เกาหลีใต้ ทุ่ม 171 ล้านดอลลาร์ เตรียมกว้านซื้อลิเธียมในขณะราคายังต่ำ หวังตุนอุปทานป้อนภาค EV

649

เกาหลีใต้ ทุ่ม 171 ล้านดอลลาร์ ในโครงการกักตุนลิเธียม ในขณะที่ราคายังต่ำ หวังกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศให้แข่งขันได้ ลดพึ่งพาจีน และรับมือกับกฎหมายเงินเฟ้อสหรัฐ 

วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เกาหลีใต้เริ่มสร้างคลังกักเก็บลิเธียม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีปริมาณแร่เพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในปี 2567 เกาหลีใต้ได้ซื้อลิเธียมคาร์บอเนตจากชิลี ผ่านบริษัทรัฐวิสาหกิจ โคเรีย ไมน์ ริแฮบิลิเทชัน แอนด์ มิเนอรัล รีซอร์สเซส คอร์ป (Korea Mine Rehabilitation and Mineral Resources Corp) หรือ KOMIR โดยลิเธียมคาร์บอเนตเป็นวัสดุแปรรูปสำหรับใช้ในการผลิตยานพาหนะไฟฟ้า

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้จัดสรรงบประมาณ 2.331 แสนล้านวอน (171 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเพิ่มขึ้น 526% จากปีที่แล้ว เพื่อจัดหาแร่สำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โดยงบประมาณส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างคลังลิเธียมสำรองสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นความพยายามป้องกันปัญหาการขาดแคลนที่อาจเกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

เกาหลีกำลังดำเนินการเพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทในประเทศจะมีศักยภาพในการแข่งขันได้ในสหรัฐ เมื่อปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยอัตราเงินเฟ้อ (IRA) ของสหรัฐ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดการพึ่งพาจีน ซึ่งครอบครองแร่สำคัญสำหรับใช้ในการผลิตแบตเตอรี่ รวมถึงลิเธียมด้วย โดยกลยุทธ์ของเกาหลีใต้ในการเก็บสะสมลิเธียมนี้มีขึ้นในขณะที่อุปทานลิเธียมล้นตลาด และราคายังคงไม่ฟื้นตัว 

ทั้งนี้ ราคาลิเธียมพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงปลายปี 2565 โดยได้แรงหนุนจากการที่ทั่วโลกผลักดันให้เปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ต่างแย่งชิงทำข้อตกลงการซื้อขายเพื่อให้ได้มากซึ่งอุปทานลิเธีนม อย่างไรก็ตาม อุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้ากลับอ่อนแอเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาลิเธียมร่วงลงอย่างหนักในปี 2556 และยังไม่มีแนวโน้มการฟื้นตัวในปีนี้

อ้างอิง : bloomberg.com