THG มองครึ่งปีหลังสดใส ธุรกิจใหม่ในไทยและเวียดนาม

309

THG เปิดผลงานโค้งแรก รายได้ 2,337 ล้านบาท กำไร 22 ล้านบาท เผย รพ.ส่วนภูมิภาคยังบูม ผู้ป่วยข้ามแดนเข้าใช้บริการแน่น มั่นใจครึ่งปีหลังยังสดใส เตรียมบุ๊กรายได้ธุรกิจใหม่ ทั้งในไทยและเวียดนาม ตั้งแต่ไตรมาส 3 พร้อมเร่งขยายฐานลูกค้าในทุกกลุ่มธุรกิจ มั่นใจสิ้นปีโตตามเป้า

นายแพทย์ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG เปิดเผยผลประกอบการ ไตรมาส 1 ปี 2567 ของTHG มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,337 ล้านบาท กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 22 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิสำหรับบริษัทใหญ่อยู่ที่ 6.4 ล้านบาท

“ผลประกอบการไตรมาสนี้ แม้รายได้และกำไรชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 ส่วนหนึ่งเกิดจากการลงทุนสนับสนุนธุรกิจในอนาคตหลายโครงการทั้งแบบลงทุนเองและร่วมทุนกับพันธมิตร คาดว่าช่วงไตรมาส 2 -3 จะสามารถขยายฐานลูกค้าทุกกลุ่มธุรกิจให้เติบโตและมีผลประกอบการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายแพทย์ธนาธิป กล่าว

สำหรับไตรมาส 1 ปี 2567 ธุรกิจโรงพยาบาลยังคงเติบโตคืบหน้าด้วยดี มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากโรงพยาบาลในกลุ่มทุติยภูมิและโรงพยาบาลส่วนภูมิภาค โดยเฉพาะพื้นที่เชื่อมต่อชายแดนที่มีกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ ลาว กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม เข้ามารับบริการมากขึ้น เช่นเดียวกับ บริษัท ธนบุรี เสริมรัฐ จำกัด ได้มีการขยายความร่วมมือดำเนินงานศูนย์หัวใจร่วมกับโรงพยาบาลภาครัฐเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ นครศรีธรรมราช

ส่วน โรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมา ยังคงทำกำไรต่อเนื่องและมีปริมาณผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแม้มีเหตุการณ์ความไม่สงบ หากTHG ก็ได้มีการติดตามสถานการณ์ในเมียนมาอย่างใกล้ชิดเพื่อสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้เท่าทัน

อย่างไรก็ตามเนื่องจากรายได้ของคนไข้จากกลุ่มตะวันออกกลางและจีนยังไม่เป็นไปตามเป้า เช่นเดียวกับยอดโอนห้องของโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้ นอกจากนี้ยังมีค่าเสื่อมราคาที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในเทคโนโลยีและการขยายพื้นที่ให้บริการในหลายโรงพยาบาล รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยในตลาดจึงส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับแนวโน้มในช่วงปี 2567 THGมุ่งเน้นที่จะพัฒนาการให้บริการสุขภาพแบบใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพด้านบริการให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เข้ารับบริการที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืนและตอบสนองความต้องการในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการบริการสังคมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัท