มาเลเซีย แซงหน้า ไทย ขึ้นแท่น ตลาดรถยนต์ ใหญ่อันดับ 2 ในอาเซียน อานิสงส์ยอดขายรถยนต์พุ่ง

527
มาเลเซีย ตลาดรถยนต์

มาเลเซีย แซงหน้า ไทย ขึ้นครองตำแหน่ง ตลาดรถยนต์ ใหญ่อันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย เนื่องจากยอดขายรถยนต์เพิ่มเติบโตแข็งแกร่ง

วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 สำนักข่าวนิกเกอิรายงานว่า มาเลเซีย แซงหน้า ไทย ขึ้นเป็น ตลาดรถยนต์ รายใหญ่อันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากอินโดนีเซีย ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เนื่องจากอาเซียนคือตลาดที่สำคัญสำหรับบริษัทรถยนต์ต่าง ๆ ในเอเชีย

นิกเกอิ เอเชีย รวบรวมข้อมูลการขายจากกลุ่มอุตสาหกรรมในมาเลเซีย ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม พบว่ายอดขายรถยนต์ของมาเลเซียสูงกว่าไทยอย่างต่อเนื่อง 3 ไตรมาสติดต่อกัน จนถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2567

ข้อมูลจากสมาคมยานยนต์แห่งมาเลเซีย เผยว่า ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 5% ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2567 เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 202,245 คัน หลังจากเพิ่มขึ้น 11 สู่ระดับสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 799,731 คัน ในปี 2566

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลมาเลเซีย รวมถึงการยกเว้นภาษีการขายสำหรับรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งเริ่มต้นในปี 2563 ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และสิ้นสุดในช่วงกลางปี 2565 ได้สร้างข้อได้เปรียบอย่างมากให้กับให้แบรนด์รถยนต์มาเลเซีย โดยเฉพาะ เปโรดัว (Perodua) และโปรตอน (Proton) ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 60% นอกจากนี้แล้ว การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่จับต้องได้ ก็มีส่วนช่วยในการกระตุ้นยอดขายด้วย

นายอีวาน คู ตัวแทนขายรถยนต์ของโตโยต้า (Toyota) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เปิดเผยกับนิกเกอิเอเชียว่า ยอดขายในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2567 นั้นมากเกินความคาดหมาย โดยรถยนต์รุ่นยอดนิยมมากที่สุดคือ โตโยต้า วีออส (Vios) ซึ่งมีราคาต่ำกว่า 100,000 ริงกิต (21,000 ดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมเสริมว่า แนวโน้มยอดขายรถยนต์ของโตโยต้า ทั้งรุ่นดั้งเดิม และรุ่นไฮบริด คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง

ในทางกลับกัน ไทย ซึ่งได้รับฉายาว่า “ดีทรอยต์แห่งเอเชีย” เนื่องจากเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตรถยนต์จำนวนมาก กลับมีอุตสาหกรรมที่กระจุกตัว ซึ่งส่งผลให้ยอดขายลดลง หลังจากที่ครองอันดับที่ 2 มาอย่างยาวนาน โดยยอดขายรถยนต์ในไทยลดลง 25% ในไตรมาสที่ 1 เมื่อเทียบเป็นรายปี

ยอดขายรถยนต์รายเดือนในไทยลดลงตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2566 เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยมีสาเหตุจากสินเชื่อรถยนต์ที่เป็นหนี้เสียเพิ่มมากขึ้น และการใช้จ่ายโดยรวมของผู้บริโภคที่ซบเซา นอกจากนี้แล้ว แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจีนที่เข้าไทยก็แย่งส่วนแบ่งไปด้วย

อย่างไรก็ตาม สมาคมยานยนต์แห่งมาเลเซียคาดการณ์ว่า ยอดขายรถยนต์ในมาเลเซียจะลดลง 7.5% ในปีนี้ แม้ว่ายอดขายรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตขึ้นก็ตาม เนื่องจากการค่าครองชีพที่สูง อัตราภาษีในระดับสูง รวมถึงค่าบริการต่าง ๆ รวมถึงค่าซ่อมและค่าบำรุงรักษารถยนต์ อาจส่งผลให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวลงได้

อ้างอิง : asia.nikkei.com

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌