เสี่ย “บุณยสิทธิ์” มอง เศรษฐกิจไทย 2567 เป็นแค่เศรษฐกิจหาเสียง

781
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา เศรษฐกิจไทย 2567

“บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” บิ๊กบอส “สหพัฒน์” นิยาม เศรษฐกิจไทย 2567 เหมือนรถยนต์ EV ตอนสตาร์ทวิ่งเร็ว แต่ตอนปลายสู้รถน้ำมันไม่ได้ ชี้เศรษฐกิจเมืองไทยยังเป็นแค่ “เศรษฐกิจหาเสียง” เน้นผลระยะสั้นส่วนการลงทุนใหญ่ ๆ ไม่กล้าทำ นโยบายลดดอกเบี้ยยังไม่จำเป็น ห่วง “ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ” เอื้อแรงงานต่างชาติแย่งงานคนไทย

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ มองว่า เศรษฐกิจไทย 2567 ยัง “ดี” และไปต่อไปได้ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจอาหารที่มีการบริโภคมากขึ้น แต่ในกลุ่มสินค้าเบ็ดเตล็ดการบริโภคอาจจะลดน้อยลงจากภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป

“เมืองไทยเรื่องอาหารเราได้เปรียบกว่าคนอื่นเยอะ แม้ว่าอากาศจะร้อนแต่ในน้ำมีปลาในนามีข้าว เรามีความอุดมสมบูรณ์แต่เศรษฐกิจตามไม่ทันความต้องการของคน หรือความต้องการสูงแต่เงินหาไม่ทัน

ดังนั้นในแง่ของเศรษฐกิจถ้าเทียบกับในอดีตอาจจะ “ไม่ดี” แต่ถ้าเทียบกับโลกแล้วเมืองไทยยังถือว่า “ดีกว่า” แต่เราจะต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงนำสินค้าไทยไปขายต่างประเทศ เพราะตอนนี้ทางฝั่งยุโรปและอเมริกาเงินเฟ้อสูงมาก ถ้าเรารู้จักจับจังหวะนำสินค้าไปลุยสร้างแบรนด์ ก็สามารถไดรฟ์เศรฐกิจให้ดีขึ้น”

อย่างไรก็ตามให้มองในภาพกว้าง บุญญสิทธิ์ มองว่า หากเทียบ GDP ของไทยกับเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซียหรือเทียบกับประเทศอื่นๆก็ยอมรับว่า “เราสู้เขาไม่ได้”

เช่น จีน GDP ปรับตัวดีขึ้น 5% เพราะเป็นประเทศใหญ่ แต่ไทยเป็นประเทศเล็ก GDP เติบโตเพียง 1% กว่า ๆ แน่นอนว่าประชาชนอาจอึดอัดแต่ไม่เลวร้ายถึงขั้น “ไม่พอกินจนอด” และไม่หนักถึงขั้นเกิดวิกฤตเศรษฐกิจแน่นอน แต่ต้องยอมรับว่ากำลังซื้อระดับล่างอาจพบภาวะ “เงินฝืด” บ้างแต่กำลังซื้อระดับบนยังไม่กระทบ

“การกระตุ้นเศรษฐกิจที่ง่ายที่สุดคือทำให้ตลาดหุ้นเติบโตขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ GDP เติบโตได้เยอะ ขณะที่รัฐบาลเองดูแล้วก็ตั้งใจที่จะทำให้เศรษฐกิจดี แต่ก็ต้องมองว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงจุดไหม ถ้าตรงจุด GDP ก็ขึ้นเร็ว ถ้าไม่ตรงจุดก็จะช้าหน่อย แต่ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร “สหพัฒน์” ก็ปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์เพราะฉะนั้นไม่ว่ายุคไหนเราก็อยู่มาตลอด

ส่วนประเด็นนโยบายดอกเบี้ยตอนนี้ถือดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ย แต่ถ้าจะลดต้องไปลดที่เงินกู้นอกระบบ อัตราดอกเบี้ยตอนนี้สำหรับเราไม่ได้กระทบแต่สำหรับธุรกิจที่กู้เงินมาจำนวนเยอะ ๆ เพื่อที่จะดำเนินธุรกิจกระทบแน่นอน”

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา เศรษฐกิจไทย 2567

เศรษฐกิจไทย เหมือน EV วิ่งเร็วแผ่วปลาย

นอกจากนี้ บิ๊กบอสสหพัฒน์ ยังให้นิยามเศรษฐกิจปีนี้ว่า เศรษฐกิจปีนี้เทียบกับ “รถยนต์อีวี” เพราะดีตรงที่สตาร์ทเร็ว แต่พอวิ่งไปสัก 100-200 กม. จะสู้รถน้ำมันไม่ได้

เศรษฐกิจเราก็เหมือน EV นาน ๆ ไปเราจะสู้เขาไม่ได้เพราะเศรษฐกิจเมืองไทยส่วนใหญ่เป็น “เศรษฐกิจหาเสียง” ไม่ใช่เศรษฐกิจจริงๆ เราพยายามเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจเช่น Digital wallets แต่ไม่ได้มองระยะยาว ไม่ได้มองการลงทุนใหญ่ ๆ โดยเฉพาะinfrastructure ใหญ่ ๆเราไม่กล้าทำ

ในส่วนของนโยบายค่าแรง ต้องยอมรับงานที่รับค่าแรงขั้นต่ำคนไทย “ไม่ทำ” สังเกตุได้จากงานก่อสร้างหรืองานบริการปัจจุบันเป็นแรงงานต่างชาติทั้งหมด ซึ่งยังต้องการค่าแรงขั้นต่ำ

สิ่งที่น่ากังวลก็คือการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอาจกลายเป็นการส่งเสริมให้คนต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทย แต่อย่างไรก็ตามสหพัฒน์ก็สนับสนุนเรื่องการขึ้นแรงงานขั้นต่ำ เพราะยิ่งค่าแรงงานสูงสินค้าของบริษัทก็ยิ่งขายดี แต่ถ้าขึ้นสูงเกินไปก็จะมีผลประโยชน์กับคนแรงงานต่างชาติมากกว่าคนไทย

อย่างไรก็ตามแน่นอนว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็กระทบในแง่ของต้นทุนการผลิตต้นทุนก็จะต้องขึ้นตาม แต่ปัจจุบันภาคการผลิตของสหพัฒน์จ่ายเกินค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่กระทบในตอนนี้ แต่อุตสาหกรรมบางประเภทอาจมีปัญหาได้โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้แรงงานเยอะ ๆ และต้องการแรงงานราคาถูก ๆ

“ในเครือสหพัฒน์ส่วนใหญ่เราพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว เราไม่ได้เพิ่มคนแต่ใช้ Automation ใช้ AI มาช่วย ทำให้สินค้าออกเร็วขึ้นและสินค้าดีขึ้น ดังนั้นเศรษฐกิจปี 67 ไม่ใช่ไม่ดีซะทีเดียวใครปรับตัวได้ก็เป็นโอกาส เศรษฐกิจแบบนี้เป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลง ถ้าทำถูกทางทุกอย่างก็เป็นโอกาส”

 

📌 อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌