สมาคมบลจ. หารือ FETCO เคาะเงื่อนไข LTF ตั้ง กองทุนลดหย่อนภาษี 21 พ.ค.นี้ 

562

สมาคมบลจ. หารือ FETCO เคาะเงื่อนไข LTF ตั้ง กองทุนลดหย่อนภาษี 21 พ.ค.นี้ ก่อนสรุปเสนอคลัง ยกเป็นวาระสำคัญหวังฟื้นตลาดทุนไทยกลับเติบโตอีกครั้ง

วันที่ 20 พ.ค.2567 นางชวินดา หาญรัตนกูล นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) เปิดเผยว่า สมาคมเตรียมนำข้อสรุปทิศทางในการนำเสนอกองทุนรวมลดหย่อนภาษี (Tax Saving Funds)  เพื่อหารือร่วมกับกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) สำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) รวมทั้งหมดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน ในวันที่ 21 พ.ค. นี้

โดยยกเป็นวาระสำคัญเพื่อหนุนตลาดทุนไทยเติบโตอีกครั้ง โดยหวังว่าจะได้ข้อสรุปร่วมกันและเตรียมนำเสนอกับทางภาครัฐให้เร็วที่สุด

โดยเมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมาทางสมาคมบลจ. ได้หารือร่วมกันเกี่ยวกับ Tax Saving Funds หลังจากนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ส่งสัญญาณรื้อฟื้นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในทุก ๆ มิติ ทั้งรากหญ้า การท่องเที่ยว รวมทั้งตลาดทุนไทยที่จะสะท้อนมาสู่เศรษฐกิจส่วนอื่น ๆ และในธุรกิจอื่นตามมา

นางชวินดา กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนตลาดทุนไทยในปัจจุบันมีนักลงทุนสถาบันลดลง เนื่องจากไม่มีเครื่องมือในการลงทุนและนักลงทุนไทยหันไปลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากการให้ความสำคัญกับตลาดที่มีโอกาศเติบโต 

นอกจากนี้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนต่างประเทศก็ลดลงจำนวนมาก เนื่องจากตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากหลายปัจจัย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือกระตุ้นการลงทุนในรูปแบบใดก็เป็นเรื่องดีและทำให้ตลาดทุนไทยกลับมาแข็งแรงด้วยนักลงทุนสภาบัน

ขณะที่ข้อเสนอ Tax Saving Funds สมาคมบลจ. มีความต้องการให้ถูกขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วภายในปีนี้ ซึ่งเชื่อว่านักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนทั่วไปพร้อมอยู่แล้ว ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะเป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจประเทศ และเป็นประโยชน์กับตลาดทุนไทย

“เชื่อว่านักลงทุนหลายคนพร้อม ทั้งสถาบันและรายย่อย เห็นได้จากหลังมีข่าวการรื้อฟื้นกองทุนรวมลดหย่อนภาษี เชื่อว่าทุกคนให้ความสำคัญและรอการส่งสัญญาณโดยที่ผ่านมาก็เชื่อว่ารัฐให้ความสำคัญ และเป็นเรื่องที่ต้องคุยกันต่อ เป็นสิ่งที่เราจะขออนุญาตนำเสนอต่อภาครัฐให้เร็วที่สุด”

นางชวินดา กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ บมจ.สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น (STARK) ซึ่ง บลจ.ที่มีการลงทุนใน STARK มีความเห็นตรงกันที่จะทำดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class room) ซึ่งปัจจุบันได้ตั้งทนายและอยู่ในขั้นตอนดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งนี้ประเมินความเสียหายของบลจ.ราวหลักพันล้านบาท และคาดว่าช่วงกลางปีน่าจะมีความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติม ซึ่งต้องติดตามว่าผู้บริหาร STARK จะถูกตัดสินอย่างไรด้วย