หุ้นไทย ปิดลบ 9.91 จุด แย่กว่าภูมิภาค กังวลปัจจัยการเมือง ต่างชาติขาย 3,185 ล้านบาท

586

หุ้นไทย ปิดวันนี้ 6 มิ.ย. ที่ระดับ 1,328.41 จุด ลดลง 9.91 จุด มูลค่าซื้อขาย 45,540 ล้านบาท ปรับตัวลงแรงสุดในภูมิภาค แรงขายหุ้นบิ๊กแคปถ่วง ต่างชาติกังวลความเป็นอิสระของแบงก์ชาติหลังมีชื่อคนในรัฐบาลเป็นแคนดิเดดประธานบอร์ดคนใหม่ และในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีการพิจารณาคดีทางการเมืองประเด็นคุณสมบัตินายกฯ มีผลต่อการอภิปรายงบประมาณปี 68

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 6 มิถุนายน ปิดที่ระดับ 1,328.41 จุด ลดลง 9.91 จุด (-0.74) มูลค่าการซื้อขาย 45,540.12 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 3,184.65 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 1,124.20 ล้านบาท

วันนี้มีการซื้อขายหลักทรัพย์บนกระดานใหญ่ (BIG LOT) 18 หลักทรัพย์ 21 รายการ พบ KTB มีมูลค่าสูงสุด 134.18 ล้านบาท ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 17.15 บาท

นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงแรง ถือว่าแย่ที่สุดในภูมิภาค แม้มีแรงซื้อจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ช่วยประคองดัชนีไว้ระดับ แต่ไม่สามารถต้านทานแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ได้

ตลาดหุ้นไทยถูกกดดันจากประเด็นที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่ารัฐบาลเตรียมเสนอชื่อ 2 บุคคลใกล้ชิดเป็นแคนดิเดต ประธานบอร์ดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ เนื่องจากนายปรเมธี วิมลศิริ อดีตเลขาธิการสภาพัฒน์จะครบวาระในเดือน ก.ย.หลังจากรัฐบาลและธปท.มีความขัดแย้งด้านนโยบายเศรษฐกิจ เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อความเป็นอิสระของ ธปท. ทำให้ภาพการลงทุนช่วงนี้อาจดูไม่น่าสนใจ

นอกจากนั้น ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าศาลรัฐธรรมนูญจะพิจารณาคดีทางการเมืองสำคัญ คือ คำร้องยุบพรรคก้าวไกล, การพิจารณาคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และคดีที่อัยการสูงสุดจะส่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร ผิด ม.112 โดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติตินายกฯ อาจมีผลต่อการอภิปรายงบประมาณปี 68 ในวันที่ 19-21 มิ.ย.นี้

แนวโน้มพรุ่งนี้ (7 มิ.ย. 67) คาดลาดแกว่งในกรอบแนวรับ 1,315 จุดและแนวต้าน 1,343 จุด คืนนี้รอติดตามผลการประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ขณะที่ Sentiment ต่างประเทศในแง่ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดดีขึ้นเล็กน้อยหลังการรายงานตัวเลขจ้างงานสหรัฐเริ่มส่งสัญญาณชะลอ ทั้งนี้ หาก ECB ลดดอกเบี้ยและเฟดลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้อาจจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันต่อตลาดหุ้นไทยได้

5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด

  • AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,960.12 ล้านบาท ปิดที่ 61.75 บาท ลดลง 1.50 บาท
  • PTT มูลค่าการซื้อขาย 2,014.43 ล้านบาท ปิดที่ 32.00 บาท ลดลง 0.75 บาท
  • DELTA มูลค่าการซื้อขาย 1,843.04 ล้านบาท ปิดที่ 75.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท
  • BDMS มูลค่าการซื้อขาย 1,499.25 ล้านบาท ปิดที่ 27.50 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
  • BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,370.94 ล้านบาท ปิดที่ 134.00 บาท ลดลง 2.00 บาท

อ่านข่าวอื่น ๆ