ผู้ว่าฯ ธปท. เผยเข้าพบ รมว.คลัง บรรยากาศดีแลกเปลี่ยนตรงไปตรงมา พร้อมร่วมแก้ปัญหาเอสเอ็มอีเข้าไม่ถึงสินเชื่อ

1362

ผู้ว่าฯ ธปท. เล่าถึงบรรยากาศเข้าหารือ รมว. คลัง ว่า ใช้เวลา 2 ชั่วโมงและเป็นไปด้วยดี และเข้าใจดีว่าสวมหมวกคนละใบ ซึ่งเห็นตรงกันต้องแก้ปัญหา SME เข้าไม่ถึงสินเชื่อ โดยธปท.เสนอแนวคิดใช้กลไกค้ำประกันและ Open Data

18 พ.ค. 2567 ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ถึงการเข้าหารือกับนายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ว่า วันนั้นใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง โดยเป็นการแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นปกติที่ความเห็นอาจไม่ได้ตรงกันทุกเรื่อง

“ก็เป็นการคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ท่านก็พูดเหมือนกันว่าไม่ควรเห็นตรงกันทุกเรื่องเพราะสวมหมวกคนละใบ ผมคิดว่าเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วยบรรยากาศที่ดี”

ทั้งนี้ ไม่ได้หารือเรื่องดอกเบี้ยเป็นเรื่องหลัก เนื่องจากมีความเห็นตรงกันว่าโจทย์สำคัญของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันคือการเข้าถึงสินเชื่อ โดยเฉพาะการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ SME ดังนั้นจึงได้เสนอแนวคิด 2 เรื่องเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ได้แก่

  1. การใช้กลไกค้ำประกันสินเชื่อที่มีความยืดหยุ่นกว่าการใช้การค้ำประกันของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งต้องรองบประมาณจากภาครัฐ โดยอาจเป็นรูปแบบบริษัทเพื่อมาทำหน้าที่ค้ำประกัน ซึ่ง รมว. คลังก็เห็นด้วย
  2. การทำ Open Data เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคที่อยู่กับหน่วยงานต่างๆ เช่น ข้อมูลการชำระค่าน้ำค่าไฟ เพื่อนำมาสู่การช่วยวิเคราะห์สินเชื่อได้ ซึ่งหากสถาบันการเงินหรือผู้เล่นรายใหม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้จะทำให้เกิดการแข่งขันในระบบมากขึ้นและจะเป็นการแก้ปัญหาส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างรายย่อยและรายใหญ่ได้อย่างยั่งยืน

“ที่เราดีใจคือท่านเห็นด้วยกับเรื่องที่เราคิดว่าสำคัญ คือ เรื่องการค้ำประกันสินเชื่อ และ Open Data ซึ่งท่านเองก็คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็น โดยเรามองว่ากลไกการค้ำประกันและ Open Data ต้องเดินไปด้วยกันเพื่อให้มีข้อมูลในการประเมิณความเสี่ยง โดยเราจะเริ่มทำ Open Data จากฝั่งเราให้ได้ก่อนแล้วจึงขยับไปคุยกับกระทรวงการคลัง เพราะมีข้อมูลหลายอย่างที่อยู่กับทางนั้น เช่น ข้อมูลภาษี”

ดร. เศรษฐพุฒิ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้หารือถึงเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจไทย ซึ่งปัญหาในปัจจุบัน คือ 1.เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ช้า เนื่องจากไทยพึ่งพาเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจเก่าๆ 2.การเติบโตของเศรษฐกิจไทยอยู่ในพื้นที่ที่จำกัด

“เรามีความเห็นตรงกันว่าต้องการช่วยกลุ่มเปราะบาง ส่วนมุมมองเรื่องเศรษฐกิจไม่ได้ต่างกัน แต่การแก้ปัญหาทางรัฐบาลจะเน้นการแก้ปัญหาระยะสั้นมากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ยากและใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล แต่ปัญหาเชิงโครงสร้างถ้าไม่เริ่มตอนนี้แล้วจะเห็นเมื่อไร ดังนั้นการแก้ปัญหาของเศรษฐกิจก็ต้องสร้างสมดุลระหว่างการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างกับการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง