Apple ประกาศเปิดตัว Apple Intelligence มีอะไรใหม่ในการยกเครื่อง AI ครั้งใหญ่

309

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานถึง ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ด้าน AI ของบิ๊กเทคอย่าง Apple ที่ประกาศเปิดตัว “Apple Intelligence” เดินหน้าเข้าสู่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เต็มกำลัง ในงานสัมมนาประจำปี Worldwide Developers Conference 2024 (WWDC 2024) ที่เริ่มจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ตามเวลาสหรัฐ

Apple ไม่เพียงแต่ประกาศร่วมมือกับบริษัท OpenAI ในการทำ ChatGPT มาใช้ร่วมกับ Siri เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Apple เท่านั้น แต่ยังประกาศอีกหลายรายการ ได้แก่

  •  Apple Intelligence สำหรับ Mac, iPhone และ iPad
  • ChatGPT ของ OpenAI กำลังมาถึง Siri
  • iOS18
  • การอัปเดต Siri ครั้งใหญ่พร้อม AI
  • รายการอัพเดทสำหรับ AirPods และ tvOS สำหรับ Apple TV
  • WatchOS 11 สำหรับ Apple Watch
  • iPadOS 18
  • macOS Sequoia
  • VisionOS 2
  • Apple Passwords app
  • “Genmoji” อิโมจิ AI แบบกำหนดเอง

การพัฒนาดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการเผชิญกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และคู่แข่งทางเทคโนโลยีที่กลับมาพลิกฟื้นอีกครั้ง และเช่นเดียวกัน Apple เริ่มมองหา AI เพื่อเป็นช่องทางในการกระตุ้นฐานแฟนคลับ ซึ่งมีลูกค้ามากกว่า 1 พันล้านราย และหวังว่ากระแสนี้จะช่วยกระตุ้นยอดขายที่ลดลง

Apple Intelligence คืออะไร?

Apple ประกาศเปิดตัว Apple Intelligence ซึ่งเป็นการผลักดันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่หลายคนรอคอยมานาน โดย Tim Cook ซีอีโอ Apple เน้นย้ำถึงความจำเป็นด้านความเป็นส่วนตัว จาก “ปัญญาประดิษฐ์” มาเป็น “ปัญญาส่วนบุคคล”

Craig Federighi กล่าวว่า generative models ที่อยู่เบื้องหลังของ Apple Intelligence จะพร้อมใช้งานบน iOS, iPadOS และ macOS พร้อมเน้นย้ำว่าความเป็นส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยอธิบายว่า Apple Intelligence เป็นกลุ่มของภาษาขนาดใหญ่ (LLM ) ที่มีความสามารถสูงและ diffusion models รวมถึง on-device semantic index ที่ทำงานกับแอปฯ ต่างๆ เพื่อระบุข้อมูลและป้อนให้กับโมเดล

โดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจหลายประการ เช่น

    • Context-driven notifications โดยApple Intelligence สามารถรับรู้ได้ว่าการแจ้งเตือนใดมีความสำคัญต่อบริบทส่วนบุคคล
    •  Writing improvements จะช่วยพิสูจน์อักษรและการปรับปรุงสไตล์ในแอปพลิเคชันต่างๆ
    • Image generation สามารถสร้างรูปภาพเชิงสร้างสรรค์โดยอิงจากคลังรูปภาพ โดยมี 3 สไตล์ คือ Sketch, Illustration และ Animation
    • Cross-application tasking สามารถเจาะลึกแอปฯและดำเนินงานได้ หนึ่งในตัวอย่างเช่น การขอให้ Apple Intelligence ดึงไฟล์ที่ส่งโดยผู้ติดต่อในช่วงเวลาหนึ่ง
    • Focus on personal context สามารถดึงกิจกรรมทั้งหมดออกมา รวมถึงสิ่งที่อยู่บนหน้าจอด้วย เช่น สามารถถามได้ว่าการประชุมที่เลื่อนไป จะทำให้ทำเรื่องส่วนตัวล่าช้าหรือไม่
    • Private Cloud Compute จะใช้ประโยชน์จากโมเดลบนคลาวด์บนเซิร์ฟเวอร์พิเศษโดยใช้ Apple Silicon เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลผู้ใช้จะเป็นส่วนตัวและปลอดภัย หากคำขอจำเป็นต้องไปที่เซิร์ฟเวอร์คลาวด์ Apple จะส่งข้อมูลที่เลือกอย่างจำกัดด้วยวิธีที่ปลอดภัย คือ การเข้ารหัส (cryptographically)

เมื่อ ChatGPT ของ OpenAI ผนึกรวมกับ Siri จะเป็นอย่างไร?

นอกจากนี้ Apple ประกาศว่า Siri สามารถใช้ประโยชน์จาก ChatGPT ของ OpenAI ซึ่งหากเราต้องใช้งาน Siri จะถามว่าต้องการแชร์คำถามกับ ChatGPT หรือไม่ จากนั้นจะส่งคืนคำแนะนำจาก ChatGPT อีกทั้การรวมกันครั้งนี้ยังมีอยู่ในเครื่องมือการเขียนทั้งระบบอีกด้วย

ทั้งนี้ ผู้ใช้จะสามารถใช้งานได้ฟรีโดยไม่ต้องสร้างบัญชี ขณะที่คำขอและข้อมูลจะไม่ถูกบันทึกใน Apple ซึ่งในปลายปีนี้จะเห็นใน iOS 18, iPadOS 18 และ macOS Sequoia

มีอะไรใหม่ใน iOS18

ขณะเดียวกัน Apple ได้ประกาศ iOS18 พร้อมฟีเจอร์ปรับแต่งจำนวนมาก ทั้งการปรับแต่งสำหรับหน้าจอหลัก ผู้ใช้สามารถจัดเรียงแอปฯในรูปแบบใหม่ เปลี่ยนสี และปรับความมืดของแอปฯ ได้ พร้อมทั้งศูนย์ควบคุมโฉมใหม่ การอัปเดตความเป็นส่วนตัว ซึ่งผู้ใช้สามารถล็อคแอปฯ เพื่อไม่ให้ผู้อื่นสามารถดูหรือเข้าถึงข้อมูลได้

นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถเพิ่มเอฟเฟกต์ใหม่ให้กับข้อความและแตะโต้ตอบด้วยอิโมจิใหม่ ซึ่งผู้ใช้จะสามารถส่งข้อความ iMessage และ SMS ผ่านดาวเทียมได้ และสามารถกรองอีเมลตามหมวดหมู่

อีกทั้งเพิ่มวิธีที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัวในการชำระเงินให้บุคคลอื่นเพียงแค่ถือโทรศัพท์ไว้ด้วยกัน และผู้ใช้จะค้นหารูปภาพได้ง่ายขึ้น ตารางจะปรากฏที่ด้านบน และธีม เช่น เวลา ผู้คน หรือการเดินทาง จะแสดงด้านล่าง โดยจะมีปุ่มตัวกรองใหม่จะแสดงเนื้อหาบางประเภท

Apple ประกาศการอัปเดต Siri ใหม่ครั้งใหญ่พร้อม AI

อีกก้าวสำคัญของ Siri เมื่อ Apple ระบุว่า สามารถใช้ Siri ผ่านทางข้อความได้แล้ว แก้ไขข้อความได้แบบเรียลไทม์ และนำเสนอรูปลักษณ์ใหม่ที่ผสานรวมเข้ากับระบบปฏิบัติการได้แนบเนียนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ Siri จะสามารถดำเนินการในและข้ามแอปฯ ต่างๆ ได้ เช่น การส่งบทความจาก Apple News ไปยังเธรดกลุ่มในแอปฯข้อความ แอปฯของบุคคลที่สามก็จะสามารถเข้าถึงการปรับปรุงบางอย่างของ Siri ได้

อัปเกรดสู่ watchOS 11

Apple ประกาศเปิดตัว watchOS 11 สำหรับ Apple Watch โดยจะมีโหมดฝึกซ้อม ซึ่งสามารถติดตามว่าความเข้มข้นและระยะเวลาในการออกกำลังกายของผู้ใช้ส่งผลต่อร่างกายอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป ความเข้มข้นจะถูกติดตามโดยใช้ข้อมูลการวัดแคลอรี่ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ ก้าว และระดับความสูง Apple กล่าวว่า อัลกอริธึมใหม่จะแปลข้อมูลเซ็นเซอร์เป็นค่าประมาณของระดับความพยายามโดยอัตโนมัติหลังการออกกำลังกาย

นอกจากนี้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งแท็บสรุปด้วยข้อมูลที่ต้องการดู เช่น ระยะทางวิ่งรายสัปดาห์

อีกทั้ง WatchOS 11 จะติดตามสัญญาณชีพ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ และอุณหภูมิความเสี่ยง และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวในแอปฯ Vitals ใหม่ ผู้ใช้สามารถตรวจสอบชีพจรได้อย่างง่ายดายและยังสามารถเรียนรู้ว่าหัวใจตอบสนองต่อปัจจัยอื่นๆ เช่น แอลกอฮอล์ ความเจ็บป่วย และการเปลี่ยนแปลงระดับความสูงได้อย่างไร

สำหรับผู้หญิง WatchOS 11 ยังช่วยติดตามรอบเดือนและจะแสดงตัวช่วยในการตั้งครรภ์ และแอป Health สามารถแสดงการตั้งครรภ์และมีการแจ้งเตือนด้วย

iPadOS 18 มาพร้อมฟังก์ชันเครื่องคิดเลข

Apple ประกาศเปิดตัว iPadOS 18 พร้อมฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย ได้แก่ การปรับปรุงอินเทอร์เฟซ การปรับปรุง SharePlay และในที่สุด Apple ก็เพิ่มแอปฯเครื่องคิดเลขบน iPad แล้ว พร้อมรองรับฟังก์ชันเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังรองรับการแปลงหน่วย และเมื่อใช้กับ Apple Pencil จะปลดล็อคคุณสมบัติใหม่ที่เรียกว่า Math Notes

macOS Sequoia

สำหรับ macOS Sequoia มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องจาก iPadOS และ iOS ผู้ใช้สามารถดูและควบคุม iPhone จาก Mac ได้ รวมถึง Apple กำลังพัฒนาฟีเจอร์พวงกุญแจที่ขับเคลื่อนด้วย iCloud ให้เป็นแอปแยก โดยแข่งขันโดยตรงกับ 1Password และเครื่องมือจัดการรหัสผ่านอื่นๆ อีกทั้ง MacOS เสนอการปรับปรุงเพิ่มเติมสำหรับการสนทนาทางวิดีโอ รวมถึงคุณสมบัติพื้นหลังและการแยกหน้าจอ

นอกจากนี้ Apple ประกาศเปิดตัว แอปฯ รหัสผ่านสำหรับ iPhone, iPad, Vision Pro, Mac และ Windows ช่วยให้คุณจัดเก็บรหัสผ่านทั้งหมดได้

อีกทั้ง Apple เปิดตัว อิโมจิแบบกำหนดเองรูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า Genmoji ผู้ใช้สามารถสร้างอิโมจิของตนเอง โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ของ Apple เมื่อไม่สามารถหาอิโมจิที่เหมาะสมได้ โดยผู้ใช้สามารถสร้าง Genmoji ได้โดยตรงจากแป้นพิมพ์ด้วยการพิมพ์คำอธิบาย

และหลังจากที่เปิดตัว VisionOS ครั้งแรกเมื่อ 4 เดือนก่อน ล่าสุด Mike Rockwell รองประธานของ Apple ประกาศเปิดตัว VisionOS 2 โดยมีแอปฯราว 2,000 แอปฯที่พร้อมใช้งานบน Vision Pro ซึ่ง Vision Pro จะวางจำหน่ายในจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน และจะเปิดตัวในออสเตรเลีย แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักรในวันที่ 12 กรกฎาคม

ทั้งนี้ VisionOS 2 จะใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อแปลงภาพถ่ายปกติให้เป็นภาพถ่ายเชิงพื้นที่ที่เข้ากันได้กับ Vision Pro และจะมีการจะเปิดตัวการควบคุมที่ขับเคลื่อนด้วยท่าทางใหม่ด้วย ขณะที่จอแสดงผลจะเป็นแบบ Ultrawideที่ Apple กล่าวว่าเทียบเท่ากับจอภาพ 4K สองจอที่อยู่ข้างกัน และเพิ่มการรองรับรถไฟในโหมดการเดินทาง ก่อนหน้านี้รองรับเฉพาะเครื่องบินเท่านั้น

อ้างอิง : cnbc.com , bloomberg.com

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ แวดวงเทคโนโลยี ทั่วโลก ได้ที่นี่ 📌