ตลาดหุ้นไทย หลังสงกรานต์ 2567 นักวิเคราะห์ แนะ 4 ธีม ลงทุน

657
ตลาดหุ้นไทย

นักวิเคราะห์ คาด ตลาดหุ้นไทย หลังเทศกาลสงกรานต์ 2567 บล.ทิสโก้ กางสถิติย้อนหลัง 18 ปี SET Index มีโอกาสสูงถึง 78% ที่จะปรับตัวขึ้น ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 1.6% กลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสมหุ้นอิงกำลังซื้อในประเทศ นักวิเคราะห์ แนะ 4 ธีม ลงทุน รวมดิจิทัลวอลเล็ต

บล.ทิสโก้ คาดการณ์ แนวโน้ม ตลาดหุ้นไทย หลังผ่านพ้นช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2567 จะกลับมาคึกคัก คาดหวังผลกระทบเชิงบวกจากการเริ่มใช้จ่ายเงินงบประมาณฯ และความชัดเจนของโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต นอกจากนี้จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงหลังสงกรานต์นับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา SET Index มีโอกาสสูงถึง 78% ที่จะปรับตัวขึ้น และให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +1.6%

สำหรับหุ้นที่มีโอกาส Outperform ตลาด คือ หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ ที่มีปัจจัยหนุนระยะสั้น ได้แก่ BDMS, CPALL และ PTTEP และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการลดดอกเบี้ยในปีนี้ เด่น AEONTS, AP และ MTC

นอกจากนี้ บล.ทิสโก้ คาดว่า การอ่อนค่าของเงินบาทน่าจะเป็นผลดีต่อหุ้นส่งออก แนะนำ MEGA, TU เพราะฉะนั้นหุ้นเด่นที่แนะนำในเดือนเมษายน คือ AEONTS, AP, BDMS, CPALL, MEGA, MTC, PTTEP และ TU ด้านแนวรับและแนวต้านสำคัญของ SET Index เดือนเมษายน นี้อยู่ที่ 1,365-70, 1,350 และ 1,405, 1,430-40 จุด ตามลำดับ 

บล.เอเชีย พลัส ประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มดีขึ้น หลังมีหลายปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยหนุนดัชนี อาทิ เรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะเกิดขึ้นช่วง เม.ย. – มิ.ย.นี้ หนุนให้การบริโภคในประเทศมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากไตรมาสก่อน

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำสะสมหุ้นอิงกำลังซื้อในประเทศ ( Domestic pay) ประกอบด้วยกลุ่มวัสดุก่อสร้าง, ค้าปลีก และรับเหมาก่อสร้าง ที่จะได้รับอานิสงส์จากการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล ได้แก่ TASCO, HMPRO และ CK

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่า หลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว ตลาดหุ้นไทยจะยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง หลัง SET Index สามารถกลับมายืนเหนือ 1,400 จุดได้อีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หลังภาครัฐมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและยังมีความพยายามทยอยออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จาก 2% เหลือ 0.01% และลดค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จาก 1% เหลือ 0.01% สำหรับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่มีราคาซื้อขายและราคาประเมินทุนทรัพย์ไม่เกิน 7 ล้านบาท

อีกทั้งบอร์ดดิจิทัลชุดใหญ่ยังมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้แก่ประชาชนราว 50 ล้านคนเพื่อใช้จ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคใน ไตรมาส 4 ของปี 2567 วงเงิน 5 แสนล้านบาท เป็นต้น ด้านปัจจัยต่างประเทศ คาดการณ์ข้อมูลเศรษฐกิจและดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐและจีนจะยังมีพัฒนาการเชิงบวกต่อเนื่อง ซึ่งคาดจะเป็นปัจจัยช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้กลับมาคึกคักได้

กลยุทธ์ลงทุนแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีมหลัก ดังนี้

    1. หุ้นเก็งกำไรหาก SET ฟื้นตัวทะลุ 1,400 จุด ซึ่งคาดจะมีแรงซื้อกลับจากทำ Cover Short และฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ขณะที่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง เลือก HANA, KCE,  KBANK ,PTT, AOT
    2. หุ้นที่ได้อานิสงส์บวกจากธุรกิจท่องเที่ยวไทย เลือก AOT, ERW, MINT, CPALL
    3. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการผลิต (โดยเฉพาะจีน) และผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าว เลือก GFPT, KCE, PTTGC, IVL
    4. หุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐผ่านการแจกเงินดิจิทัล เลือก CPALL, CPAXT, BJC, HTC,SNNP

อ่านข่าวอื่น ๆ