ผู้แทนการค้าไทย ร่วมวงรัฐมนตรีการค้า APEC ให้แนวทางขับเคลื่อน เขตการค้าเสรี FTAAP ใหญ่ที่สุดในโลก

331
ผู้แทนการค้าไทย ร่วมวงรัฐมนตรีการค้า APEC

ดร. นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย ร่วมวงประชุมกับ รัฐมนตรีการค้า APEC ให้แนวทางขับเคลื่อน APEC จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจสู่การจัดทำเขตการค้าเสรี “FTAAP” ใหญ่ที่สุดในโลก

วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ดร. นลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย ร่วมวงรัฐมนตรีการค้า APEC ให้แนวทางขับเคลื่อน APEC จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจสู่การจัดทำเขตการค้าเสรี “FTAAP” ใหญ่ที่สุดในโลก ย้ำไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินการเพื่อมุ่งไปสู่การบรรลุผลการเจรจา FTAAP บ่ายหารือประเด็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการค้าที่ครอบคลุม ชูการค้าออนไลน์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ให้แก่ผู้ประกอบการ MSME หารือสองฝ่ายกับรัฐมนตรีการค้าแคนาดา ชวนลงทุนอุตสาหกรรมสะอาดและสนับสนุน Soft Power ไทย

ดร. นลินี ทวีสิน เปิดเผยว่า ตนและรัฐมนตรีการค้าเอเปคได้ร่วมถกเพื่อหาแนวทางในการขับเคลื่อน APEC จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจไปสู่การจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTAPP) ซึ่งตั้งเป้าหมายให้เจรจาแล้วเสร็จภายในปี 2040 หากสำเร็จจะกลายเป็น FTA ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพราะมีประชากรรวมกันถึง 2,900 ล้านคน คิดเป็น 38% ของประชากรโลก

โดยที่ประชุมได้มีการหารือในหลายประเด็น เช่น การกำหนดประเด็นสำคัญที่ควรจะบรรจุไว้ใน FTAPP อาทิ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนประเด็นด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน รวมถึงยังได้มีการหารือถึงแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพของ FTAPP ในการทำให้เกิดสภาพแวดล้อมทางการค้าและการลงทุนที่เสรี เปิดกว้าง เป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ โปร่งใส่ ครอบคลุม และคาดการณ์ได้

โดยผู้แทนการค้าไทยเผยว่า ได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่าไทยให้ความสำคัญสูงสุดกับการดำเนินการเพื่อมุ่งไปสู่การบรรลุผลการเจรจา FTAAP นอกจากนี้ ไทยยังตระหนักถึงความสำคัญของการเสริมสร้างขีดความสามารถให้แก่เขตเศรษฐกิจ เพื่อรองรับกับสถานการณ์ใหม่ๆที่เกิดขึ้น อาทิ การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ความเท่าเทียมทางเพศ และโรคติดต่อใหม่ ๆ

ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีการค้า APEC ยังได้มีการหารือในประเด็นการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการค้าที่ครอบคลุม โดยที่ประชุมได้เห็นพ้องว่านโยบายการค้าและการลงทุนจะต้องให้ความสำคัญกับความครอบคลุม โดยเฉพาะการสร้างความเข้มแข็งให้กับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) เพื่อทำให้มั่นใจว่าประโยชน์ของการค้าและการลงทุนจะขยายไปสู่ประชาชนทุกคน

โดยตนได้เน้นย้ำว่า การค้าออนไลน์จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ให้แก่ผู้ประกอบการ MSME สามารถขยายฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ช่วยสร้างงานและสร้างรายได้ โดยในระยะยาว เมื่อผู้ประกอบการมีความมั่นคงและยั่งยืนจะสามารถเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจในระบบได้ต่อไป

ผู้แทนการค้าไทยกล่าวทิ้งท้ายว่า ในวันเดียวกัน ตนยังได้มีโอกาสหารือกับรัฐมนตรีว่าการการะทรวงการส่งเสริมการส่งออก การค้าระหว่างประเทศ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจของแคนาดา (Mary Ng) โดยตนได้เชิญชวนนักลงทุนแคนาดาเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสะอาด ตลอดจนหารือถึงการสนับสนุน Soft power ของไทย ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือ มวยไทย

 

อ่านข่าวที่น่าสนใจ :