ดูแลตัวเองรับโลกเดือด แบบไม่เดือดตามโลก

ในทุกๆ ปีอากาศเมืองไทยร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามเทรน โลกเดือด ชัดเจนขึ้นนะคะ กรมอนามัย เผยไทยเข้าสู่ยุคโลกเดือด (Global Boiling) แล้ว โดยอุณหภูมิเฉลี่ยทะลุ 1.5 องศา แล้ว หลัง WHO ประเมินผู้สูงอายุไทยเสี่ยงเสียชีวิตจากความร้อน 58 ต่อแสนประชากรในอีก 57 ปีข้างหน้า!!!

อุณหภูมิความร้อนที่สูง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ, กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มทำงานกลางแจ้ง ที่อาจเจ็บป่วยจากอากาศร้อนได้ พบว่า คนไข้หลายคนและตัวหมอเองต้องดื่มน้ำเยอะกว่าที่เคยดื่มประมาณ 4 แก้วเลยทีเดียว เพราะอุณหภูมิที่สูงทำให้น้ำในตัวลดลง ทั้งทางเหงื่อและปัสสาวะ โดยมีอาการแสดงหากมีภาวะขาดน้ำคือ กระหายน้ำ ตาแห้ง ปากแห้ง ผิวแห้ง เหงื่อออกน้อยลง ปัสสาวะน้อยกว่าปกติ สีเข้ม ท้องผูก

ถ้าเป็นมากขึ้นจะมึนงง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน จากเกลือแร่ที่ผิดปกติด้วย และนอกจากความร้อนภายนอกแล้วบางคนมีอาการร้อนในร่วมด้วย โดยมีอาการที่รู้สึกไม่สบายตัว มึนๆ ศีรษะ หายใจไม่อิ่ม ออกร้อนข้างใน รู้สึกเหมือนเป็นไข้ต่ำๆ เป็นแผลในปาก และลิ้น กินอะไรก็ไม่อร่อย หมดเรี่ยวแรง อ่อนเพลีย ตื่นเช้ามาไม่สดชื่น ขึ้นอยู่กับว่าใครมีอาการดังกล่าวมายาวนานกว่ากัน

นั่นคือผลกระทบต่อร่างกายแต่ละคนโดยตรง คือเกิดความเครียดจากความร้อน ภาวะขาดน้ำ และโรคลมแดดแล้ว อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้คุณภาพอากาศแย่ลง นำไปสู่ปัญหาระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืดและภูมิแพ้ได้เช่นกัน โดยอากาศที่สะอาดขึ้นมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับปัจจัยเศรษฐกิจที่ดีขึ้นด้วย

ตัวอย่างเช่น คุณภาพอากาศที่ดีช่วยทำให้สุขภาพและผลการทำงานของชาวอเมริกันดีขึ้น แค่ปี 2020 เพียงปีเดียว การลดมลพิษทางอากาศสามารถป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้กว่า 230,000 ราย อาการหัวใจวาย 200,000 ราย การเข้าห้องฉุกเฉิน 120,000 ราย และการสูญเสียวันทำงาน 17 ล้านวัน

อากาศที่สะอาดขึ้นยังสร้างงาน พัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้า และสร้างรายได้หลายพันล้านดอลลาร์ให้กับ United รัฐในด้านรายได้และการส่งออกสินค้าและบริการ ถ้ารัฐมีนโยบายแก้ไข ป้องกันทั้งประเทศจะช่วยบรรเทาผลข้างเคียงของโลกเดือดได้

กลยุทธ์การปรับตัว เพื่อคลายร้อน

1.ดื่มน้ำให้พอ ปกติแล้ว การดื่มน้ำต่อวันขึ้นอยู่กับปริมาณการกิจกรรมที่ทำ สภาวะอากาศ และสุขภาพของคนๆ นั้น แต่มักแนะนำให้ดื่มประมาณ 8 แก้วน้ำต่อวันซึ่งเท่ากับประมาณ 2 ลิตร อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย อากาศร้อน หรือการป่วยที่อาจทำให้ต้องดื่มน้ำมากขึ้นได้ เพื่อให้ร่างกายของคุณอยู่ในสุขภาพที่ดี ควรดื่มน้ำเมื่อรู้สึกกระหายน้ำและต้องการสูงสุด และไม่ควรรอจนกระทั่งรู้สึกกระหายน้ำหนักแล้วถึงจะดื่มน้ำ จนมีอาการขาดน้ำตามมา โดยสังเกตจากสีปัสสาวะที่ไม่เข้มเกินไป

2.รับประทานอาหารที่ไม่ก่อการอักเสบ ระวังอาหารที่ไม่สะอาดบูดเสียง่ายจากอากาศร้อน หากมีร้อนในร่วมด้วยสามารถเริ่มจากอาหารฤทธิ์เย็น ตามแพทย์แผนไทยที่มีรสขม เช่น มะระ สะเดา รสเย็น เช่น ฟักแฟง แตงกวา ผักสดต่างๆ รสจืด เช่น ผักบุ้ง ผักกระเฉด เอามาปรุงเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ ของทอด ปิ้ง ย่าง ไขมันเยอะ เพื่อลดความร้อนในร่างกาย

3.อยู่ในที่เย็น มีต้นไม้ให้ร่มเงา เช่น ใช้เวลาอยู่ในอาคารปรับอากาศหรือใช้พัดลมเพื่อหมุนเวียนอากาศ หากไม่มีเครื่องปรับอากาศ ให้อาบน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิร่างกาย หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องใช้กำลังมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน (ปกติระหว่าง 10.00-16.00 น.) หากต้องออกไปข้างนอก ให้พกร่ม พัดลม สวมเสื้อผ้าหลวมๆ น้ำหนักเบาในโทนสีอ่อนเพื่อสะท้อนแสงแดดและความร้อน เลือกใช้ผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าลินิน และ ดื่มน้ำให้เพียงพอ

4.พักผ่อนให้เพียงพอ จะลดความเครียดลงได้ และออกกำลังกายในร่ม

5.ฟังร่างกายและใส่ใจกับสัญญาณของความเหนื่อยล้าจากความร้อน เช่น เหงื่อออกมาก อ่อนแรง เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรือปวดศีรษะ หากมีอาการเหล่านี้ ให้ย้ายไปที่ที่เย็นกว่า ดื่มน้ำ และพักผ่อน และถ้ามีความผิดปกติ ไม่ดีขึ้น ให้ไปพบแพทย์

สุดท้ายร่วมด้วยช่วยกัน ป้องกันไม่ให้สถานการณ์ภาวะโลกเดือดมากกว่าเดิม โดยช่วยกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้พลาสติก ลดการเผาที่ปล่อยมลพิษทางอากาศ เลือกใช้พลังงานสะอาดหรือพลังงานหมุนเวียน และปลูกป่า กันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พญ.กอบกาญจน์ ชุณหสวัสดิกุล (หมออ้อม)

Head of Business Development VIMUT HOSPITAL HOLDING COMPANY LIMITED ผู้ชำนาญการเวชศาสตร์ป้องกันท มีความชำนาญพิเศษด้าน Nutritional wellness & Integrative medicine กว่า 20 ปี จบการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ทั้งได้รับประกาศนียบัตรและการฝึกอบรมด้านอื่นๆ อีกหลายด้าน อาทิ

  • Advance training course in Acupuncture and Traditional Chinese Medicine, China, 2006 The American Board Certified in Nutrition Wellness, (CNW), USA, 2017
  • Training in Anthroposophy Training (IPMT program) from Switzerland, 2010-2019
  • Pressel Massage training, 2014
  • Regenerative medicine: new approach in hormonal treatment Symposium (WOSAAM), 2016
  • Advanced Nutrition for wellness, IFNW, Thailand, 2017
  • Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 2, USA
  • Integrative Functional Nutrition/Functional Foods for Chronic Disease Module 1, USA, 2018
  • Thai Traditional Therapeutic Massage and Thai Traditional Pharmacy Accredited and Certified by The Union of Thai Traditional Medicine Society, Ministry of Public Health