หวัง อี้ เตือนสหรัฐ อย่าพยายามทำให้ไต้หวันแยกดินแดนเป็นเอกราชจากจีน

316

“หวัง อี้” เตือนสหรัฐ อย่าพยายามทำให้ไต้หวันแยกดินแดนเป็นเอกราชจากจีน ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี และไม่ต้องการให้สหรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใดๆ กับไต้หวัน

นายหวัง อี้ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านการต่างประเทศพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวเตือน นายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ว่า อย่าพยายามจะทำให้ไต้หวันแยกดินแดนเป็นเอกราชจากจีน ระหว่างการหารือเมื่อวันที่ 26-27 ม.ค.ที่กรุงเทพฯ

กระทรวงต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์โดยอ้างคำพูดของนายหวังว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี และไม่ต้องการให้สหรัฐเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใดๆ กับไต้หวัน

ด้านทำเนียบขาว ระบุว่า นายซัลลิแวนได้หารือกับนายหวังเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดข้ามช่องแคบ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของช่องแคบไต้หวัน

นอกจากนี้ กระทรวงต่างประเทศจีนเสริมว่า จีนและสหรัฐยังเห็นพ้องที่จะจัดการเจรจาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างรัฐบาลเป็นครั้งแรกในฤดูใบไม้ผลินี้

การประชุมครั้งนี้นับเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นของทั้งประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ระหว่างการประชุมสุดยอดที่นครซานฟรานซิสโกในเดือนพ.ย.2566 เพื่อรักษาการสื่อสารเชิงกลยุทธ์และจัดการความสัมพันธ์อย่างมีความรับผิดชอบ

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า นับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐและจีนได้พบปะกันแบบตัวต่อตัว หลังจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนการแยกไต้หวันให้เป็นอิสระจากจีน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวันติดต่อกันเป็นสมัยที่ 3

ทั้งนี้ จีนซึ่งมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ คัดค้านการติดต่อกันอย่างเป็นทางการในทุกรูปแบบระหว่างไต้หวันกับสหรัฐ และได้ดำเนินการตอบโต้การเยือนไต้หวันของนางแนนซี เพโลซี อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อปี 2565 ด้วยการซ้อมรบทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ซึ่งรวมถึงการยิงขีปนาวุธและการจำลองปิดล้อมเกาะไต้หวัน เนื่องจากจีนมองว่าการที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศเดินทางเยือนไต้หวันเท่ากับเป็นการยอมรับอธิปไตยของไต้หวัน