นิกเกอิ ปิดตลาดบวก 583.68 จุด แตะนิวไฮในรอบ 34 ปี นำโดยหุ้นกลุ่มเทคฯ

215

 

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ (22 ม.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบ 34 ปี นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยตลาดปรับตัวตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐที่ดีดตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 36,546.95 จุด เพิ่มขึ้น 583.68 จุด หรือ +1.62%

หากนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน นิกเกอิปรับตัวขึ้นไปแล้วมากกว่า 9%

อนึ่ง ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เริ่มการประชุมนโยบายการเงินวันนี้เป็นวันแรก และจะแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันพรุ่งนี้ (23 ม.ค.)

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นจะเปิดเผยดุลการค้าเดือนธ.ค.ในวันพรุ่งนี้ และอัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.ของกรุงโตเกียวในวันศุกร์นี้ (26 ม.ค.)

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดลบในวันนี้ (22 ม.ค.) ขณะที่ นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนบริษัทเกาหลีใต้เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ส่วนเงินวอนแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

ทั้งนี้ ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,464.35 จุด ลดลง 8.39 จุด หรือ -0.34% โดยมีปริมาณการซื้อขายในตลาดอยู่ในระดับเบาบางที่ 376 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 8.25 ล้านล้านวอน (6.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในสัดส่วน 575 ต่อ 295 ตัว

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดร่วงลงกว่า 2% ในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติยังคงทุบขายหุ้นในตลาดหุ้นจีน ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ระดับ 2,756.34 จุด ลดลง 75.94 จุด หรือ -2.68%

นอกจากนี้ นักลงทุนยังผิดหวังที่ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ยลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีที่ระดับ 3.45% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 4.20% ในวันนี้ โดยอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

PBOC ได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย LPR หลังจากมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปีซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีนที่ระดับ 2.5% เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวเพื่อรับมือกับภาวะเงินฝืดและกระตุ้นการปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดร่วงกว่า 300 จุดในวันนี้ หลังจากที่ธนาคารกลางจีน (PBOC) คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (LPR) ประเภท 1 ปีและ 5 ปีในวันนี้ (22 ม.ค.)

ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ระดับ 14,961.18 จุด ร่วงลง 347.51 จุด หรือ -2.27%

ธนาคารกลางจีนมีมติคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีที่ระดับ 3.45% และคงอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีไว้ที่ระดับ 4.20% ในวันนี้ โดยอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีของจีนเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้น ส่วนอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในการกำหนดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว เช่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง

ธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ย LPR หลังจากมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะกลาง (MLF) ระยะ 1 ปีซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของจีนที่ระดับ 2.5% เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวลง 0.10% สู่ระดับ 2.40% เพื่อรับมือกับภาวะเงินฝืดและกระตุ้นการปล่อยกู้เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดบวกในวันนี้ โดยได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคและกลุ่มการเงิน ขณะที่นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

ดัชนี S&P/ASX 200 ปิดที่ 7,476.60 จุด เพิ่มขึ้น 55.40 จุด หรือ +0.75% และดัชนี All Ordinaries ปิดที่ 7,702.30 จุด เพิ่มขึ้น 50 จุด หรือ +0.65%

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ 2 รายการในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยในวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 4/2566 และจากนั้นในวันศุกร์จะมีการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ประจำเดือนธ.ค.

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง