เปิดเกร็ดน่าสนใจ ประเทศใดบ้างที่ฉลองเทศกาลวันสงกรานต์ เนื่องใน วันขึ้นปีใหม่

609

เทศกาลสงกรานต์คือหนึ่งในเทศกาลวันหยุดที่สำคัญที่สุดมากที่สุดและเป็นที่ตั้งตารอมากที่สุดสำหรับชาวไทย เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาวที่ผู้คนเดินทางกลับภูมิลำเนาไปเยี่ยมครอบครัวและเคารพผู้หลักผู้ใหญ่เนื่องใน วันขึ้นปีใหม่ ไทย รวมถึงเป็นเทศกาลแห่งน้ำที่หลาย ๆ คนออกมาเฉลิมฉลองด้วยการสาดน้ำให้ชื่นฉ่ำ โดยการสาดน้ำในวันสงกรานต์นับเป็นอีเวนต์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาร่วมสาดน้ำให้ชุ่มฉ่ำตามสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ยัง ชาวไทยในต่างแดนตั้งแต่สหรัฐ ยุโรป ไปจนถึงออสเตรเลียก็เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์เช่นกัน

สำหรับประเทศไทยนั้น สงกรานต์ในปีนี้เป็นปีที่สำคัญ เนื่องด้วยเทศกาลสงกรานต์ในประเทศไทย ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage of Humanity) โดย UNESCO ซึ่งนำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ชาวไทย และเป็นของขวัญปีใหม่ที่น่าปลาบปลื้มอย่างยิ่ง

แต่นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ด้วยเช่นกัน เนื่องในโอกาส วันขึ้นปีใหม่ ซึ่งมักจะตรงกับในวันที่ 13-14 เม.ย. ของทุก ๆ ปี โดยธรรมเนียมปฏิบัติส่วนใหญ่แล้วจะคล้ายคลึงกัน แต่ก็แตกต่างบ้างตามแต่วัฒนธรรมหลักของชนชาตินั้น ๆ และสำหรับประเทศและภูมิภาคที่เฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ได้แก่ ลาว กัมพูชา ศรีลังกา เมียนมา และสิบสองปันนา

ลาว

ชาวลาวเรียกวันสงกรานต์ว่า “วันปีใหม่ลาว” หรือ “วันสงกาน” ซึ่งเป็นวันปีใหม่ทางพุทธศาสนาและมีการเฉลิมฉลองไปทั่วประเทศ ในวันที่ 13-15 เมษายน โดยในวันแรก ชาวลาวจะถือว่าไม่ใช่ทั้งวันปีเก่าและปีใหม่ ชาวลาวจะทำความสะอาดบ้านเรือน ออกมาทำความสะอาดชุมชน และนำดอกไม้ไปประดับตามสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงสรงน้ำพระและไหว้พระ ส่วนและวันที่สองจะเป็นวันเคารพผู้สูงอายุและไหว้บรรพบุรุษ ส่วนวันที่สามหรือวันที่ 15 จะถือว่าเป็นวันปีใหม่อย่างเป็นทางการของชาวลาว

เทศกาลสงกรานต์ของชาวลาวมีความคล้ายคลึงกับไทยอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเฉลิมฉลองต่าง ๆ ตามประเพณีและการเล่นน้ำ ชาวลาวจะรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เหมือนกับไทย และเล่นสาดน้ำ ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันแรก นับเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดในประเทศ และผู้คนให้ความสำคัญเป็นอย่างสูง

กัมพูชา

วันสงกรานต์ของกัมพูชามีชื่อเรียกว่า “โจลชนำทเมย” (Choul Chnam Thmey) ในภาษาเขมร จัดขึ้นในวันที่ 13 – 15 เมษายน ซึ่งนับเป็นเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อฉลองปีใหม่และฉลองเนื่องในโอกาสสิ้นสุดเทศกาลเก็บเกี่ยว ซึ่งเป็นการบ่งบอกว่าฤดูฝนมาถึงแล้ว โดยชาวกัมพูชาได้รับแนวคิดวันปีใหม่มาจากศาสนาพราหมณ์ และฮินดู แต่ในปัจจุบันนั้นนับเป็นวันปีใหม่ทางพุทธศาสนา

ตามธรรมเนียมเดิมนั้น ชาวกัมพูชาไม่ได้เล่นสาดน้ำแบบไทยในช่วงวันปีใหม่ โดยในวันแรก ผู้คนจะใช้น้ำมนต์ล้างหน้าในตอนเช้า ล้างหน้าอกในตอนเที่ยง และล้างเท้าในตอนเย็น เพื่อบอกลาปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ จากนั้นจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ไปไหว้พระเพื่อขอพร สำหรับวันที่สอง ผู้คนจะมอบของขวัญแก่ผู้อาวุโส รวมถึงเจ้านาย และไปก่อปราสาททรายที่วัดในตอนเย็น ส่วนในวันสุดท้าย ชาวกัมพูชาจะไปสรงน้ำพระที่วัด และรดน้ำผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นการแสดงถึงความเคารพ และการสำนึกบาปในปีที่ผ่านมา

เมียนมา

เทศกาลสงกรานต์ในเมียนมามีชื่อเรียกว่า “ตะจาน (Thingyan)” ซึ่งมีความหมายว่า การเปลี่ยนผ่านจากสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่ง หรือสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านข้ามปีนั่นเอง โดยวันปีใหม่จะคำนวณตามปฏิทินจันทรคติของเมียนมา ซึ่งมักจะเป็นสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนเมษายน หรือในช่วงวันที่ 13-15 เมษายน

โดยนอกจากการเฉลิมฉลองด้วยการไปวัดและเล่นน้ำแล้ว ชาวเมียนมามีความเชื่อว่า ตะจาน คือบรรพกษัตริย์ที่จะมาปรากฏตัวในช่วงวันปีใหม่ ดังนั้นในช่วงวันปีใหม่ ผู้คนจะใช้ดอกไม้และใบไม้ประดับบ้านในวันเพื่อต้อนรับตะจาน และจะถือศีลในช่วงนี้ ซึ่งการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตถือเป็นบาป การเฉลิมฉลองตามประเพณีคือการที่ใช้น้ำสระผมให้แก่ผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งชาวเมียนมานั้นมักจะไว้ผมยาว และมองว่าผมเป็นของสูง นอกจากนี้แล้ว ผู้คนยังปล่อยปลาในวันสุดท้ายของเทศกาลปีใหม่ด้วย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการต่อชีวิตและการมีเมตตา

สิบสองปันนา

สิบสองปันนา คือเขตปกครองตนเองระดับจังหวัดของจีน ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของมณฑลยูนนาน และมีพรมแดนติดกับเมียนมาและลาว ประชากรส่วนใหญ่ของสิบสองปันนาคือชาวไทลื้อซึ่งนับถือศาสนาพุทธ เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ของชาวไทลื้อในสิบสองปันนาในมีชื่อเรียกว่า “เทศกาลพรมน้ำ” มีความผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของจีนเข้ากับวัฒนธรรมของชาวไทลื้อ

ชาวไทลื้อจะเฉลิมฉลองเป็นเวลา 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 เมษายน โดยสองวันแรก ผู้คนจะออกไปตั้งร้านขายสินค้า และเที่ยวชมเทศกาลริมแม่น้ำล้านช้าง ซึ่งมีการแสดงไหลเรือ และการแข่งเรืออย่างครึกครื้น โดยในคืนก่อนวันที่ 13 เมษายน นั้น กิจกรรมที่สำคัญคือการลอยโคมลงในแม่น้ำ ตามความเชื่อที่ว่าเป็นการนำเอาโชคร้ายออกไปและนำเอาโชคดีเข้ามา และวันที่ 15 เมษายน จะเป็นวันเทศกาลพรมน้ำ ซึ่งคล้ายคลึงกับไทยและลาว โดยมีการสรงน้ำพระ และเล่นสาดน้ำตามท้องถนน

ศรีลังกา

เทศกาลสงกรานต์ของศรีลังกา เรียกกันว่าวันปีใหม่สิงหล หรือ “อาลุธ อาวุรุททา” (Aluth Avurudda) จะเฉลิมฉลองกันในกลุ่มชาวสิงหลและชาวทมิฬ รวมถึงชาวศรีลังกาบางส่วนด้วย โดยตามหลักโหราศาสตร์ของชาวสิงหลนั้น วันปีใหม่มีชื่อเรียกว่า “วันบาก” มาจากคำว่า ภคยะ ในภาษาสันสกฤตซึ่งหมายความว่า “โชคดี” โดยวันบากจะเริ่มต้นเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ ซึ่งถือช่วงสิ้นสุดของฤดูกาลเก็บเกี่ยวและสิ้นสุดฤดูใบไม้ผลิ

การเฉลิมฉลองตามประเพณีจะมีการผสมผสานกันระหว่างความเชื่อทางศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู ผู้คนจะเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทำความสะอาดบ้านและจุดตะเกียงน้ำมัน ผู้ชายและผู้หญิงจะออกมารวมตัวในชุมชน ผู้ชายจะได้รับการเจิมน้ำสมุนไพรจากนักบวชเพื่อให้อายุยืนยาว และผู้หญิงจะตีกลองเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มปีใหม่ ผู้คนจะนำผลผลิตใหม่ที่ได้จากการเก็บเกี่ยวไปมอบให้กับคนเฒ่าคนแก่ในครอบครัว และผู้อาวุโสในชุมชน เพื่อแสดงความเคารพและความกตัญญู นอกจากนี้แล้ว ชาวสิงหลยังเฉลิมฉลองการประกอบอาหารพิเศษ เช่น ข้าวที่หุงจากนม (Kiribath) เป็นต้น รวมถึงยังมีการเล่นจุดพลุและจุดดอกไม้ไฟด้วย

เทศกาลที่เป็นมากกว่าแค่การเฉลิมฉลองและการสาดน้ำ

ด้วยความที่เป็นเทศกาลหลักทั้งในทางศาสนาและในด้านการมีส่วนร่วมทางวัฒนธรรมที่หลากหลายในภูมิภาค เทศกาลสงกรานต์จึงนับเป็นเทศกาลที่มีความสำคัญอย่างมาก อีกทั้งเป็นเทศกาลที่สะท้อนถึงความสำคัญของครอบครัว ความนอบน้อมและกตัญญูต่อผู้สูงอายุ ทั้งผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่พระในบ้าน และผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว รวมถึงการแสดงถึงความเป็นหนึ่งอันเดียวกันของชาวพุทธในการสร้างกุศลด้วย

อ้างอิง :

รวบรวมโดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร