กัลฟ์ ไบแนนซ์ เปิดให้บริการ KYB รุกธุรกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล องค์กรธุรกิจ

350
กัลฟ์ ไบแนนซ์ สินทรัพย์ดิจิทัล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล ทั่วโลกมีการเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเติบโตด้านการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในภาคส่วนขององค์กรธุรกิจ

โดยจากการสำรวจ 2023 Institutional Investor Digital Assets Outlook ของ Coinbase พบว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า กว่า 60% ของนักลงทุนสถาบันจะทำการลงทุนใน สินทรัพย์ดิจิทัล เพิ่มมากขึ้น และกว่า 45% ของนักลงทุนสถาบันที่ยังไม่เคยลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลจะเริ่มหันมาถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นครั้งแรกเช่นเดียวกัน

ซึ่งทิศทางการเติบโตดังกล่าวได้สอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนักลงทุนรายย่อยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงนักลงทุนรายใหญ่ อย่างองค์กรธุรกิจที่จดทะเบียนนิติบุคคล ตลอดจนสถาบันทางการเงินชั้นนำในประเทศไทย ที่ต่างรุกเข้ามาสู่ตลาดนี้กันอย่างคึกคักในปีที่ผ่านมา

ทำความรู้จัก “นักลงทุนนิติบุคคล”

นักลงทุนนิติบุคคล (Corporate Investor) คือนักลงทุนที่เป็นองค์กรทางธุรกิจซึ่งมีการจดทะเบียนในรูปแบบของนิติบุคคล ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ทำการจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด มูลนิธิ สมาคม สหกรณ์ องค์กรของรัฐบาล หรือ รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น

โดยนักลงทุนนิติบุคคล เริ่มหันมาให้ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสินทรัพย์ประเภทใหม่นี้มีศักยภาพในการเติบโตที่สูง ถึงแม้ว่าจะมีความผันผวนสูงควบคู่มาด้วยก็ตาม

อีกทั้งการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลยังถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตลงทุนจากสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เช่น หุ้น หรือ พันธบัตร ได้อีกด้วย นอกจากนี้ เนื่องจากเทคโนโลยีบล็อกเชนมีแนวโน้มที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ ในอนาคต

ดังนั้น หลายองค์กรจึงได้มีการพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่ไปกับการลงทุนแบบปกติ เพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่มากขึ้นกว่าการลงทุนปกติ

กัลฟ์ ไบแนนซ์

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด

ลงทุนอย่างปลอดภัย ด้วย Binance Know Your Business

นายนิรันดร์ ฟูวัฒนานุกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ ไบแนนซ์ จำกัด กล่าวว่า สำหรับการลงทุนแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่แพ้ผลกำไรคือปัจจัยทางด้านความปลอดภัย

ซึ่ง กัลฟ์ ไบแนนซ์ ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม Binance TH by Gulf Binance อย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับนักลงทุนทุกประเภท

โดย กัลฟ์ ไบแนนซ์ ได้พัฒนากระบวนการตรวจสอบตัวตนที่เรียกว่า Know Your Customer (KYC) เพื่อมอบความปลอดภัยในด้านการทำธุรกรรมและการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลให้กับเหล่านักลงทุนรายย่อย (Retail Investor) และเพื่อรองรับการเติบโตของนักลงทุนองค์กรธุรกิจที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

ล่าสุด กัลฟ์ ไบแนนซ์ ยังได้พัฒนาระบบความปลอดภัยที่เรียกว่า Know Your Business (KYB) ขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยขั้นสูงให้กับเหล่านักลงทุนองค์กรธุรกิจที่เปิดใช้งานบัญชีนิติบุคคลสำหรับทำธุรกรรมด้านสินทรัพย์ดิจิทัลบนแพลตฟอร์มกัลฟ์ ไบแนนซ์

Know Your Business (KYB) คือ “การทำความรู้จักองค์กรธุรกิจ” หรือกระบวนการที่ช่วยตรวจสอบตัวตนที่อยู่เบื้องหลังของผู้ใช้งานองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางธุรกิจ

ซึ่งได้รับการออกแบบโดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับการจัดเก็บสินทรัพย์ ตลอดจนช่วยลดอาชญากรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกง การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย และการฟอกเงิน เป็นต้น

โดยผู้ใช้สามารถมั่นใจได้ว่าสินทรัพย์ของท่านจะถูกจัดเก็บไว้อย่างปลอดภัยบนแพลตฟอร์ม Binance TH by Gulf Binance

“กัลฟ์ ไบแนนซ์ ได้เล็งเห็นถึงโอกาสและศักยภาพของนักลงทุนในทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักลงทุนรายย่อย อย่าง เทรดเดอร์ หรือ นักลงทุนองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก ไปจนถึงองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น นักลงทุนสถาบัน บริษัทขุดบิทคอยน์ หรือนักลงทุนรายใหญ่ ที่เริ่มหันมาสนใจการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องการถือครองเหรียญบิทคอยน์ (BTC) และลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นๆ

ด้วยเหตุนี้ กัลฟ์ ไบแนนซ์ จึงได้พัฒนา Know Your Business (KYB) ขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนมอบความปลอดภัยที่ครอบคลุม และบริการที่ครบวงจรให้กับนักลงทุนทุกรายที่เปิดบัญชีเพื่อการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบนิติบุคคลบนแพลตฟอร์มของเรา

ทั้งนี้ กัลฟ์ ไบแนนซ์ จะยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและฟีเจอร์ต่างๆ โดยมีผู้ใช้เป็นหัวใจสำคัญ เพื่อช่วยยกระดับประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์ม Binance TH by Gulf Binance ให้กับนักลงทุนทุกคนต่อไป

เอกสารที่ต้องการในการยืนยันตัวตนบัญชีนิติบุคคลบน KYB

1. หนังสือรับรองบริษัทหรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท (อายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ยื่นขอเอกสาร)

2. รายชื่อผู้ถือหุ้นทางตรงของบริษัท (อายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันที่ยื่นขอเอกสาร)

3. หนังสือมอบอํานาจของผู้มีอํานาจลงนามซึ่งจะดําเนินการในนามของนิติบุคคล (เฉพาะกรณีที่ผู้มีอํานาจลงนามไม่ใช่กรรมการผู้มีอํานาจลงนามตามหนังสือรับรองบริษัท)

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ คริปโทเคอร์เรนซี ได้ที่นี่ 📌