ต่างชาติเทขาย “หุ้นไทย” ต่อเนื่อง 13 วันกว่า 2.5 พันล้านดอลล์ ฉุด SET ร่วง 7% ในปี 2567

531
ต่างชาติเทขาย หุ้นไทย

ต่างชาติเทขาย “หุ้นไทย” ต่อเนื่อง 13 วันกว่า 2.5 พันล้านดอลล์ ฉุด SET ร่วง 7% ในปี 2567 ผลพวงเศรษฐกิจซบเซา เงินบาทอ่อนค่า ความไม่แน่นอนทางการเมือง

วันที่ 11 มิถุนายน 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นักลงทุนต่างชาติเทขาย หุ้นไทย ติดต่อกัน 13 วัน ยาวนานที่สุด นับตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.2567 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากเศรษฐกิจที่ซบเซา เงินบาทอ่อนค่า และความไม่แน่นอนทางการเมือง

จนถึงขณะนี้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยเกือบ 2.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567 ตามข้อมูลที่ Bloomberg จัดทำเมื่อวันที่ 10 มิ.ย.67 ขณะที่ตลาดหุ้นอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ต่างก็เห็นนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นในปี 2567 เช่นกัน

ดัชนี SET ร่วงลงประมาณ 7% ในปี 2567 และใกล้ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2563 โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่าความเสี่ยงทางการเมืองอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ด้วยการลดลง 15% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา จึงเป็นตลาดที่มีผลงานแย่ที่สุดในโลก

Tareck Horchani หัวหน้าฝ่ายซื้อขายหลักทรัพย์ชั้นนำของ Maybank Securities Pte. กล่าวว่า “ความอ่อนแอของสกุลเงิน EM ทำให้เกิดการไหลออกในอินโดนีเซียและไทย …นอกจากนี้ในประเทศไทยยังมีความไม่แน่นอนทางการเมือง”

ในเดือนพฤษภาคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทยรับคำร้องของกลุ่มวุฒิสมาชิกที่ต้องการถอดถอนนายกรัฐมนตรี โดยอ้างว่าการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการละเมิดมาตรฐานทางจริยธรรมของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีกำหนดพิจารณาคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งขคดียุบพรรคก้าวไกล ในวันที่ 12 มิ.ย.2567

นอกจากนี้ไทยเผชิญช่วงโลว์ซีซั่นที่มีการท่องเที่ยวน้อยลง อาจส่งผลกระทบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น บมจ.ท่าอากาศยานไทย บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา บมจ.ดิ เอราวัณ กรุ๊ป และ บมจ.สยามเวลเนสกรุ๊ป โดยเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่ขยายตัวเพียง 1.5% ในไตรมาสแรก

อ้างอิง : bloomberg.com

 

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่ 📌