สภาพัฒน์ฯ จับตาสงครามการค้า สหรัฐ-จีน ดันสินค้าไม่มีคุณภาพทะลักเข้าไทย

531
สภาพัฒน์ฯ

สภาพัฒน์ฯ จับตาความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกกระทบเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะสงครามการค้าสหรัฐ-จีน ชี้ต้องเฝ้าระวังสินค้าไม่มีคุณภาพทะลักเข้าไทย แนะต้องผลิตสินค้าคุณภาพเป็นที่ต้องการของตลาดโลกเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้า

วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ฯ เปิดเผยว่า หนึ่งในความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยในปี 2567 คือ ความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบบายของของธนาคารกลางที่ช้ากว่าที่คาด การชะลอตัวมากกว่าที่คาดของเศรษฐกิจจีน และความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจและการค้าโลกโดยเฉพาะมาตรการกีดกันทางการค้าที่สหรัฐฯ ออกมาใช้กับประเทศจีน

โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2567 สหรัฐฯ ประกาศอัตราภาษีใหม่ที่เรียกเก็บจากสินค้านำเข้าจากจีน โดยมีรายการสินค้าสำคัญ ที่สหรัฐฯ มีการจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจากจีน ได้แก่ เหล็กและ อะลูมิเนียม เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า แบตเตอรี่ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนแบตเตอรี่ แร่ธาตุสำคัญ แผงพลังงานแสงอาทิตย์ ปั้นจั่นยกตู้สินค้า และ อุปกรณ์ทางการแพทย์

“มาตรการของสหรัฐที่ออกมาในช่วงนี้พุ่งเป้าไปที่สินค้าที่มาจากจีนเป็นหลัก ครั้งที่แล้วที่สหรัฐได้ใช้มาตรการกีดกันทางการค้ากับจีนไทยก็ได้รับผลกระทบบ้าง ตอนนี้ต้องดูรายละเอียดว่ามาตรการที่ออกมาจะกระทบกับสินค้าและผู้ประกอบการไทยอย่างไร”

นายดนุชา เปิดเผยต่อว่า จากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐและจีนดังกล่าวประเทศไทยต้องเฝ้าระวังสินค้าจากจีนทะลักเข้ามาในไทย โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตของไทยด้วย

“หากจีนส่งสินค้าไปที่สหรัฐไม่ได้ สินค้าเหล่านั้นก็ต้องหาที่ไปซึ่งคงเป็นในภูมิภาคนี้หรืออาจจะตลาดอื่นด้วย ดังนั้น ดังนั้นไทยต้องเฝ้าระวังการทุ่มตลาด ระวังสินค้าจากจีนทะลักเข้าไทยมากขึ้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2562 ที่มีสินค้าบางตัวที่ทะลักเข้ามา เช่น เหล็ก เพราะไทยเป็นตลาดเสรีเราไม่รู้ว่าสินค้าอะไรจะทะลักเข้ามาบ้าง”

ดังนั้นในระยะต่อไปไทยต้องติดตาม เฝ้าระวังการทุ่มตลาดและการใช้มาตกรการทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย รวมถึงต้องลดต้นทุนและแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวกับการส่งออก ขับเคลื่อนสินค้าที่มีศักยภาพและเป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากขึ้น เช่น สินค้าที่เกี่ยวกับสุขภาพและสินค้าที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์และจากมาตรการกีดกันทางการค้า

นอกจากนี้ยังต้องเพิ่มผลิตภาพการผลิตโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อผลิตสินค้าที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อให้สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาและมีมาตรฐานตรงตามความต้องการของตลาด

ทั้งนี้ที่ผ่านมาสหรัฐและจีนได้มีการทำมาตรการกีดกันทางการค้าที่สำคัญได้แก่

  • ไตรมาส1/2561 : สหรัฐฯ ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กกล้า อะลูมิเนียม เครื่องซักผ้าและแผงพลังงานแสงอาทิตย์จากจีน
  • ไตรมาส3/2561 : สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 10 สำหรับรายการสินค้าต่าง ๆ มูลค่ารวมประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ สรอ. (มาตรการดังกล่าวมีการยกเว้นในช่วง มี.ค. –พ.ค. 63)
  • ไตรมาส2/2562 : สหรัฐฯ สั่งปรับ บริษัท ZTE บริษัทเทคโนโลยีโทรคมนาคม สัญชาติจีนในข้อหาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคง
  • ไตรมาส 2/2562 : จีนเก็บภาษีสินค้าเกษตรบางประเภทจากสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การทุ่มตลาด
  • ไตรมาส 3/2563 : จีนเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ร้อยละ 5-10 ในสินค้ามูลค่ารวม 6 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ.
  • ไตรมาส 3/2564 : สหรัฐฯ ขยายระยะเวลาห้ามลงทุนในบริษัทจีนมีความเกี่ยวพันกับความมั่นคงด้านการทหารของจีน
  • ไตรมาส /2565 : สหรัฐฯ ออกกฎหมาย Creating Helpful Incentives to Produce Semiconductors and Science Act และ Inflation Reduction Act เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ภายในประเทศ พร้อมทั้งห้ามส่งออกชิปและ เทคโนโลยีการผลิตชิปขั้นสูงไปยังจีน
  • ไตรมาส 3 /2566 : รัฐบาลจีนจำกัดการส่งออกแร่ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญสำหรับการผลิตเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
  • ไตรมาส 2/2567 : สหรัฐฯ ออกกฎหมายการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงแห่งชาติซึ่งบังคับให้บริษัท Bytedanceขาย หุ้น TikTokทั้งหมดภายในระยะเวลาหนึ่งปี และ การดำเนินการตามมาตรา 301 ว่าด้วยการกำหนดอัตราภาษี นำเข้าจากจีนของกฎหมาย Trade Act of 1974 เพื่อปรับขึ้นภาษี 8 รายการสินค้าสำคัญ ดังนี้ (1) เหล็กและ อะลูมิเนียม (2) เซมิคอนดักเตอร์ (3) ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (4) แบตเตอรี่ ส่วนประกอบและชิ้นส่วนแบตเตอรี่ (5) แร่ธาตุสำคัญ (6) แผงพลังงานแสงอาทิตย์ (7) ปั้นจั่นยกตู้สินค้า และ (8) อุปกรณ์ทางการแพทย์

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌