JSP ลุยธุรกิจผู้ป่วยไตครบวงจร ตั้งเป้ารายได้ 800 ล้านบาท จ่อดันบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น

560

JSP รุกธุรกิจผู้ป่วยไตครบวงจร ปั้นโมเดล B2B ให้เช่าอุปกรณ์เปิดคลินิกฟอกไต ปรับเป้ารายได้เป็น 800 ล้านบาท จ่อดันบริษัทลูก “เกรซ วอเทอร์ เมด” เข้าระดมทุนในตลาดหุ้น

วันที่ 8 มิถุนายน 2567 นายพิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานขายและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ปี 2567 เบนเข็มเจาะตลาดผู้สูงวัย รองลงมาเป็นกลุ่มวัยทำงาน

เบื้องต้นได้เพิ่มงบการตลาดเป็น 50 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยในครึ่งปีแรกได้ใช้งบการตลาดไปแล้ว 10 ล้านบาท ผ่านการแต่งตั้ง “แม่อี๊ด ดวงใจ หทัยกาญจน์” เป็นพรีเซนเตอร์ ซึ่งพบว่า ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าผู้สูงวัยเกินคาด 

ส่งผลให้ 5 เดือนแรก บริษัทมียอดขายประมาณ 300 ล้านบาท และจากแนวโน้มที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทได้ปรับเป้าหมายยอดขายของปี 2567 จาก 700 ล้านบาท เป็น 800 ล้านบาท

คีย์แมน JSP กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่า 13 ล้านคน คิดเป็น 19% ของประชากรทั้งหมด ถือว่าได้ก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” (Aged Society) already 

และคาดการณ์ภายในปี 2573 จำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง มีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 20% ของประชากร กลายเป็น “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด”(Super-Aged Society) และยังพบว่า แนวโน้มคนไทยอายุยืนมากขึ้น

“JSP ที่มีจุดแข็งคือเป็นโรงงานผลิตยาและอาหารเสริม ที่มีสินค้าจากสารสกัดธรรมชาติและสมุนไพร จึงเข้ามาจับตลาดกลุ่มนี้อย่างเต็มรูปแบบ” นายพิษณุ กล่าว

อย่างไรก็ดี JSPจะไม่เน้นการตลาดแบบขายสินค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะขยายไปสู่ภาคบริการด้วยการยกระดับบริการของธุรกิจในเครือที่มีอยู่ให้กลายเป็นตัวทำรายได้ที่สำคัญของบริษัทควบคู่กันไป

เริ่มจากปี 2567 จะเน้นการนำสินค้าเข้าไปขายผ่าน บริษัท เกรซ วอเทอร์ เมด จำกัด (GWM) บริษัทลูกของ JSP ดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตน้ำยาล้างไต (A-B Solution) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำยาสำหรับผู้ป่วยฟอกไต เครื่องฟอกไตเทียม เข็มต่อสายฟอกเลือด และอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเลือด

นอกจากนี้ GWM ยังถือหุ้นในบริษัท วารี เมดิคอล จำกัด ดำเนินธุรกิจการติดตั้งระบบน้ำ และจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องกรองน้ำและติดตั้งระบบน้ำบริสุทธิ์ให้ศูนย์ฟอกไตของ GWM และลูกค้าทั่วไป

โดย JSPจะใช้กลยุทธ์การผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยโรคไตโดยเฉพาะ เพื่อไปวางจำหน่าย ในศูนย์ฟอกไต ที่ปัจจุบัน GWM มีเครือข่ายปัจจุบันมากกว่า 100 ศูนย์

นอกจากนี้ JSPจะดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างความยั่งยืนในสังคมผ่านการเจาะกลุ่มแพทย์ที่มีความสนใจและมีศักยภาพในการเป็นศูนย์ฟอกไต ด้วยการทำธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์เกี่ยวกับศูนย์ฟอกไต น้ำยาฟอกไต และเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งการดำเนินธุรกิจรูปแบบนี้จะทำให้ JSPสามารถเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของ JSP ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประเทศไทยมีคลินิกฟอกไตมากขึ้น สามารถอยู่ใกล้ชิดชุมชน ซึ่งจะเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับผู้ป่วยประโยชน์กับผู้ป่วยในการเดินทางมาฟอกไต

โดยที่ผ่านมาพบว่า ประชากรไทยเป็นโรคไตประมาณ 1.06 ล้านคน ในจำนวนนี้ 220,000 คน อยู่ในระยะสุดท้าย ต้องการฟอกไตหรือล้างไตทางช่องท้อง 

แนวโน้มผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง ปัจจัยนี้ส่งผลกระทบ ต่อภาพรวมเศรษฐกิจ กำลังแรงงานลดลง เนื่องจากต้องมีผู้ดูแล แต่ถ้าหากกลยุทธ์ของJSP ช่วยให้ชุมชนมีคลินิกฟอกไตได้อย่างทั่งถึงก็จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับการดูแลผู้ป่วยได้อย่างมาก

สำหรับ บ. เกรซ วอเทอร์ เมด ตั้งเป้ารายได้จากการผลิตนำยาฟอกไตและเครื่องมือแพทย์ปี 2567 จำนวน 150 ล้านบาท ปัจจุบันให้บริการครอบคลุมศูนย์ไต 120 แห่ง มีเพิ่มขึ้นจาก ปี2566 ที่มี 100ศูนย์ คิดเป็น 10 % ของศูนย์ฟอกไตทั่วประเทศไทยที่มีอยู่ ราว 1,200 แห่ง 

โดยบริษัทตั้งเป้าจะขยายศูนย์ฟอกไตเพิ่มขึ้น 10% จากยอดเดิมในทุก ๆ ปี และบริษัทยังมีแผนมีเป้าหมายนำ บ. เกรซ วอเทอร์ เมด เข้าจะจดทะเบียนในตลาด LiVEx ในเร็วๆนี้