แดรี่ควีน ยกเครื่องแบรนด์เปิด Lounge Concept จับตลาดพรีเมียม

369
แดรี่ควีน

ตลาดไอศกรีม 2.5 หมื่นล้านบาท ร้านเบเกอรี่-คาเฟ่-แบรนด์จีน ตบเท้าแย่งมาร์เก็ตแชร์ แดรี่ควีน สปีดโมเดลใหม่ DQ Lounge Concept เจาะตลาดพรีเมียม นำร่อง EV truck ลุยตลาดนอกมอลล์ พร้อมปูพรมรีโนเวต 80 สาขาปรับภาพลักษณ์ใหม่ “The playground for a sweet pause”

นายธนกฤต กิตติพนาชนม์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัทไมเนอร์ ดีคิว จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดไอศกรีมอยู่ที่ราวๆ 2.5 หมื่นล้านบาท โดย แดรี่ควีน ครองมาร์เก็ตแชร์ 30-40%ในตลาดไอศกรีม Unpack มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท

ตลาดไอศกรีมไทยแข่งดุ รับศึกร้านเบเกอรี่-คาเฟ่-แบรนด์จีน แย่งมาร์เก็ตแชร์”

ปัจจุบันตลาดไอศกรีมเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงจากคู่แข่งใหม่ๆที่เข้ามาในตลาด ทั้งธุรกิจร้านกาแฟหรือเบเกอรี่ที่เริ่มขายไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟ บวกกับคู่แข่งจากต่างประเทศไม่ว่าแบรนด์จีนหรือแบรนด์อินโดนีเซีย ที่ลงมาเล่นในตลาดเดียวกันทั้งหมดนั่นคือเน้นทั้ง ดริ้งค์ และ ซอฟท์เสิร์ฟ

“โพชิชั่นนิ่งของ Dairy Queen แตกต่างจากคู่แข่งจากต่างประเทศที่เริ่มธุรกิจจากการขยายนอกมอลล์และเพิ่งเริ่มขยายเข้าสู่มอลล์ในช่วงท้ายปี 2566 ขณะที่เราเองเริ่มจากมอลล์และกำลังจะขยายออก นอกจากนี้สินค้าของเรามีความพรีเมียมมากขึ้นจากการขยายพอร์ตสินค้าเริ่มจากราคา 12-499 บาท หลังจากนี้เราจะโฟกัสเรื่องของ MPD เค้ก และดริ้งค์ที่เป็นเรดโอเชี่ยนโดยจะเลือกสินค้าที่คอนเนคกับลูกค้า

ดังนั้นสิ่งที่เราแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดคือ ดริ้งค์ ที่ยังไม่ได้เป็นแคตากอรี่ที่ Dairy Queen เน้นแต่เรากำลังโตและนำเข้ามาปีที่แล้วและเพิ่มยอดขายได้เท่าตัว ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 10% ส่วนคอร์บิสิเนสยังคงเป็นบลิซาร์ด 65% และอีกหนึ่งพอร์ตที่คู่แข่งยังไม่มีและเป็นเอกลักษณ์ของเราคือเค้ก 20% ซึ่งในตลาดมีผู้เล่นแบรนด์หลักไม่เกิน 3-4 ราย โดย Dairy Queen และสเวนเซ่นส์แทบจะเป็นผู้เล่นหลักที่ครองตลาดทั้งหมด”

“ไทยแลนด์” ขึ้นแท่นคีย์โฟกัส แดรี่ควีน อินเตอร์ฯ

อย่างไรก็ตามในพอร์ตของ Dairy Queen ทั่วโลกหากไม่นับอเมริกาและเม็กซิโก ด้านเอเชีย จีน ยังเป็นตลาดใหญ่ที่สุดรองลงมาคือประเทศไทย ซึ่งไทยกลายเป็นฐานการพัฒนาสินค้าของ Dairy Queen สำหรับอาเซียน เช่น แมงโก้และโอวัลตินเมื่อซัคเซสที่ไทยจึงนำไปวางขายที่กัมพูชา ลาว และอินโดนีเซียจนสร้างยอดขายเติบโต ดับเบิ้ลดิจิต

“ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา แดรี่ควีน “ไทยแลนด์” กลายเป็นเมนฮับของเอเชีย เรามี “ แดรี่ควีน อินเตอร์เนชั่นแนล เบสต์ ออฟฟิศ” ตั้งอยู่นอกจากเมืองจีน ศักยภาพของเมืองไทยเป็นคีย์ไพออริตี้ของ “แดรี่ควีน อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นคีย์โฟกัสของแดรี่ควีนในการพัฒนาสินค้าทุกอย่าง รวมทั้งคอนเซ็ปต์และดีไซน์ของร้าน

ซัคเซสของแดรี่ควีนประเทศไทยปี 2566 ที่ผ่านมาเราออกหลายสินค้าที่ฮิตเกินเป้าหลายตัวและยูนีคสำหรับประเทศไทยทั้งบลิซซาร์ด ทุเรียน , บลิซซาร์ด ข้าวเหนียวมะม่วงน้ำกะทิ, บลิซซาร์ด โอวัลตินภูเขาไฟและบลิซซาร์ดปังกรอบชาไทย ทำให้แดรี่ควีนสามารถสร้างการเติบโตกว่า 70%ในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากการเติบโตเฉลี่ย 30% ทุกปีหลังโควิด”

ปูพรมขยายสาขาเจาะทำเลนอกมอลล์-รีโนเวตสาขาเพิ่มยอด 15%

ปัจจุบันแดรี่ควีนมี 520 สาขาและตั้งเป้าขยายสาขาครบ 1000 สาขาภายใน 5 ปีโดยเป็นการขยายสาขาโดย Dairy Queen 70%และแฟรนไชส์ 30% ซึ่งปีนี้จะเปิดสาขาใหม่ 10 สาขาแบ่งเป็นการขยายเอง 7 สาขา และแฟรนไชส์ 3 สาขาในกทม.และปริมนฑลทั้งหมด

“ปีที่แล้วเราเริ่มขยายสาขานอกมอลล์ หรือขยายสาขาใหม่ในโลเคชั่นที่ไม่เคยเปิดบริการมาก่อนเพื่อขยายไปยังตลาดใหม่ๆเช่นมหาวิทยาลัยและชุมชนที่มีคนอาศัยหนาแน่น ส่วนปีนี้จะขยายสาขาสแตนด์อโลน ในทำเลศักยภาพทั้ง อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล ห้างค้าส่งนอกจากนี้ยังจะเร่งรีโนเวตสาขาเดิมเพื่อเพิ่มยอดขาย 15% และรีโนเวตสาขาเพิ่ม 80 สาขา”

แดรี่ควีน

ผุดโมเดลใหม่นั่งทานในร้านรับอินไซต์ลูกค้าอยากรีแลกซ์

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2567 Dairy Queen ตั้งเป้ามุ่งสู่การเป็น “The playground for a sweet pause” ซึ่งพัฒนาจากอินไซต์ลูกค้าที่ต้องการนั่ง “รีแลกซ์ ผ่านการปรับโฉมแบรนด์ครั้งใหม่ ภายใต้คาแรกเตอร์ ทันสมัย รักสนุก และมีพลัง ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การตลาดทั้งออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ,การสั่งเมนูผ่าน QR code ,ชำระเงินผ่านระบบออนไลน์

“ปัจจุบันโมเดลธุรกิจเราเป็นคีออส แต่จากนี้เราจะสร้างร้านใหม่ที่มีพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ โดยเพิ่มที่นั่งในร้านมากขึ้นกว่า 50% ของพื้นที่ และออกสินค้าใหม่ให้ลูกค้าเอนจอยมากขึ้น ส่วนเชิงแบรนดิ้งเราจะรีเฟรชภาพลักษณ์ให้คนทุกระดับเข้าถึงง่ายและเอนจอย”

Lounge Concept-EV truck บิ๊กไอเดียขยายตลาดใหม่

นอกจากนี้ยังจะขยายโมเดลใหม่ “DQ Lounge Concept” โดยเพิ่มพื้นที่นั่งทานในร้านกว่า 50%ของพื้นที่ให้ลูกค้านั่งรีแลกซ์ในบรรยากาศสุดโมเดิร์น ส่วนการขยายสาขาจะเปิดเป็นสาขาที่ 2 ในห้างสรรพสินค้าที่มี แดรี่ควีน คีออส อยู่แล้ว เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการนั่งรีแล็กซ์และกลุ่มพรีเมียม นอกจากนี้ยังมีสินค้าที่ออฟเฟอร์เฉพาะโมเดลนี้ทั้ง เบเกอรี่ และ พาร์เฟต์ ซึ่งปัจจุบันเปิดไปแล้ว 1 สาขาที่ เซ็นทรัลเวสต์เกต โดยมียอดขายเติบโตขึ้น 10% จากสินค้าใหม่ที่ออฟเฟอร์เพิ่ม

“สำหรับการขยาย DQ Lounge เบื้องต้นมองว่าจะขยายจังหวัดละ 1 สาขา ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมนฑลจะเน้นขยายในห้างพรีเมียมทุกแห่ง โดยปีนี้จะเปิดเพิ่ม 1 สาขาคือ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค-สเปลล์ ใช้งบลงทุนเพิ่มไม่เกิน 20%จากการเปิดร้านโมเดลปกติที่ใช้งบราวๆ 3-3.5 ล้านบาทต่อสาขา”

และอีกหนึ่งบิ๊กไอเดียที่แดรี่ควีนกำลังเริ่มดำเนินการคือ “EV truck” คันแรกในโลกที่สามารถเสิร์ฟไอศครีมซอฟท์เสิร์ฟตอบโจทย์การลดโลกร้อน ซึ่งในปีที่ผ่านมาแดรี่ควีนลดพาสติกในธุรกิจไปกว่า 50% หลังจากนี้จะออกแพคเกจจิ้งที่น่ารักเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าอยากสะสม ปัจจุบันแดรี่ควีนมี “EV truck” เปิดให้บริการ 1 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเพิ่ม “EV truck” 5 คัน และในอนาคตสามารถสาขาต่อยอดให้บริการในคอนเสิร์ต อีเวนต์ และให้เปิดให้แฟรนไชส์นำไปเปิดบริการได้