ไทยพาณิชย์ ปักธงดิจิทัลแบงก์ที่เป็นหนึ่งด้านความมั่งคั่งและยั่งยืน

1429

“การเงินธนาคาร” เปิดยุทธศาสตร์ 5  แบงก์ใหญ่ปี 67 : พร้อมรับระเบียบธุรกิจใหม่-เดินหน้า ESG โดย “ธนาคาร ไทยพาณิชย์” คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2567 จะขยายตัวใกล้เคียงปี 2566 แต่มีความไม่แน่นอนรอบด้านจาก สภาพคล่องโลกที่เริ่มตึงตัวจากผลของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางต่าง ๆ และมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด

กฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ไทยพาณิชย์ เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.0% ในปี 24 เร่งตัวขึ้นจาก 2.6% ในปี 23 ตามการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัวดีผ่านแนวโน้มยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน และนโยบายส่งเสริมภาครัฐ

ขณะที่ การส่งออกฟื้นตัวจากแนวโน้มการค้าโลกที่จะขยายตัวสูงขึ้น แต่การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวต่ำลงตามรายได้ที่ฟื้นตัวช้า โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนรายได้น้อย การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนใช้เวลานาน และการลงทุนภาครัฐมีแนวโน้มขยายตัวต่ำจากความล่าช้าของงบประมาณปี 2567

สำหรับ อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะอยู่ที่ 2.5% ตลอดปี 2567 เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่องในระดับศักยภาพ เงินเฟ้อในระยะต่อไปมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย และอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงกลับมาเป็นบวกจึงช่วยสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจการเงินในระยะยาว

ความท้าทายที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญ คือ (1) เศรษฐกิจจีนจะมีบทบาทขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกลดลงจึงกระทบไทยผ่านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว (2) ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเร่งตัวรุนแรงขึ้น  ส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงานและตลาดการเงินโลก (3) Climate Change ทำให้หลายธุรกิจต้องเร่งปรับตัวรับมือความเสี่ยง และ (4) หนี้ครัวเรือนสูงรวมถึงหนี้เสียของครัวเรือนจะเพิ่มขึ้น

ธุรกิจไทยมีแนวโน้มเติบโตในลักษณะ uneven ทั้งที่ยังโตดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปรับตัวตามเทรนด์ต่าง ๆ ทั้ง อาหาร ภัตตาคาร ค้าปลีก โรงแรม ก่อสร้าง การแพทย์ และพลังงานสีเขียว และที่ได้รับปัจจัยด้านลบในระยะสั้นจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง รวมถึงที่เผชิญความเสี่ยงในระยะข้างหน้า ทั้งแรงกดดันจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับโครงสร้างการใช้พลังงาน และภาวะ over supply ทำให้ธนาคารต้องให้ความสำคัญกับคุณภาพของสินเชื่อ โดยกลยุทธ์ที่ SCB จะขับเคลื่อนในปี 2567 แบ่งออกเป็นสามด้าน คือ บริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้าแบบองค์รวม เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัล และก้าวสู่การเป็นธนาคารชั้นนำด้านความยั่งยืน

(1) บริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้าแบบองค์รวม โดยยกระดับบริการของ Wealth Management โดยมองว่าธนาคารจะสร้างความมั่งคั่งให้ลูกค้าทุกกลุ่ม ด้วยการนำเสนอบริการแบบองค์รวม (Holistic) ที่ออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าทั้งในด้านการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลควบคู่ไปกับการทำธุรกิจเพื่อก้าวเป็นที่หนึ่งในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ด้วยการยกระดับจุดแข็งของธนาคารที่มีชื่อเสียงทางด้านการใช้ความรู้ความสามารถทางด้านการลงทุน และ Human Touch ของ ผู้ดูแลลูกค้าในการให้บริการลูกค้ามั่งคั่งในทุกระดับ ตั้งแต่ลูกค้าความมั่งคั่งระดับสูง ให้ลูกค้าเข้าถึงพอร์ตการลงทุนระดับสากล เพื่อเพิ่มผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ภาพของการบริหารจัดการความมั่งคั่งที่ธนาคารมองจะเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่จำกัดอยู่เพียงกลุ่มลูกค้าที่มีสินทรัพย์ตามกำหนดแล้วเท่านั้น แต่ยังมองถึงการขยายการให้บริการไปยังกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเริ่มต้นสะสมความมั่งคั่ง (Wealth Potential) เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มพูนความมั่งคั่งในระยะยาวและเป็นไปได้สำหรับทุกคน มุ่งเน้นการมอบทางเลือกผลิตภัณฑ์การลงทุนพื้นฐานที่เข้าถึงง่าย และจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้เป็นตัวช่วยในการมอบทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสม

(2) เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัล ทั้งในด้านการปรับกระบวนการทำงานให้เป็นดิจิทัลอย่างครบวงจรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพและเสถียรภาพของการดำเนินงาน เพื่อขยายการทำงานให้บริการลูกค้าอย่างไร้รอยต่อระหว่างจุดให้บริการลูกค้า (Omnichannel) ทั้งช่องทางดิจิทัลและทุกช่องทางให้บริการ

การพัฒนาบริการธนาคารสู่การเป็นดิจิทัลแบงก์ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ในอนาคตจะย้ายไปอยู่บนบริการดิจิทัลเกือบทั้งหมด โดยให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาระบบทั้งงานภายในและภายนอก รวมถึงการแสวงหาโอกาสในการสร้างรายได้ผ่านช่องทางดิจิทัล โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนรายได้ดิจิทัลให้เป็น 25% ด้วยการปรับใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเรียนรู้และทำความรู้จักลูกค้าในช่องทางบริการต่างๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เพื่อทำให้การปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าในลักษณะที่เป็น Client Interface ตรงกับความต้องการลูกค้าถูกที่ ถูกเวลา โดยมีแพลตฟอร์มรองรับการทำธุรกรรมของลูกค้า เพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และมีแผนในการใช้ AI ให้คำแนะนำทางด้านการลงทุนให้กับลูกค้า และจะใช้เทคโนโลยีเอไอและแมชชีนเลิร์นนิ่งเสริมศักยภาพทุกผลิตภัณฑ์ ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า

(3) ก้าวไปสู่การเป็นธนาคารชั้นนำด้านความยั่งยืน (leading sustainable bank) โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินบนดิจิทัลแพลตฟอร์มเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ประชาชนชนทุกกลุ่ม (Financial inclusion) และให้ความสำคัญกับหลักปฏิบัติที่สอดคล้องกับมาตรฐานความยั่งยืน เช่น การผลักดันสินเชื่อสีเขียว (Green financing) การสนับสนุนให้ลูกค้าปรับตัวไปสู่การปลดปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon Emission) ผ่านการให้สินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อม และโซลูชั่นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยกระดับการดำเนินงานด้านต่าง ๆ ของธนาคารให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ระดับสากล

ยุทธศาสตร์ 5 แบงก์ใหญ่ปี 67

เป้าหมาย Net Zero สินเชื่อและการลงทุน 100,000 ล้านบาทภายในปี 2025

โดยมีเป้าหมายการปฏิบัติงานเพื่อมุ่งสู่ Net Zero จากการดำเนินงานภายในของธนาคารภายในปี 2030 และจากการให้สินเชื่อและการลงทุนภายในปี 2050 โดยมุ่งเน้นการนำพาองค์กร ลูกค้า และสังคม ให้ก้าวไปข้างหน้า สร้างการเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โดยมีแนวทางปฏิบัติใน 3 ส่วน ได้แก่

1) ปรับการดำเนินงานภายในองค์กรสู่ Net Zero ภายในปี 2030 ธนาคารได้เริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้พลังงานในอาคารเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาทิ ลดการใช้พลังงานในอาคารด้วยการเพิ่มแสงสว่างในอาคาร การเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED และระบบถ่ายเทความร้อนในอาคาร การติดตั้ง Solar Cell เปลี่ยนเป็นเครื่องปรับอากาศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่า รวมถึงเปลี่ยนการใช้รถยนต์เป็นรถ EV

2) สนับสนุนผลิตภัณฑ์การเงินยั่งยืนให้ลูกค้ามุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ธนาคารต้องการมีส่วนในการผลักดันให้ลูกค้าทุกกลุ่มเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ Low Carbon Economy เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางของ Net Zero ร่วมกัน ผ่านการสนับสนุนการเงินเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Finance) ในรูปแบบต่าง ๆ ให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยมีเป้าหมายการให้สินเชื่อและการลงทุนจำนวน 100,000 ล้านบาทภายในปี 2025 พร้อมด้วยการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการปรับองค์กรให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถปรับตัวรองรับกับโลกใหม่ที่ยั่งยืนไปด้วยกันได้

3) ผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมโดยรวม ธนาคารดำเนินการให้ความรู้แก่ลูกค้าธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และ SMEs เพื่อปรับตัวสู่ความยั่งยืน โดยปี 23 มีลูกค้าสนใจเข้าร่วมกว่า 500 บริษัท ดำเนินโครงการการช่วยเหลือสังคมเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมกว่า 14 โครงการหลัก อาทิ โครงการปลูกและอนุรักษ์ป่า โครงการจัดหาแหล่งน้ำ การพัฒนาชีวิตเยาวชนและชุมชนที่ดำเนินการมามากกว่า 30 ปี มุ่งเน้นผลักดันให้ภาคธุรกิจ และประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน เพื่อให้คนไทยเห็นภาพตรงกันว่าเราต้องเคลื่อนเรื่องนี้ไปด้วยกัน

ภายใต้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนอยู่มาก ขณะที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูง ธนาคารจะมุ่งพัฒนาคุณภาพสินทรัพย์ผ่านการสร้างสมดุลของพอร์ตการให้สินเชื่อโดยบริหารผลตอบแทนที่ดีภายใต้การจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุม ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนการดำเนินงานและให้น้ำหนักกับสินเชื่อคุณภาพสูง ตลอดจนเดินหน้าสร้างความมั่งคั่งให้กับลูกค้าบนโลกดิจิทัลและสร้างสรรค์สังคมยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง