ผลสำรวจเผย พนักงานอยากใช้ AI ในการทำงาน แต่กลัวถูกเพื่อนร่วมงานมองขี้เกียจ

705
generative AI

ยังกังวล! ผลสำรวจเผย พนักงานในสหรัฐ-อังกฤษ อยากใช้ AI ในการทำงาน แต่กลัวถูกเพื่อนร่วมงานมองขี้เกียจ หนำซ้ำองค์กรไม่ได้จัดการฝึกอบรมการใช้ generative AI ให้

แม้ว่าขณะนี้เริ่มมีการนำ ปัญญาประดิษฐ์ เข้ามาช่วยในการทำงานมากขึ้น ซึ่งช่วยให้การทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้น แต่พนักงานบางคนกลับกังวลว่าเพื่อนร่วมงานอาจมองไม่ดีนัก

จากรายงานสถานะ AI ในที่ทำงานฉบับใหม่ประจำปี 2567 ของบริษัทAI Anthropic และ Asana แพลตฟอร์มการจัดการงาน ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2567 ซึ่งทำการการสำรวจพนักงาน 5,007 คนในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร เกี่ยวกับมุมมองการนำ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในสถานที่ทำงาน

พบว่าพนักงานกว่า 25% ที่เข้าร่วมการสำรวจ กังวลว่าอาจถูกมองว่าขี้เกียจ หากใช้AI ในที่ทำงาน ส่วนอีก 23% ระบุว่ากลัวจะถูกตราหน้าว่าเป็นการโกงจากการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ในการทำงาน และราว 33% กังวลว่า ปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาแทนที่มนุษย์โดยสิ้นเชิง

Rebecca Hinds หัวหน้าห้องปฏิบัติการนวัตกรรมการทำงานของ Asana กล่าวว่า ความคิดเห็นเหล่านี้ ส่วนหนึ่งเป็น เพราะบริษัทต่างๆ ไม่ได้ให้แนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ในที่ทำงาน

โดยจากการสำรวจพบว่า โดยรวมแล้วการนำ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในสถานที่ทำงานเพิ่มขึ้นทั้งในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร สำหรับในสหรัฐอเมริกา พนักงาน 57% ใช้เครื่องมือ ปัญญาประดิษฐ์ ทุกสัปดาห์ เพิ่มขึ้นจาก 46% เมื่อเทียบกับ 9 เดือนที่แล้ว ส่วนในสหราชอาณาจักร พนักงาน 48% ใช้เครื่องมือ ปัญญาประดิษฐ์ ทุกสัปดาห์ เทียบกับ 29% เมื่อ 9 เดือนที่แล้ว

ซึ่งคนงานประมาณ 60% ทั่วสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรคาดว่าจะใช้ generative AI มากขึ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า และมีความกระตือรือร้นมากขึ้นในการนำ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ในงาน แต่รู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท

โดยพนักงาน 82% กล่าวว่าองค์กรไม่ได้จัดการฝึกอบรมใดๆ ให้กับพนักงานเกี่ยวกับการใช้ generative AI การขาดการสื่อสารดังกล่าวอาจกระตุ้นให้พนักงานเกิดความกังวลว่าจะยอมรับการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ในที่ทำงานได้หรือไม่ ขณะเดียวกันบริษัทต่างๆ ควรอธิบายว่า ปัญญาประดิษฐ์ จะเปลี่ยนบทบาทของพนักงานอย่างไร

ในขณะเดียวกันยังมีช่องว่างระหว่างผู้บริหารและพนักงานแต่ละคนในการรับรู้เกี่ยวกับการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ผู้บริหารเกือบ 25% กล่าวว่าบริษัทมีงบประมาณที่กำหนดไว้สำหรับการลงทุนในเครื่องมือ ปัญญาประดิษฐ์ สำหรับพนักงาน แต่มีเสียงจากพนักงานเพียง 9% เท่านั้นที่พูดเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้ผู้บริหารมากกว่า 2 ใน 3 รู้สึกกระตือรือร้นเกี่ยวกับการใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ในที่ทำงาน แต่มีพนักงานเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่พูดแบบเดียวกัน โดยมีความกังวลเกี่ยวกับการถูกแทนที่ ซึ่งทำให้เกิดความวิตกกังวลเหล่านี้

Rebecca Hinds อธิบายเพิ่มว่าความกลัวเหล่านี้มีมากที่สุดในบริษัทต่างๆ ที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นของการนำ ปัญญาประดิษฐ์ มาใช้ ส่วนบริษัทที่ดำเนินการในระยะที่ 4 และ 5 ที่เริ่มปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ ได้เริ่มวางตำแหน่ง ปัญญาประดิษฐ์ ในฐานะเพื่อนร่วมทีม ไม่ใช่เครื่องมือ

ซึ่งท้ายที่สุดเมื่อบริษัทต่างๆ จัดหาทรัพยากรและการฝึกอบรมมากขึ้น พนักงานก็สามารถใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางจิตใจได้มากขึ้น

อ้างอิง : cnbc.com

 

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌