โลกการเงินจะเปลี่ยนไปอย่างไรถ้ามี Bitcoin ETF

1413

ไม่เพียงแต่นักลงทุนในคริปโตที่กำลังจับตาว่า ก.ล.ต. สหรัฐฯจะทำการอนุมัติ Bitcoin Spot ETF ในวันที่ 10 มกราคม นี้หรือไม่ แต่นักลงทุนทั่วโลกทั้งในสินทรัพย์ดั้งเดิมก็กำลังเฝ้าจับตาอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะการมาของ Bitcoin ETF จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญขึ้นในโลกการเงิน นับตั้งแต่การเกิดขึ้นของ ETF ทองคำ เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้วเลยทีเดียว

ความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ Bitcoin จะกลายเป็นสินทรัพย์การลงทุนทั่วไปที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางด้านกฎหมายและเทคโนโลยีอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยทั่วโลกรวมถึง นักวางแผนการเงินอิสระหรือ IFA สามารถแนะนำสินทรัพย์นี้จัดพอร์ตให้ลูกค้าได้ แม้ว่าลูกค้าเหล่านั้นจะไม่เข้าใจใน Bitcoin ก็ตาม แต่ขึ้นอยู่กับนักวางแผนการเงินที่จะจัดสรรพอร์ตลงทุนให้ลูกค้าลงทุนทางอ้อมผ่าน ETF

ขณะที่นักลงทุนสถาบันไม่ว่าจะเป็น Hedge Fund รวมถึงบริษัทเอกชนต่างๆ จะสามารถลงทุนใน Bitcoin ได้ ซึ่งเม็ดเงินของนักลงทุนสถาบันทั่วโลกมีจำนวนมหาศาลเมื่อเทียบกับขนาดของตลาดคริปโตทั้งหมด รวมถึงหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในโลกอย่างกองทุนบำเหน็จบำนาญหรือกองทุนเพื่อการเกษียณต่างๆ จะสามารถเข้าถึง Bitcoin ได้ ซึ่งนักลงทุนกลุ่มนี้มีขนาดใหญ่และลงทุนระยะยาว แม้จะรับความเสี่ยงได้ต่ำแต่การแบ่งเงินมาเพียงแค่ 1% ก็ถือว่าเพียงพอจะผลักดันราคา Bitcoin ได้แล้ว

และถ้าหาก Bitcoin ได้รับการยอมรับในวงกว้างมากขึ้น มีความเป็นไปได้เช่นกันว่าสองนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ของโลกอาจจะพิจารณาแบ่งเงินบางส่วนมาลงทุนด้วยเช่นกันไม่ว่าจะเป็นกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund) ถือเป็นเม็ดเงินลงทุนที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดโดยแต่ละประเทศจะจัดสรรเงินคงคลังมาเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ

ขณะที่จุดหมายปลายทางของ Bitcoin น่าจะเป็นธนาคารกลางของบางชาติหันมาถือ Bitcoin บางส่วนเพื่อใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเหมือนกับทองคำ จากตอนนี้มีเพียงแค่ประเทศเอลซัลวาดอร์ที่เริ่มต้นลงทุนใน Bitcoin เพื่อเป็นหนึ่งในทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งอนาคตอาจมีประเทศที่มีระบบการเงินอ่อนแอหันมาใช้ Bitcoin เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศเช่นกัน

จะกล่าวว่าการเกิดขึ้นของ Bitcoin ETF จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ  Bitcoin จากที่เป็นสินค้าเก็งกำไรของรายย่อยมาเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกจัดให้อยู่ในระดับเดียวกับหุ้น ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ

การที่มีนักลงทุนสถาบันเข้ามาใน Bitcoin ETF ยังจะทำให้ราคามีสเถียรภาพมากขึ้นเพราะนักลงทุนสถาบันจะเน้นภาพการลงทุนระยะยาวมากกว่าระยะสั้น เราอาจจะไม่ได้เห็นการเหวี่ยงตัวหรือปรับฐานอย่างรุนแรงของ Bitcoin เหมือนในอดีตที่ผ่านมาอีก

ขณะเดียวกันเราจะไม่ได้เห็นการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วสร้างผลตอบแทนระดับหลายเท่าเหมือนในอดีตด้วยเช่นกัน เพราะการมีนักลงทุนสถาบันเข้ามาก็จะทำให้อัตราการเติบโตของ Bitcoin เริ่มจำกัด ต่างจากช่วงเริ่มต้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนระดับหลายร้อยเท่าได้ไม่ยาก

ผู้เขียนเชื่อว่าต่อให้ในวันที่ 10 มกราคม 2024 นี้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ อาจจะยังไม่อนุมัติ Bitcoin ETF แต่ยังสามารถที่จะอนุมัติในรอบต่อไปได้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม Bitcoin ETF น่าจะเกิดขึ้นได้และจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโลกการเงินในอีกสิบปีจากนี้ได้เลยทีเดียว