เทคนิคกู้บ้าน มือใหม่ ให้ได้ดอกเบี้ยโดนใจ

388
สินเชื่อกู้ซื้อบ้าน

บ้านเป็นทรัพย์สินชิ้นใหญ่ที่ใครๆ ก็ใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ในครอบครอง แต่ด้วยราคาที่สูงและใช้เวลาผ่อนกันนานหลายสิบปีโดยข้อมูลที่คนอยากมีบ้านมักให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คือยอดการผ่อนชำระที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน รวมไปถึงเรื่องของดอกเบี้ยที่ถ้าสามารถกู้ซื้อบ้านในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำได้ด้วยก็จะช่วยทำให้สามารถชำระหนี้ได้หมดไวขึ้น สำหรับมือใหม่ที่อยากหา สินเชื่อกู้ซื้อบ้าน ในอัตราดอกเบี้ยที่ตรงกับความต้องการของตัวเองสามารถทำได้ดังนี้

1. ทำความเข้าใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย

ก่อนที่จะมองหาวิธีการกู้ซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำ มีสิ่งที่ควรทำความเข้าใจเพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจเลือกธนาคารที่จะกู้ได้อย่างเหมาะสม นั่นก็คือเรื่องของอัตราดอกเบี้ยกู้ซื้อบ้าน ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)

เป็นอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกำหนดไว้เป็นตัวเลขเฉพาะและคงที่ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลงตามความผันผวนของธนาคารหรือต้นทุน โดยธนาคารหรือแหล่งเงินกู้จะกำหนดตัวเลขมาเลยว่าจะต้องเสียอัตราดอกเบี้ยต่อปีกี่เปอร์เซ็นต์ตามเงื่อนไขสัญญาและจะคิดคงที่ตามนี้ในจำนวนปีตามแต่ช่วงเวลาที่กำหนด

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบลอยตัว (Floating Rate)

เป็นอัตราดอกเบี้ยที่จะปรับขึ้นหรือลงตามต้นทุนหรือผลประกอบการของธนาคาร โดยจะมีการประกาศจากธนาคารออกมาเป็นระยะๆ ตามประกาศอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยจากธนาคาร ซึ่งผู้ที่ยื่นกู้ซื้อบ้านแต่ละคนจะได้รับอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการชำระหนี้ ส่วนต่างระหว่างรายได้และรายจ่าย หรือมูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกัน

โดยดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่มักใช้อ้างอิงในอัตราเงินกู้แบบลอยตัว คือ ดอกเบี้ย MLR และ MRR

      • MLR (Minimum Retail Rate): เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่เรียกเก็บจากลูกค้ารายใหญ่ชั้นดีที่มีประวัติการเงินดี และมีหลักทรัพย์ในการค้ำประกันเพียงพอ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้กับเงินกู้ที่มีระยะเวลากำหนดที่แน่นอน เช่น สินเชื่อเพื่อการประกอบธุรกิจต่างๆ
      • MRR (Minimum Retail Rate): เป็นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำที่ธนาคารพาณิชย์เรียกเก็บจากลูกค้ารายย่อยชั้นดี (บุคคลทั่วไป) เช่น สินเชื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อบัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น

ส่วนใหญ่การกู้ซื้อบ้านทางธนาคารจะคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ให้ในช่วง 1-3 ปีแรก (ขึ้นอยู่กับโปรโมชันและตัวโครงการ) หลังจากนั้นจะเริ่มคิดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซึ่งการทำความเข้าใจในตัวอัตราดอกเบี้ยแต่ละแบบจะช่วยทำให้สามารถนำอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารมาคำนวณและเปรียบเทียบกันได้ว่าควรเลือกกู้ซื้อบ้านจากที่ไหนดีถึงจะได้ดอกเบี้ยต่ำตามที่ต้องการนั่นเอง

2. ประมาณความสามารถในการกู้ของตนเอง

หลังจากตรวจสอบเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องเลือกกู้สินเชื่อบ้านให้เหมาะสมกับความสามารถในการกู้และความต้องการของตัวเอง เพราะในบางครั้งบ้านที่ต้องการจะซื้ออาจไม่สามารถกู้ซื้อบ้านในอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดได้ แต่สามารถเลือกอัตราดอกเบี้ยที่ดีที่สุดที่เสามารถจะจ่ายได้ไหวแทนได้

โดยสามารถเริ่มต้นการประมาณได้จากการคำนวณสินเชื่อ เพื่อหาค่างวดที่จะต้องจ่ายตามอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคาร พร้อมกับเปรียบเทียบความคุ้มค่าและข้อเสนอของแต่ละธนาคารว่าเป็นไปตามความต้องการหรือไม่ เช่น เปอร์เซ็นต์วงเงินกู้ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย, ค่าธรรมเนียมต่างๆที่ต้องจ่าย, ระยะเวลาในการกู้, ส่วนลดเพิ่มเติม เป็นต้น

หลังจากนั้นให้นำข้อเสนอและตัวเลือกทั้งหมดมาคิดเป็นตัวเลข และประมาณถึงความสามารถในการกู้ของตนเองตลอดระยะเวลาการกู้ตามอัตราดอกเบี้ยของแต่ละธนาคารกำหนดเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก็จะช่วยทำให้สามารถกู้ซื้อบ้านดอกเบี้ยต่ำในระดับที่พึงพอใจได้มากที่สุด

ที่มา: ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

อ่านข่าวอื่น ๆ