4 ข้อผิดพลาดใน การจัดพอร์ต ลงทุน

283

มอร์นิ่งสตาร์ เปิด 4 ข้อผิดพลาดใน การจัดพอร์ต ของนักลงทุน หนึ่งในนั้น คือ ความซ้ำซ้อนในการลงทุน ตัวอย่างหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนชอบลงทุนเองและที่กองทุนส่วนใหญ่ชอบถือเช่น Apple, Amazon.com, Microsoft ซึ่งหุ้นทั้ง 3 บริษัทนี้มีน้ำหนักอยู่ใน S&P 500 สูงถึง 16%

รายงานจาก มอร์นิ่งสตาร์ เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดพอร์ตโฟลิโอของนักลงทุนโดยส่วนใหญ่พบว่าเป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง มีการศึกษาข้อมูลที่ดี และมีการลงทุนทั้งในกองทุนรวมและ ETFs ซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินการที่ไม่สูงมาก นอกจากนี้หากมีการลงทุนที่เป็นสินทรัพย์เฉพาะทางก็มักจะมีสัดส่วนการลงทุนที่ไม่สูงมากจนเกินไป อย่างไรก็ดีมีบางประเด็นที่นักลงทุนอาจทำพลาดไปในการลงทุน เช่น

1. การกระจายการลงทุนของพอร์ตโฟลิโอที่มากจนเกินไป

ข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งที่เห็นได้ เช่น การมีหลายบัญชี การถือสินทรัพย์ที่มากประเภทจนเกินความจำเป็น จนทำให้พอร์ตโฟลิโอมีขนาดใหญ่มากจนเกินไป ซึ่งความจริงหากต้องการลงทุนให้หลากหลายเพื่อกระจายความเสี่ยงจากการลงทุนก็อาจทำได้โดยการลงทุนในกองทุนดัชนี ( Index funds)

2. ความซ้ำซ้อนในการลงทุน

อีกปัญหาที่พบบ่อยคือการที่นักลงทุนลงทุนเองในหุ้นรายบริษัทซึ่งมักเป็นหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่และมักเป็นหุ้นเดียวกันกับที่กองทุนรวมหรือ ETFs ในพอร์ตโฟลิโอลงทุนอยู่เช่นกัน

“ตัวอย่างหุ้นขนาดใหญ่ที่นักลงทุนชอบลงทุนเองและที่กองทุนส่วนใหญ่ชอบถือเช่น Apple, Amazon.com, Microsoft ซึ่งหุ้นทั้ง 3 บริษัทนี้มีน้ำหนักอยู่ใน S&P 500 สูงถึง 16% ซึ่งการลงทุนที่ซ้ำซ้อนย่อมทำให้เกิดความเสี่ยงที่มากขึ้นด้วย”

ทั้งนี้ การที่นักลงทุนเลือกที่จะลงทุนหุ้นรายตัวเองคงต้องแน่ใจว่าจะมีเวลาที่จะติดตามหุ้นเหล่านี้ไปตลอดระยะเวลาที่ลงทุน รวมถึงสามารถติดตามการทำหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้บริหารในกิจการเหล่านั้นได้ นอกจากนี้ในระยะยาวก็ควรที่จะเปรียบเทียบผลตอบแทนที่ได้จากการลงทุนเองกับการเลือกลงทุนในกองทุนที่มีต้นทุนในการลงทุนที่ต่ำกว่าว่าเป็นอย่างไรด้วย

3. การทิ้งเงินลงทุนระยะยาวในกองทุนรวม

สำหรับนักลงทุนที่มีความอดทนในการลงทุนเพื่อรอสร้างผลตอบแทนระยะยาว ข้อผิดพลาดหนึ่งอย่างที่พบคือการลงทุนในกองทุนรวมโดยที่ตั้งใจว่าจะถือลงทุนระยะยาวแต่กลับไม่เคยย้อนกลับไปดูและสนใจเงินที่ลงทุนไว้อีกเรย ซึ่งหากกองทุนนั้นๆที่เราลงทุนอยู่เกิดมีการเปลี่ยนมือผู้จัดการกองทุน หรือมีผลตอบแทนที่ไม่ดีต่อเนื่องยาวนาน หรือมีเงินไหลออกจากกองทุนจำนวนมาก

สิ่งเหล่านี้ก็อาจกระทบผลการดำเนินงานให้แย่ได้ ซึ่งถ้าเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆก็คงไม่เป็นไรในกรณีที่บริษัทจัดการนั้นๆมีการรับมือที่ดีก็อาจกลายเป็นโอกาสให้นักลงทุนได้ลงทุนเพิ่มได้ แต่หากกองทุนเหล่านี้ไม่ได้รับการบริหารจัดการที่ดีพอและให้ผลตอบแทนที่แย่ต่อเนื่องยาวนานก็คงไม่ดีสำหรับการถือลงทุนต่อไป ดังนั้น นักลงทุนจึงควรหมั่นติดตามและตรวจสอบพอร์ตการลงทุนอยู่เป็นระยะเพื่อให้มั่นใจได้ว่าเงินลงทุนยังเป็นไปตามแผนที่ตั้งใจไว้

4. การจัดสรรสินทรัพย์ลงทุนที่ไม่เป็นไปตามแผน

อีกปัญหาที่พบบ่อยและแก้ไขได้ยากนั่นคือสัดส่วนของสินทรัพย์ลงทุนของพอร์ตโฟลิโอที่ไม่เป็นไปตามแผนของนักลงทุนที่ตั้งใจไว้ โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนใกล้ถึงเวลาเกษียณอายุซึ่งส่วนใหญ่พบว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้มีความเสี่ยงที่มากเกินไป เช่น ลงทุนในหุ้นจำนวนมาก หรืออาจลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่ได้สร้างรายได้ที่รองรับความต้องการใช้จ่ายในช่วงดังกล่าวได้มากพอ เช่น ตราสารหนี้

นอกจากนี้การใช้จ่ายเงินจากในพอร์ตโฟลิโอที่มากจนเกินไปอาจเกิดความเสี่ยงที่เงินลงทุนเหล่านี้จะมีไม่เพียงพอตลอดช่วงวัยเกษียณ ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงแนวทางในการจัดพอร์ตโฟลิโอให้สอดคล้องกับความต้องการใช้จ่ายที่คาดการณ์ไว้ในช่วงเกษียณ และเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยเหมาะสมกับความต้องการใช้จ่ายเงินด้วย โดยอาจผสมกันระหว่างเงินสดสำหรับการใช้จ่ายระยะสั้น การลงทุนในตราสารหนี้เพื่อความต้องการใช้จ่ายในระยะปานกลางและรองรับความผันผวนจากการลงทุนในหุ้น ขณะที่ยังต้องลงทุนในหุ้นเพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาวและปกป้องเงินเฟ้ออีกเช่นกัน