JFIN Chain เปิด 7 ฟีเจอร์ Ready-to-use พร้อมช่วยธุรกิจเติบโตด้วยบล็อกเชน

750
JFIN Chain

JFIN Chain เปิดแผนรับปี 2024 เดินหน้านำเทคโนโลยีบล็อกเชนขับเคลื่อนธุรกิจไทย เปิด 7 ฟีเจอร์ ready-to-use ให้เติบโตได้จริง

เจ เวนเจอร์ส ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มและเทคโนโลยีด้าน Digital Transformation ในกลุ่มเจ มาร์ทกรุ๊ป (Jaymart Group) เปิดแผนรับปี 2024 ตั้งเป้าส่ง JFIN Chain เดินหน้านำเทคโนโลยีบล็อกเชนขับเคลื่อนธุรกิจไทยให้เติบโตด้วยเครื่องมือ Ready-to-use

พร้อมรับกระแส bullrun ในการต่อยอดทางธุรกิจ ครอบคลุมกธุรกิจท่องเที่ยว บริการ ค้าปลีก ฯลฯ เพื่อโอกาสที่เติบโตและตอบโจทย์ผู้บริโภค

นายธนวัฒน์ เลิศวัฒนารักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เวนเจอร์ส จํากัด เผยกลยุทธ์และทิศทางของ JFIN Chain ปี 2024 ว่า ตั้งแต่ JFIN Chain ได้เริ่มพัฒนาในปี 2022 ในรูปแบบ Proof-of-Stake Authority (PoSA) โดยมีองค์กร เข้ามาร่วมเป็น Validator Nodes จำนวน 11 Nodes ด้วยกัน

สำหรับปี 2023 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่เรียกว่า ‘The Year of Collaboration’ เนื่องจาก JFIN Chain ได้มีการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ทั้งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ และการต่อยอดพัฒนาของที่มีให้เกิดการใช้งานจริง

โดยเฉพาะการนำเอาเทคโนโลยี NFT (Non-Fungible Tokens) เข้ามาเป็นเครื่องมือทรานสฟอร์มให้ธุรกิจก้าวสู่โลกบล็อกเชนและ Web3 ซึ่งนำมาใช้จริงแล้วกับธุรกิจ เช่น การใช้ NFT เพื่อสร้าง Customer Engagement กับร้านสุกี้ตี๋น้อย และร้านกาแฟ Casa Lapin หรือ การนำ NFT มาเป็นรางวัลพรีเมียมพร้อมกับสิทธิพิเศษให้กับผู้ร่วมงานคอนเสิร์ต Overcoat ครั้งที่ 13

ทั้งนี้ JFIN Chain ยังได้ขยายอีโคซิสเต็มให้พร้อมเชื่อมต่อสู่ต่างประเทศ โดยการพาร์ทเนอร์กับต่างประเทศ อาทิ Coinstore.com ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลก ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ รองรับผู้ใช้งานกว่า 3.5 ล้านคน ใน 175 ประเทศทั่วโลก และ Liquid Crypto ผู้ให้บริการ Decentralized Finance ชั้นนำจากออสเตรเลีย

ในส่วนของเหรียญโทเค็น (Token) JFIN Chain มีผู้พัฒนาโปรเจกต์และมีเหรียญมาร่วมกันอยู่บนเชนมากมาย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น XWEL ที่เป็นเหรียญ

สำหรับองค์กรในรูปแบบ work to earn, WIRTUAL เหรียญจากแอปพลิเคชันออกกำลังกายชื่อดัง และ KGO เหรียญ City Token จากจังหวัดขอนแก่น ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคให้ขยายขึ้นต่อไปอีก

“จากที่เราพัฒนาเทคโนโลยี และสร้างแพลตฟอร์มต่างๆ ในปีที่ผ่านมา และ JFIN Chain ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็น Infrastructure Blockchain ให้กับองค์กรธุรกิจ ทรานสฟอร์มสู่โลก Web3 ผ่านการเชื่อมบุคคลเข้ากับเทคโนโลยีที่เราออกแบบจากพฤติกรรม พื้นฐานของผู้ใช้งานปัจจุบัน ซึ่งไม่เน้นเฉพาะ B2B เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง B2B2C ที่ C ไม่ใช่เพียงแค่ Customer อีกต่อไป แต่ยังรวมถึง Community ทั้งกลุ่มนักพัฒนา กลุ่ม Web3 ผู้ใช้งาน รวมถึงผู้ถือ JFIN ซึ่งมองว่าทุกกลุ่มนั้นต่างเป็นกลไกที่จะช่วยขับเคลื่อนให้บล็อกเชนขยายและเติบโตขึ้นไปอีก”

โดยเครื่องมือธุรกิจจากJFIN Chain ช่วยให้องค์กรและธุรกิจเชื่อมต่อสู่โลก Web3 ได้จริง ถูกออกแบบมาจากการศึกษา Pain point หลักของธุรกิจ 4 เรื่อง ได้แก่

1) ลดค่าใช้จ่ายต้นทุน (Reduce cost) เช่น ค่าพัฒนาแอปพลิเคชัน ค่าบำรุงรักษา ค่าตัวคนไอที ฯลฯ

2) เครื่องมือมีคุณภาพ (Quality) สร้างเครื่องมือพร้อมใช้งานที่มีคุณภาพ และใช้งานได้จริงในธุรกิจ หรืออุตสาหกรรมต่างๆ

3) ความรวดเร็วในการทำงาน (Fast) เนื่องจากหลายองค์กรไม่มีเวลามากพอที่จะพัฒนาระบบใหม่ๆ ดังนั้นเครื่องมือที่พร้อมใช้จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้

4) การผ่านมาตรฐานและมีการตรวจสอบอย่างถูกต้อง (Compliance Audit) การพัฒนาบล็อกเชนของJFIN Chain ได้รับการตรวจสอบทางบัญชีอย่างถูกต้อง และได้รับมาตรฐานความปลอดภัยทางระบบ ISO27001

สำหรับ JFIN Chain: Blockchain For Business นำเสนอ 7 เครื่องมือพร้อมใช้งาน ที่ธุรกิจสามารถเริ่มต้นก้าวเข้าสู่โลก Web3 ไปได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้

1. BUSINESS NFT : ตัวช่วยขับเคลื่อนธุรกิจโดย Non-Fungible Tokens (NFT) ด้วยรากฐานของระบบบล็อกเชน NFT เป็นเครื่องมือหลักที่จะเพิ่มมูลค่าให้กับแบรนด์ สร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลูกค้าให้แข็งแรง และช่วยให้ เข้าถึงกลุ่มลูกค้า GEN Z ธุรกิจสามารถปรับใช้งานเทคโนโลยี NFT ในรูปแบบของ Utility สอดคล้องไปกับรูปแบบ ของตัวเองได้

โดยเครื่องมือ BUSINESS NFT ที่ JFIN Chain พัฒนาขึ้น ใช้งานได้ตั้งแต่เริ่มรับ NFT ผ่านรูปแบบกิจกรรมต่างๆ ไปจนถึงนำไปใช้งานกับธุรกิจหรือร้านค้า รวมถึงจัดทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่างๆ (Campaign) อย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ถือ NFT นั้นๆ เหล่านี้จะช่วยให้การทำงานขององค์กรและธุรกิจเชื่อมต่อได้ง่าย รวดเร็ว และพร้อมใช้งานโดยที่ไม่ต้องใช้ทีมพัฒนาบล็อกเชนเพิ่มแต่อย่างไร

2. Join Application : ออกแบบมาเพื่อเป็นทางลัดในการเชื่อมต่อธุรกิจเข้าสู่โลกบล็อกเชนด้วยกระเป๋า (Wallet) ที่เป็น Mobile Application ที่มาพร้อมฟีเจอร์บล็อกเชนสำเร็จรูปบน ไม่ว่าจะเป็น Tokenization, NFT, Community, Gamification, Airdrop และอีกมากมาย

ด้วยแอปพลิเคชันพร้อมใช้งานนี้จะช่วยให้ธุรกิจประหยัดค่าใช้จ่ายในการพัฒนา แล้วมุ่งเน้นสร้างประโยชน์เพื่อทำกิจกรรมทางการตลาด สร้าง Customer Engagement หรือตอบโจทย์องค์กรที่มองหาเครื่องมือในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล สร้าง Employee Engagement ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันของคนรุ่นใหม่

3. Join Rewards : ตอบโจทย์การสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มชุมชน (Community) เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในธุรกิจ ด้วยการใช้งาน Join Rewards ที่จะช่วยสร้าง Engagement กับลูกค้าและชุมชนได้ง่ายขึ้น ผ่านกิจกรรมบน Join Application โดยที่ผู้ใช้งานองค์กรไม่จำเป็นต้องสร้างแอปพลิเคชันเอง และปรับใช้งาน template สำเร็จรูปได้ด้วยตัวเอง

4. TOKEN GENERATION : ตัวช่วยให้ระบบนิเวศธุรกิจธุรกิจแข็งแกร่งขึ้น ด้วยการสร้างและบริหารจัดการโทเคน โดยที่ไม่ต้องพัฒนาขึ้นมาเอง ด้วยบริการ Token Generation อีกตัวช่วยที่เปิดโอกาสในการทำธุรกรรม และแลกเปลี่ยนโทเค็นเป็นไปได้ง่าย และใช้งานได้จริง

5. JFIN Name Service (JNS) : เพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารให้ดีขึ้น ด้วยการลดปัญหาการจดจำเลขกระเป๋า Web3 หรือเว็บไซต์ยาวๆ ด้วยการสร้าง Name Service ในแบบ decentralized มั่นใจได้ในความปลอดภัยว่าเป็นตัวจริง ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลัง ช่วยยกระดับการจัดการธุรกิจให้เป็นไปได้ ด้วยความน่าเชื่อถือ

6. KLAIKLAI Decentralization Web3 Social Map : แพลตฟอร์ม GeoLocation เครื่องมือเชื่อมต่อผู้ใช้งานในแบบ Online to Offline ที่จะสร้างประสบการณ์ให้ทั้งบุคคล ชุมชน และธุรกิจ

ตอบโจทย์ธุรกิจด้วยฟีเจอร์ทางการตลาดที่จะช่วยดึงผู้ใช้งานจากออนไลน์ให้มาร่วมสร้างปฏิสัมพันธ์ในโลกจริง ผ่านกิจกรรมบนแอปพลิเคชัน สำหรับ KlaiKlai เป็น Mobile Application ที่ทำงานในแบบ Contribute to Earn ผู้ใช้งานสะสม exp เพื่อไปใช้แลกเป็น Token และรับรางวัลได้จริง

7. BLOCKCHAIN LAYER2 : Network Blockchain Layer 2 เป็น Network Blockchain สำรอง ที่รองรับการเก็บข้อมูลปริมาณมากและมีความรวดเร็ว เพื่อรองรับ Use Case ของธุรกิจที่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลปริมาณมาก

ทำให้การทำธุรกรรมรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายต่ำ มั่นใจได้ในความปลอดภัย และโปร่งใสตรวจสอบได้ของเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อช่วยขับเคลื่อนธุรกิจและองค์กรให้พุ่งทะยานต่อเนื่อง

JFIN Chainยังได้ต่อยอดสร้างสรรค์ Join Solution ให้เป็นโซลูชันตัวช่วยสำคัญในการนำเอาเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Web3, NFT และ Token เข้ามาทำงานร่วมกันในแบบ Integration เพื่อให้เป็น Enterprise Engagement Platform เชื่อมต่อธุรกิจและลูกค้าเข้าสู่โลก Web3 ได้อย่าง seamless

โดยองค์กรสามารถเลือกสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ สู่กลุ่มเป้าหมายได้ ทั้งการใช้ Customer Loyalty สู่ลูกค้าและคอมมูนิตี้, Employee Engagement กับพนักงานในองค์กร, Events & Concerts ตัวช่วยในการการจัดงานอีเว้นท์ และ Education Ecosystem ที่จะช่วยให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างความบันเทิงไปพร้อมกัน

โดย Join Solution ออกแบบมาเพื่อช่วยลดต้นทุนค่าพัฒนาด้านไอที ประหยัดเวลา เนื่องจากเป็นเครื่องมือพร้อมใช้ สามารถเชื่อมต่อใช้งานร่วมกับระบบหรือแอปพลิเคชันที่มีอยู่แล้วได้ทันที รวมถึง interface ของ Join Application หรือ Line OA และยังสามารถเลือก Customize ตาม CI ของบริษัท หรือแบรนด์นั้นๆ รวมถึงเลือกใช้งานเฉพาะฟีเจอร์ที่ต้องการ