นายกฯ มอบ รมว.คลัง ศึกษาแนวทางการส่งเสริมให้ไทยเป็น Financial Hub

460
พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

นายกฯ มอบ รมว.คลัง ศึกษาแนวทางการส่งเสริมให้ไทยเป็น Financial Hub จัดทำแผนจูงใจดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินต่างๆ เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย

วันที่ 7 พฤษภาคม 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยได้มอบหมายให้นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ศึกษาแนวทางต่าง ๆ ส่งเสริมให้ไทยเป็น Financial Hub อย่างแท้จริง โดยไปจัดทำแผนจูงใจดึงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการเงินต่างๆ เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย

โดยนายกรัฐมนตรีกำหนดว่า ต้องการให้ประเทศไทยเป็น Financial Hub ทางการเงินในภูมิภาคและสามารถแข่งขันกับประเทศชั้นนำในการที่จะจูงใจให้บริษัทการเงิน การธนาคาร การลงทุนเทคโนโลยี

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี มีข้อสั่งการ/นโยบายในหลายประเด็น สรุปสาระสำคัญดังนี้

  • นายกฯ ยังได้สั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ หารือและเร่งรัดการดำเนินกิจกรรมงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างทั่วถึง โดยให้เร่งเสนอกิจกรรมมายังสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอในที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2567 นี้
  • ส่วนการช่วยเหลือในด้านพายุฤดูร้อนและภัยแล้ง นายกฯ ขอให้ความร่วมมือหน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะหน่วยทหารพัฒนา เร่งขุดลอกคูคลองเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับทำการเกษตร และเร่งจัดสรรพื้นที่ของหน่วยทหารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้แก่ประชาชนเข้ามาใช้ในการประกอบอาชีพ รวมทั้งจัดหาพื้นที่สำหรับศูนย์บำบัดผู้ติดยาเสพติด โดยขอให้สรุปรายงานความคืบหน้า และแผนงานการปฏิบัติงานในการประชุมครม. ครั้งต่อไป
  • ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้เน้นย้ำถึงความร่วมมืออย่างใกล้ชิดและการจัดการอย่างเด็ดขาดของผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจ ให้มีผลการจับกุมที่ชัดเจนภายใน 90 วัน โดยเฉพาะจังหวัดเป้าหมายที่ทาง ปปส. กำหนดพื้นที่สีแดง จำนวน 25 จังหวัด พร้อมสั่งการให้ ปปส. ติดตามและรายงานอย่างใกล้ชิด โดยรัฐบาลพร้อมให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำสำเร็จได้ดีตามเป้าหมาย และจะมีมาตรการกับผู้บกพร่องงาน และหละหลวมกับการปราบปรามยาเสพติดด้วย
  • นายกฯ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้ความรุนแรงในสถาบันครอบครัว รวมไปถึงการป้องกันการละเมิดและคุกคามเด็กในสถาบันศึกษา ซึ่งเป็น 1 ในประเด็นที่ตัวแทนสภาเด็กและเยาวชนได้นำเสนอมติของสมัชชาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2566 จากทั้งหมด 6 ประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นที่มีความสำคัญ และเป็นปัญหาเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องเข้าไปดำเนินการในการขับเคลื่อนมติดังกล่าว ตลอดจนเพื่อเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนที่จะเป็นกลไกหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบาย
  • นายกฯ ได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาประชุมเรื่องการจัดตั้งศูนย์บริการค้าชายแดนเบ็ดเสร็จ (One stop service) เช้านี้ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการจัดประชุมเร่งวางแผนในการให้บริการแก่ประชาชน และผู้ประกอบการในรูปแบบ single submission โดยให้ทดลองระบบวันที่ 1 กันยายนนี้ ณ ด่านศุลกากรหนองคาย และให้แล้วเสร็จเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ พร้อมทั้งให้เร่งพิจารณาในด่านศุลกากรอื่นๆ ที่มีความพร้อมให้เร่งดำเนินการคู่ขนานกันไปด้วย
  • นายกฯ สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งดำเนินการแก้ปัญหาและจัดการการพิจารณาใบอนุญาตโรงงาน (รง. 4) ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน เพื่อให้เกิดความสะดวก และรวดเร็วในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน ตลอดจนหามาตรการในการลดระยะเวลาในการยื่นขอใบอนุญาตด้วย ซึ่งนายกฯ ได้เคยสั่งการใน ครม. แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า
  • นายกฯ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งวางแผนการท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านการบริการ สถานที่ท่องเที่ยว ความปลอดภัย ที่จะเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยว และเกิดความประทับใจ จากที่คาดว่าช่วงปลายปีน่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก จากการประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลผ่านโครงการ และอีเว้นท์ต่างๆ ที่จะเข้ามา
  • เรื่องการเตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อน นายกฯ ขอให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงการดูแล ให้โรงพยาบาล โรงเรียน และสถานที่ราชการ สามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ตามปกติ ตามที่ได้มีการแจ้งเตือนเรื่องพายุในสัปดาห์นี้
  • นอกจากนี้ นายกฯ ให้กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะหน่วยงานทหาร ช่วยลำเลียงน้ำจากแหล่งอื่นมาช่วยแก้ปัญหาภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า หลายพื้นที่เจอภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้แหล่งน้ำดิบเพื่อทำน้ำประปาแห้งขอด โดยหากพื้นที่ไหนพอเจาะน้ำบาดาลได้ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งดำเนินการด้วย