“จังซีลอน” สู้ศึกค้าปลีกภูเก็ตเดือด ควักเงิน 1 พันล้านบาท เนรมิตรอบ 17 ปี

314
จังซีลอน

จังซีลอน ทุ่ม 1 พันล้าน ยกเครื่องใหญ่ศูนย์การค้ารอบ 17 ปี รับค้าปลีกภูเก็ตเดือด ดึงเชนโรงแรมใหม่ผุดกลางป่าตอง หวังเพิ่มทราฟฟิกต่างชาติเกิน 60%

ค้าปลีกภูเก็ตทวีความร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการเข้ามาของบิ๊กเนม และหลังจากภูเก็ตเปิดการท่องเที่ยว 100%

โดยข้อมูลจาก ททท. ภูเก็ต ระบุว่า ปี 2566 ภูเก็ตทำรายได้จากภาคท่องเที่ยวสูง 380,000 ล้านบาท จากนักท่องเที่ยว 11 ล้านคน ค่าใช้จ่ายต่อหัวเฉลี่ย 9,500 บาท/คน/ทริป

“จังซีลอน” ศูนย์การค้ารายใหญ่บริเวณป่าตอง ที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 80% และคนไทย 20% โดยช่วงก่อนเกิดโควิดเมื่อปี 2562 สามารถทำรายได้ 1,600 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 499 ล้านบาท ก่อนจะขาดทุนจากสถานการณ์โควิด

จังซีลอน

ลงทุน 1 พันล้านบาท ยกเครื่องศูนย์การค้ารอบ 17 ปี

นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารศูนย์การค้าจังซีลอนป่าตองภูเก็ต บริษัท ภูเก็ต สแควร์ จำกัด เปิดเผยว่า จังซีลอน ใช้งบประมาณลงทุนราว ๆ 1,000 ล้านบาท ปรับโฉมใหญ่รอบ 17 ปี โดยเตรียมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 28 มิ.ย. 67

ยุทธศาสตร์หลัก คือ Brand Mixed ผสมผสานระหว่างแบรนด์ฮิตในไทยและต่างประเทศเข้าด้วยกัน และนำมาเปิดบริการเพิ่มในศูนย์การค้า อาทิ

    • กลุ่มร้านอาหาร/เครื่องดื่ม : ติ่น ไท่ ฟง ร้านอาหารจีน นำร่องสาขาแรกในภูเก็ต, Greyhound cafe และ Tim Hortons
    • กลุ่มร้านค้าแฟชั่น/ไลฟ์สไตล์ : GENTLE WOMAN, ยูนิโคล่, บิวเทรียม, อาดิดาส, พูม่า

“การปรับโฉมใหญ่จังซีลอน ป่าตอง รองรับการฟื้นตัวการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ศูนย์การค้า มีทราฟฟิกเพิ่มสูงขึ้นด้วย จากกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 60%”

จังซีลอน

ดึงเชนโรงแรม M Social ผุดภูเก็ตครั้งแรก เป็นแห่ง 6 ของโลก

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังได้นำเชนโรงแรม M Social Hotel Phuket ภายใต้การบริหารของ มิลเลนเนียม โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท มาเปิดให้บริการในป่าตอง จังหวัดภูเก็ต เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และเป็นแห่งที่ 6 ของโลก

จากปัจจุบันแบรนด์โรงแรมดังกล่าว ดำเนินการในสิงคโปร์ โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา และ ปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในกลุ่มนักเดินทางคนรุ่นใหม่ โดยมีไฮไลต์จากการนวัตกรรม และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาร่วมให้บริการกับผู้เข้าพักในโรงแรม

ประวิช กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มประเทศสิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย เป็นหลัก มากกว่าชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่

โดยศูนย์ฯ ยังได้ปรับแนวทางการทำตลาดรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่ม F.I.T (Free Individual Traveler) นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพักตามลำพังที่มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นในปัจจุบันด้วย

 

📌 อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌