รีเจ็กต์ เรต – หนี้เสียบ้าน ดันยอดโอนกรรมสิทธิ์ อสังหาริมทรัพย์ ติดลบยกแผง

2113
อสังหาริมทรัพย์

วิบากกรรม “อสังหาริมทรัพย์” ยังไม่จบ และดูเหมือนจะทวีความเข้มข้นขึ้น โดยข้อมูลสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ทั่วประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2567 มีจำนวน 121,529 ล้านบาท ลดลง 20.5% ดิ่งสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2561 และเป็นการหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ที่ไตรมาส 4 ปี 2566 มีจำนวน 177,473 ล้านบาท ลดลง 14.8%

อสังหาริมทรัพย์

โฟกัสสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้างทั่วประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2567 มีจำนวน 4,956,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% แต่ขยายตัวในอัตราต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี เช่นเดียวกัน

โดยศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ประมาณการว่า ปี 2567 จะมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลคงค้าง จำนวน 5,191,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% หรืออยู่ระหว่างช่วง -5.6% ถึง +10.1%

ยอดโอนกรรมสิทธิ์ดิ่งยกแผง มากสุดในรอบ 6 ปี

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า จากปัญหากำลังซื้ออ่อนแอ และสถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่น้อยลง ส่งผลให้ซัพพลายสะสมเพิ่มขึ้น

แม้ปัจจุบันผู้ประกอบการจะเปิดตัวโครงการน้อยลง ทว่ายอดขายใหม่ก็น้อยลงตาม ดันหน่วยเหลือขายสะสมเพิ่มขึ้น สะท้อนจากภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ทั่วประเทศ ไตรมาส 1 ปี 2567 มีจำนวน 72,954 หน่วย ซึ่งเป็นจำนวนที่ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาส (2561 – Q1/2567) และยังมีการขยายตัวลดลง -13.8%

“โดยมีการติดลบทุกระดับราคา โดยเฉพาะกลุ่ม 5.01 – 7.50 ล้านบาท หดตัว 20%”

ขณะที่มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยทั่วประเทศไตรมาส 1 ปี 2567 จำนวน  208,732  ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่ต่ำสุดในรอบ 19 ไตรมาส (Q3/2562 – Q1/2567) ขยายตัวลดลง -13.4%

“ด้านมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ กลุ่มที่ลดลงมากสุด คือ ราคา 5.01 – 7.50 ล้านบาท ติดลบ 19.8% เช่นกัน”

อสังหาริมทรัพย์

หนี้เสียบ้านไตรมาส 1/67 แตะ 2 แสนล้านบาท กระจุกเจน Y 50%

นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือเครดิตบูโร เปิดเผยข้อมูลสถานการณ์สินเชื่อบ้านช่วงก่อนหน้านี้ว่า ในไตรมาส 1 ปี 2567 หนี้เสีย (NPL) กลุ่มบ้านมีมูลค่า 2 แสนล้านบาท เติบโต 18% (yoy) คิดเป็นสัดส่วนในหนี้เสียราว ๆ 20% จากมูลค่าหนี้เสียทุกกลุ่มรวม 1.09 ล้านล้านบาท

ขณะที่กลุ่ม SM ที่เริ่มค้างชำระหนี้บ้าน แต่ไม่เกิน 90 วัน อยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เติบโต 15% (yoy) ดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2566 ที่ขยายตัวสูง 31% โดยมูลหนี้จำนวน 1.2 แสนล้านบาท (จากทั้งหมด 1.8 แสนล้านบาท) อยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารของรัฐ

หากจำแนกหนี้เสียตามกลุ่มอายุ พบว่า หนี้เสียบ้านประมาณ 50% มาจากกลุ่ม Gen Y หรือคิดเป็นจำนวน 83,281 บัญชี มูลค่า 1.24 แสนล้านบาท (จากหนี้เสียบ้านทั้งหมดมูลค่า 2 แสนล้านบาท)

ส่วน SM บ้านของกลุ่มเจนวาย มีจำนวน 76,276 สัญญา คิดเป็นมูลค่า 1.18 แสนล้านบาท หรือสัดส่วน 50% ของ SM กลุ่มบ้านทั้งหมดที่มีมูลค่า 1.8 แสนล้านบาท

อสังหาริมทรัพย์

 

โดย กองบรรณาธิการ การเงินธนาคาร

 

📌 สมัครสมาชิก เพียงวันละ 1 บาท อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่นี่ 📌