IMF เตือน “หนี้สหรัฐ-จีน” ผลักดัน “หนี้สาธารณะทั่วโลก” พุ่งในอีก 5 ปีข้างหน้า

405

IMF เตือน “หนี้สหรัฐ-จีน” ซึ่งคาดว่าเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าภายในปี 2596 ภายใต้นโยบายปัจจุบัน จะผลักดัน “หนี้สาธารณะทั่วโลก” พุ่งในอีก 5 ปีข้างหน้า

วันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว The Business Times รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) กล่าวว่าคู่แข่งทางเศรษฐกิจรายใหญ่ 2 รายของโลก ได้แก่ จีนและสหรัฐอเมริกา จะผลักดันให้ หนี้สาธารณะทั่วโลก เพิ่มขึ้นอย่างมากในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยการใช้จ่ายของชาวอเมริกันจะสร้างปัญหาให้กับประเทศอื่น ๆ ด้วยการรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง

IMF กล่าวใน Fiscal Monitor ซึ่งเป็นภาพรวมของการพัฒนาการเงินสาธารณะทั่วโลก ว่า “ในเศรษฐกิจทั้งสองประเทศ หนี้สาธารณะคาดว่าจะเกือบ 2 เท่าภายในปี 2596 ภายใต้นโยบายปัจจุบัน วิธีที่จัดการนโยบายการคลังอาจส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจโลก และก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับการคาดการณ์การคลังพื้นฐานในประเทศอื่นๆ”

โดยอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในสหรัฐ ทำให้หลาย ๆ ประเทศยากลำบาก เนื่องจากส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ทำให้สินค้าโภคภัณฑ์ที่มีราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐมีราคาแพงกว่า และเพิ่มภาระหนี้สำหรับประเทศที่กู้ยืมในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ

วิตอร์ กัสปาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการคลังของ IMF กล่าวว่า “อัตราดอกเบี้ยที่สูงและไม่แน่นอนในสหรัฐ ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการระดมทุนในส่วนอื่นๆ ของโลก”

สำหรับประเทศจีน IMF เตือนว่าการชะลอตัวที่มากกว่าที่คาดการณ์ในจีน อาจรุนแรงขึ้นจากมาตรการทางการเงินที่เข้มงวดโดยไม่ตั้งใจ เนื่องจากความไม่สมดุลทางการคลังอย่างมีนัยสำคัญในรัฐบาลท้องถิ่น อาจสร้างความเสี่ยงต่อประเทศอื่นๆ ผ่านการค้าระหว่างประเทศในระดับที่ต่ำลง รวมถึงการจัดหาเงินทุนและการลงทุนภายนอก

รายงานคาดการณ์ว่าการขาดดุลหลักโดยรวมจะลดลงเหลือ 4.9% ของ GDP โลกในปี 2567 จาก 5.5% ในปี 2566 แต่มีความเสี่ยงอย่างมากที่คุกคามการเงินสาธารณะในหลายประเทศ

นอกจากนี้ IMF ยังแยกสหราชอาณาจักรและอิตาลีควบคู่ไปกับสหรัฐ และจีนว่าเป็นประเทศที่เผชิญกับความเสี่ยงทางการคลังที่ร้ายแรง เนื่องจากหนี้ยังคงเพิ่มสูงขึ้น

อ้างอิง : businesstimes.com.sg