หุ้นไทยวันนี้ ปรับตัวลงต่อตามภูมิภาค บอนด์ยีลด์พุ่ง-ดอลลาร์กลับมาแข็งค่า

218
หุ้นไทยวันนี้

หุ้นไทยวันนี้ 30 พ.ค. นักวิเคราะห์คาดปรับลงต่อตามตลาดภูมิภาค รับแรงกดดันบอนด์ยีลด์สหรัฐพุ่งทะลุ 4.6% และดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ขณะที่เงินบาทอ่อนค่าใกล้ 36.90 บาท/ดอลลาร์กดดันเงินทุนไหลออกต่อเนื่อง

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดปรับตัวลงต่อ เป็นไปตามตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบถ้วนหน้า รับแรงกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) พุ่งทะลุ 4.6% หลังผลประมูลพบดีมานด์ยังอ่อนแอ

ประกอบกับ ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าขึ้นกดดันเงินบาทอ่อนค่าลงใกล้ 36.90 บาท/ดอลลาร์อีกครั้ง กดดันเงินทุนต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนเม.ย.ของสหรัฐในวันศุกร์นี้ด้วย

และในเชิงเทคนิควานนี้ SET ปิดต่ำกว่าแนวรับสำคัญ 1,350 จุดทำให้มีโอกาสรีบาวน์ไม่มาก หากวันนี้ไม่สามารถรีบาวน์กลับไปยืนเหนือ 1,350 จุดได้มีโอกาสแกว่งลงต่อ ให้รอตั้งรับที่แนวรับ 1,330 จุด และให้แนวต้านไว้ที่ 1,360-1,365 จุด

บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด SET สัญญาณทางเทคนิคยังเป็นลบ ทำให้มีแนวโน้มปรับลงได้ต่อ โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,340 และจุดต่ำเดิมบริเวณ 1,330 จุด ตามลำดับ ส่วนการฟื้นตัวยังถูกจำกัด โดยมีกรอบบนบริเวณแนวต้าน 1,356 และ 1,362 จุด ตามลำดับ ประเด็นสำคัญ ติดตามตัวเลข PCE สหรัฐ ในวันพรุ่งนี้

ช่วงสั้นมอง SET ยังแกว่งตัวในกรอบ หลังไร้ปัจจัยชี้นำ โดยในประเทศการประชุม ครม. เศรษฐกิจนัดแรกยังไม่มีการออกมาตรการใดๆและตัวเลขเศรษฐกิจคาดยังมีแนวโน้มชะลอตัวลง

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ ดัชนี PCE เม.ย. สหรัฐคาดสะท้อนอยู่ในราคาไปแล้ว และดัชนี PMI ภาคการผลิตจีนคาดปรับตัวดีขึ้น หลังออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

ขณะที่ผลประกอบการ 1Q67 ของ บจ. ทั่วโลกยังค่อนข้างดี แม้ บจ. ไทยจะเติบโตได้น้อยใน 1Q67 แต่คาด 2Q67 จะเติบโตดีขึ้น ช่วยหนุน SET Index ปรับขึ้นได้ตั้งแต่ 3Q67 ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy”

บล.กรุงศรี คาด SET “Sideways/Down” แนวต้าน 1,360/1,364 จุด แนวรับ 1,343/1,340 จุด ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับฐานต่อเนื่อง แรงกดดันจาก US Bond Yield 10ปี +7bps ปิดสูงสุดในรอบ 1 เดือนที่ 4.62% ผลจากการประมูลพันธบัตรสหรัฐฯที่ Yield ดีดขึ้น เนื่องจากความต้องการชะลอลง

โดยช่วงที่เหลือของสัปดาห์ ตลาดจะจับตา ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (วันนี้) และเงินเฟ้อ PCE เม.ย. 24 (พรุ่งนี้) โดยการทยอยปรับมุมมองระมัดระวังก่อนรายงาน ดังนั้นกรณีการรายงานไม่สูงกว่าคาดเกินไป เช่น ยอดผู้รับสวัสดิการอยู่ในกรอบ มากกว่า 2 แสนตำแหน่ง และ PCE ไม่เกิน +0.3%m-m คาดสินทรัพย์เสี่ยงจะสร้างฐานได้

ส่วนภายใน ความไม่แน่นอนทางการเมืองยังกดดันหุ้นกลุ่ม Domestic ทำให้ SET ระยะสั้นยังผันผวน แต่กรอบดัชนี 1,320-1,350 จุด น่าจะเป็น Zone ฐาน จาก EPS ตลาดปี 2024-26 เริ่มสร้างฐานและขยับขึ้นเล็กๆ และกรอบดัชนีดังกล่าวเป็นระดับ Current ERP 2024 – 2024F ที่ 3.45-3.95%(> Avg 3.06%)

เน้นตั้งรับ กลุ่มอิงจีน (IMF ปรับ GDP ปี2024 ขึ้นสู่ 5% จากเดิม 4.6%) กลุ่มเงินบาทอ่อนค่าหนุน กลุ่มธนาคาร ประกัน (รับภาพ Yield เร่ง) วันนี้แนะ CBG, GFPT, NER

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่ 📌