3 เหตุผลส่ง Bitcoin ทำ All-Time High ก่อน Bitcoin Halving

1770

Bitcoin (BTC) สร้างสถิติทำ All-Time High รอบใหม่ เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีราคาอยู่ที่ 73,637.47 ดอลลาร์สหรัฐ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ Coinmarketcap.com) แม้ว่าหลังจากนั้นราคาจะร่วงแรงมาอยู่ระดับ 60,000-67,000 ดอลลาร์ (ราคา ณ วันที่ 25 มีนาคม 2567) โดยการที่ ราคา Bitcoin พุ่งทะยานทำ All-Time High ก่อนอีเวนต์สำคัญอย่าง Bitcoin Halving มีเหตุผลสำคัญที่ต้องจับตา 3 เรื่อง และทั้ง 3 เรื่องนี้ อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อราคา Bitcoin ในอนาคตระยะสั้นอีกด้วย

1. การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF

ETF หรือ Exchange Trade Fund คือกองทุนรวมที่นักลงทุนสามารถลงทุนตามสินทรัพย์ต่างๆ โดยไม่ต้องถือครองสินทรัพย์จริงด้วยตนเอง โดย Spot Bitcoin ETF คือกองทุนรวมที่ถือครอง Bitcoin นั่นเอง

การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF สามารถดึงดูดเม็ดเงินและสภาพคล่องมหาศาลเข้ามา จากการที่บรรดานักลงทุนเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องถือและบริหารสินทรัพย์ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะนักลงทุนที่ค่อนข้างมีอายุ จะมองว่าการมีกองทุนนี้ช่วยลดข้อจำกัดในเรื่องของเทคโนโลยีที่ยุ่งยาก

นอกจากนี้ การอนุมัติ Spot Bitcoin ETF ยังมีแนวโน้มที่จะทำให้กฎหมายที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น เพราะ Securities and Exchange Commission​ (SEC) หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐอเมริกา ต้องติดตามกองทุน Spot Bitcoin ETF อย่างใกล้ชิด จึงช่วยเพิ่มความสบายใจให้แก่นักลงทุนในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล และในอนาคตอาจนำไปสู่การปรับปรุงข้อกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดียิ่งขึ้น

ในปีที่ผ่านมา 2023 ราคา Bitcoin เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีข่าวความคืบหน้าเกี่ยวกับ Spot Bitcoin ETF ทำให้นักลงทุนเริ่มซื้อ Bitcoin เพื่อเก็บสะสมก่อนการซื้อขายกองทุนที่จะเกิดขึ้นจริง

อีกทั้งทาง Standard Chartered Bank ยังคาดการณ์แนวโน้มราคา Bitcoin โดยเปรียบเทียบกับราคาทองคำ หลังกองทุน Spot Gold ETF ที่ปรับขึ้นได้ถึง 4 เท่า ภายใน 7 ถึง 8 ปี

โดยคาดว่าภายใน 1 ถึง 2 ปี ราคา Bitcoin น่าจะปรับขึ้นมาได้ถึง 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และอาจขึ้นไปถึงระดับ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐได้

2. กองทุน IBIT ของ Blackrock แรงเกินต้าน

กองทุน Bitcoin ETF ของ BlackRock คือกองทุน iShares Bitcoin Trust ซึ่งใช้สัญลักษณ์ในการซื้อขายว่า IBIT โดย iShares เป็นบริษัทลูกของ BlackRock ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ออกและจัดการกองทุน ETF และยังเป็นเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่สุดของโลก

จากรายงานงบดุล ณ วันที่ 8 มีนาคม 2567 ของ Blackrock มีตัวเลขการถือครอง Bitcoin อยู่ที่ 195,985.31 BTC มูลค่ารวม 1.358 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นับว่าเป็นบริษัทเอกชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดอันดับ 2 ของโลกตามมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (AUM) รองลงมาจากกองทุน Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) แทนที่บริษัท MicroStrategy ที่ครอบครอง 193,000 BTC (ณ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567)

ปัจจุบัน ปริมาณการซื้อขายของกองทุน IBIT สูงเกินระดับ 1,000 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว และตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปริมาณการซื้อขายต่อวันของกองทุนยังเคยพุ่งสูงเกินกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้งเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 กองทุน IBIT เพิ่งทำสถิติการซื้อขายสูงสุดครั้งใหม่ โดยมีปริมาณการซื้อขายเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใน 1 วัน

การเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องจาก iShares Bitcoin Trust (IBIT) แสดงให้เห็นถึงความต้องการ Bitcoin ที่ยังเพิ่มขึ้นในหมู่กองทุน Spot Bitcoin ETF ใหม่ๆ จึงเป็น 1 ในสาเหตุสําคัญที่ทําให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นในปีนี้

3. การซื้อ Bitcoin รัวๆ ของ Michael Saylor

Michael Saylor ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร MicroStrategy (MSTR) ซึ่งเป็นบริษัทด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังคงเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อมั่นว่า Bitcoin เป็นแหล่งสะสมมูลค่าในระยะยาวได้ดีกว่าธุรกิจที่มีมูลค่าสูง อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ และทองคำ

โดยข้อมูลจาก CoinDesk ระบุว่า วันที่ 11 มีนาคม 2567 MicroStrategy ได้อนุมัติงบลงทุนเข้าซื้อ Bitcoin จำนวน 12,000 BTC คิดเป็นเงินจำนวน 782 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มาจากจากการเสนอขายหุ้นแปลงสภาพล่าสุด

ต่อมาวันที่14 มีนาคม 2567 MicroStrategy ได้เตรียมยื่นเสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิแปลงสภาพมูลค่า เพื่อเพิ่มทุนเป็นจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติม แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนจะเพิ่งปิดการระดมทุนไปหลังมีการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเงินก้อนดังกล่าวมาซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 12,000 BTC เป็นมูลค่า 821.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่งผลให้ตอนนี้ MicroStrategy ถือครอง Bitcoin ทั้งสิ้น 205,000 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าพอร์ตเกือบ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีทุนเข้าซื้ออยู่ที่ 6.91 พันล้านดอลลาร์

สรุป

กองทุน Spot Bitcoin ETF ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ จากการที่นักลงทุนเข้าถึงมากขึ้น และยังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นจากการที่มีหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง จึงสามารถดึงดูดนักลงทุนสถาบันให้เข้ามาได้อีกด้วย

อีกทั้งการเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องของกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) และ MicroStrategy คาดว่าจะส่งผลให้ราคาของ Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้น ณ ช่วงนี้


ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนเมษายน 2567 ฉบับที่ 504 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี้ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/