอะไร ก็ใช้การพิมพ์ Text ถามได้เลย ซึ่งยูสเคสการใช้งานนั้นสามารถประยุกต์ได้หลากหลาย และหากต้องการจะใช้เสียงในการสั่งงานก็ทำได้เช่นกัน”

อโณทัย ให้ข้อมูลเพิ่มว่า จุดเด่นของ Watsonx คือการเป็น AI ที่เปิดกว้างสำหรับทุกการใช้งาน สามารถนำไปใช้งานได้ทุก Cloud Environment อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อเน้นบริการไปที่กลุ่มลูกค้าระดับองค์กรโดยเฉพาะ จึงทำให้คนทั่วไปจะไม่เห็น WotsonX ให้บริการในแบบ Public ดังนั้น ข้อมูลที่นำมาใช้จึงอยู่ในขอบเขตที่ลูกค้าต้องการเท่านั้น เพื่อหา Insight ภายใต้ขอบเขตของธุรกิจของลูกค้าในลักษณะของ Private AI

นอกจากนี้ Watsonx ยังมีความน่าเชื่อถือสามารถตรวจสอบได้ด้วย AI Ethics Board โดยไอบีเอ็มพร้อมช่วยเหลือการใช้งาน Watsonx อย่างเต็มที่ในทุกสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าต้องการ ทำให้การใช้งาน AI นั้นมีประโยชน์เต็มที่ ลดความกังวลเรื่องการขัดต่อข้อกฎหมาย หรือการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล โดยข้อมูลที่ AI ประมวลผลออกมาจะเป็นลักษณะของ Responsible AI ที่มีความรับผิดชอบ

“ความรับผิดชอบควรถูกมองเป็นพื้นฐานที่องค์กรธุรกิจต้องเข้ามาจัดการให้ได้ก่อนที่จะนำ AI ไปใช้กับการทำธุรกิจ ซึ่งหน้าที่ของไอบีเอ็ม คือช่วยให้องค์กรที่ต้องการจะใช้ AI สามารถเดินต่อได้ด้วยธรรมาภิบาลที่ถูกต้อง”

โลกธุรกิจมุ่งสู่ AI Augmented
มุ่งใช้ AI ยกระดับบุคลากร

อโณทัยกล่าวว่า สิ่งสำคัญในการตัดสินใจใช้ AI ในองค์กรธุรกิจ คือวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง เพราะองค์กรที่จะมุ่งหน้าไปสู่ทิศทางใหม่ เทคโนโลยีใหม่ จุดเริ่มต้นมาจากการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงทั้งสิ้น โดยต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าการนำ AI หรือเทคโนโลยีใหม่เข้ามาปรับใช้ จะใช้ในส่วนไหน และวิธีการใช้งานเป็นอย่างไร

“AI ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะรักษาได้ทุกโรค องค์กรธุรกิจต้องระบุยูสเคสขึ้นมาให้ได้ก่อนว่าจะนำ AI ไปใช้ทำอะไร ไม่เช่นนั้นลงทุนไปก็ไม่เกิดประโยชน์ อีกทั้งต้องมองถึงการขยับขยายไปใช้ด้านอื่นด้วย เพื่อไม่ให้การลงทุนเสียเปล่า”

ดังนั้น ภาพของโลกธุรกิจที่ในอนาคต AI จะมาเป็นส่วนช่วยเสริมประสิทธิภาพให้มนุษย์ทำงานได้ดีขึ้น (Augmented) แต่จะไม่ใช่การนำ AI เข้ามาแทนที่การทำงานของมนุษย์ (Replaced) ทำให้ในปัจจุบัน องค์กรใดที่เริ่มลงทุนและศึกษาเรื่อง AI ก่อนก็จะได้เปรียบในเรื่องการแข่งขัน

อโณทัยกล่าวต่อว่า อีกกระแสที่เริ่มโตขึ้นมาคือการรวม AI เข้าไปอยู่ใน Business App ขององค์กร แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการนำ AI เข้ามาใช้ในส่วนนี้มากว่า 10 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมา เป็นการนำมาใช้แบบแยกส่วน ไม่ผสานรวมกัน ทำให้ต่อจากนี้ การลงทุนด้าน AI ในฝั่ง Business App จะเน้นการผสานรวมในลักษณะ Fully Integrate เพื่อให้กระบวนการทำงานในองค์กรมีความลื่นไหลและเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน

“เทคโนโลยีคือความเป็นไปได้ทุกอย่าง สิ่งที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อสิบปีที่ผ่านมาหลายคนก็ไม่เชื่อว่าจะมีเทคโนโลยีแบบ AI อย่างทุกวันนี้เกิดขึ้น ดังนั้น ภาพของ AI ในอนาคตจึงมีความเป็นไปได้ทุกรูปแบบที่จะพัฒนาไปได้มากกว่าปัจจุบัน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะสร้างคุณประโยชน์หรือให้โทษนั้น เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องพิจารณาให้ดี ดังนั้น การใช้ AI ด้วยความรับผิดชอบ หรือ “Responsible AI” จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะจะเป็นพื้นฐานให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้และพัฒนา AI ไปอย่างถูกทาง”


ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนเมษายน 2567 ฉบับที่ 504 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/