TSMC เผยรายได้ไตรมาสแรก พุ่งแตะ 7 พันล้านดอลลาร์ อานิสงส์ดีมานด์ชิป AI แข็งแกร่ง

350

TSMC รายงานรายได้ไตรมาสที่ 1 ปี 2567 แตะ 7 พันล้านดอลลาร์ เนื่องจากตลาดเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัว บวกอุปสงค์ชิป AI แข็งแกร่ง และคาดดีมานด์โตต่อเนื่อง

วันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ไต้หวัน เซมิคอนดักเตอร์ แมนูแฟคเจอริง โค (Taiwan Semiconductor Manufacturing Co.) หรือ TSMC ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตชิปสัญญาจ้างรายใหญ่ที่สุดในโลก รายงานผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปี โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ชิปเอไอ (AI) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งมีส่วนช่วยสำคัญในการเติบโต

TSMCรายงานในวันนี้ (18 เม.ย.) ว่า รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 9% สู่ระดับ 2.255 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์เฉลี่ยของนักวิเคราะห์ที่ที่ระดับ 2.149 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวันใหม่ และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายปี

ในสัปดาห์ที่แล้ว TSMCเปิดเผยว่ายอดขายเติบโตเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 โดยอุปสงค์ชิปที่ใช้ในการพัฒนา AI ที่เพิ่มขึ้นสูงมากได้ชดเชยรายได้ที่หดหายไปเนื่องจากความซบเซาในตลาดสมาร์ตโฟน โดยยอดขายไอโฟน (iPhone) ในตลาดจีนลดลงอย่างมาก และรายได้จากแอปเปิ้ลคิดเป็น 25% จากได้ทั้งหมดของTSMC

นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2565 มูลค่าทางตลาดของTSMC เพิ่มขึ้นประมาณ 3.4 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้แรงหนุนจากการคาดการณ์อย่างกว้างขวางว่า TSMCจะเป็นหนึ่งในบริษัทที่เติบโตได้อย่างรวดเร็วที่สุด ท่ามกลางกระแสความต้องการชิป AI ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก และในช่วงต้นปีที่ผ่านมา TSMCได้จัดตั้งงบประมาณ ค่าใช้จ่ายในการลงทุน สำหรับปี 2567 ไว้ตั้งแต่ 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์ จนถึง 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในเดือน ม.ค. TSMC คาดการณ์ว่าบริษัทจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% ในปี 2567 เนื่องจากตลาดเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวในวงกว้าง แม้เศรษฐกิจโลกจะยังคงมีความไม่แน่นอนอย่างต่อเนื่อง และ ASML บริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ และเป็นผู้ผลิตที่ล้ำสมัยที่สุดของโลก เพิ่งรายงานว่ายอดขายไตรมาสที่ 1 ร่วงลง 22%

ด้านนักลงทุนคาดการณ์ว่า TSMCจะมีรายได้จากชิป AI เพิ่มขึ้น และTSMC เองก็ได้กล่าวเมื่อเดือนม.ค. ว่า รายได้จากชิป AI นั้นเติบโตในอัตรา 50% ต่อปี แต่นักลงทุนบางส่วนก็เตือนว่าปริมาณอุปสงค์ชิป AI ในปัจจุบันอาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว นอกจากนี้แล้ว ยังมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ด้วย โดยเฉพาะประเด็นตึงเครียดบริเวณช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเป็นน่านน้ำที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ และจีนอ้างก็อำนาจอธิปไตยเหนือพื้นที่ดังกล่าว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวอื่น ๆ