Bitcoin Halving ครั้งที่ 4 สถิติย้อนหลังชี้ ราคา Bitcoin พุ่งทุกรอบ

1940

ชาว Bitcoin กำลังจะได้ต้อนรับอีเวนต์สำคัญของเครือข่าย Bitcoin นั่นคือ Bitcoin Halving ซึ่งเป็นการที่ผลตอบแทน (Reward) ของผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบธุรกรรมบนเครือข่าย (Miner) จะถูกลดลงครึ่งหนึ่ง โดยเฉลี่ยแล้ว เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นทุก ๆ 4 ปี หรือ 210,000 บล็อก ซึ่ง 1 บล็อกบนเครือข่าย Bitcoin จะถูกสร้างขึ้นทุก 10 นาที

ตั้งแต่ Bitcoin เกิดขึ้นบนโลก ผ่านการ Halving มาแล้ว 3 ครั้ง  ครั้งแรกย้อนไปเมื่อปี 2012 เป็นการลด Reward จาก 50 BTC เหลือ 25 BTC ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 2016 ลด Reward จาก 25 BTC เหลือ 12.5 BTC และครั้งที่ 3 เกิดขึ้นในปี 2020 ลด Reward จาก 12.5 BTC เหลือ 6.25 BTC และBitcoin Halving ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 20 เมษายน ปี 2024 นี้ จะลด Reward จาก 6.25 BTC เหลือ 3.125 BTC

สาเหตุที่ Bitcoin ต้องมีการ Halving ก็เพื่อควบคุมจำนวน Bitcoin ทั้งหมดในระบบ ไม่ให้ถูกปล่อยออกมาเร็วเกินไป ซึ่งการที่รางวัลจากการขุด Bitcoin ลดลงทุก ๆ 4 ปี หมายความว่า อุปทาน (Supply) ของ Bitcoin จะลดลง

ในขณะที่อุปสงค์ (Demand) ใน Bitcoin กลับเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่บริษัทต่าง ๆ พากันเข้าซื้อ Bitcoin และที่สำคัญคือการอนุมัติ Spot Bitcoin ETF ซึ่งเปรียบเหมือนการปลดล็อกให้นักลงทุนสถาบัน เข้าถึงสินทรัพย์อย่าง Bitcoin ได้ง่ายมากขึ้น

หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ Bitcoin มีการ Halving เพื่อไม่ให้ตัวเองที่มีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญ ถูกปล่อยออกมาหมดเร็วเกินไป ทำให้ Bitcoin กลายเป็นของหายาก ซึ่งผู้สร้าง Bitcoin คือ Satoshi Nakamoto ได้ฝังชุดคำสั่งนี้ไว้บน Blockchain แก้ไขไม่ได้

หากคำนวณตามรอบ Halving ที่ 4 ปีจะเกิดขึ้น 1 ครั้ง อีเวนต์ Bitcoin Halvingจะเกิดขึ้นอีก 64 ครั้ง โดยคาดว่า Bitcoin ทั้งหมดจะถูกขุดออกมาจนครบในปี 2140 หรืออีก 116 ปีต่อจากนี้ จากนั้น Reward ที่จะให้กับเหล่า Miner จะมาจากค่าธรรมเนียม ที่ผู้ทำธุรกรรมต้องเป็นคนจ่ายเอง

ซึ่งตรงนี้มีความเป็นไปได้หลายทาง เช่น อาจมีการแก้ไข Blockchain ของ Bitcoin เพื่อสร้างสิ่งใหม่ ๆ ด้วยความร่วมใจกันของทุก nodes หรืออาจมีเหรียญอื่น ที่ดีกว่า Bitcoin เกิดขึ้น จนถึงมีเทคโนโลยีกระจายศูนย์ (Decentralized Technology) ที่ทันสมัยกว่า Blckchain ซึ่งอีก 116 ปีจากนี้เราถึงจะทราบข้อเท็จจริง

ทำไมนักลงทุนคริปโทฯถึงตื่นเต้นกับอีเวนต์นี้ ?

ด้วยความที่ Bitcoin ที่ได้จากการขุดออกมาน้อยลง บวกกับมีจำกัดแค่ 21 ล้านเหรียญอยู่แล้ว ขณะที่ความต้องการ Bitcoin กลับพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามทฤษฎีแล้ว

เมื่อ Supply ลด แต่ Demand เพิ่ม ราคาของสิ่งนั้นจะเพิ่มขึ้น ประมาณว่าคนอยากได้เยอะ แต่ของมีน้อย มีจำกัด ราคาของจะเพิ่มขึ้นตามกลไก Supply-Demand

หากย้อนดูสถิติราคา Bitcoin ตั้งแต่การ Halving ครั้งแรกในปี 2012 จะพบว่าราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้นทุกครั้งทั้งก่อนและหลังเกิดBitcoin Halving

อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap และ InnovestX Research พบว่า การ Halving ครั้งแรกในปี 2012 ราคา Bitcoin ในช่วง 12 เดือนก่อน Halving อยู่ที่ 2.55 ดอลลาร์ และวันที่เกิด Halving ราคาปรับขึ้นมาเป็น 12.35 ดอลลาร์

และหลังจากผ่าน Halving มาได้ 12 เดือน ราคาพุ่งไปถึง 1,055.58 ดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 8,447%

Halving ครั้งที่ 2 ปี 2016 ราคา Bitcoin ในช่วง 12 เดือนก่อน Halving อยู่ที่ 287.13 ในวันที่เกิด Halving ราคาปรับขึ้นมาเป็น 649.22 ดอลลาร์

หลังจากผ่าน Halving มาได้ 12 เดือน ราคาพุ่งเป็น  2,384.54 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 267%

Halving ครั้งที่ 3 ปี 2020 ราคา Bitcoin ในช่วง 12 เดือนก่อน Halving อยู่ที่ 6,291.33 ในวันที่เกิด Halving ราคาปรับขึ้นมาเป็น 8,636.21 ดอลลาร์

หลังจากผ่าน Halving มาได้ 12 เดือน ราคาพุ่งเป็น  56,911.32 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 559%

ข้อมูลจาก: InnovestX Research, Coinmarketcap

แทบจะเรียกได้ว่า ทุกการ Halving ของ Bitcoin เป็นเหมือนการเริ่มสัญญาณตลาดกระทิงเต็มตัว

ส่องดูมูลค่าตลาดคริปโทฯขณะนี้ อยู่ที่ประมาณ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์ Bitcoin ครองส่วนแบ่งอยู่ 52.7%

ไม่แน่ว่าครั้งนี้อาจมีบางอย่างแตกต่างออกไป เพราะการ Halvingที่ผ่านมา ไม่เคยมีตัวแปรสำคัญอย่าง Spot Bitcoin ETF เกิดขึ้นมาก่อน ตัวแปรนี้สำคัญมากเพราะเงินมหาศาลจากนักลงทุนสถาบันสามารถเข้ามาเป็นเจ้าของBitcoin ผ่านตัว ETF ได้ นั่นจึงทำให้เราเห็นราคาBitcoin พุ่งกระฉูดทำ All Time High ที่ราคา 73,777 ดอลลาร์ ก่อนBitcoin Halving จะมาถึง

นอกจากนี้เครือข่าย Bitcoin ยังมีพัฒนาการในเชิงบวก ทั้งการเกิด Layer 2 บน Bitcoin Network การโอนหน่วยย่อยของ Bitcoin หากันง่ายผ่านเครือข่าย Lightning มีการ mint NFT บนเครือข่าย Bitcoin เกิดยูสเคสที่ใช้ได้จริงมากขึ้น

ไม่แปลกที่นักลงทุนจะตื่นเต้นกับ Bitcoin Halvingเพราะสถิติที่ผ่านมาชี้ชัด ผ่าน Halvingทีไรราคา Bitcoin พุ่งกระฉูดทุกที แถม Alt Coin ก็ได้ผลบวกไปด้วย

แต่ต้องไม่ลืมว่าบางสถานการณ์อดีตก็ไม่สามารถสะท้อนสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ครบทุกด้าน ยิ่งตลาดคริปโทฯ เต็มไปด้วยความเสี่ยง และความผันผวน การเตรียมตนเองให้พร้อม โดยเฉพาะการศึกความรู้ด้านการลงทุน ศึกษาตลาดคริปโทฯ ทำความเข้าใจเทคโนโลยี Blockchain เป็นพื้นฐานสำคัญที่นักลงทุนต้องมีก่อนลงสนามจริง

ถ้าเข้าไปในตลาดคริปโทฯโดยไม่มีความรู้ หวังแต่กำไรสูง ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับการใส่ชุดนอน ลงไปสู้ในสนามรบ ที่ทุกคนมีแต่ปืนเลเซอร์

อ้างอิงข้อมูลจาก: InnovestX, Bitkub, Coinmarketcap

อ่านข่าวอื่น ๆ