หุ้นไทย ปิดบวก 16.12 จุด ดอกเบี้ยเฟดผ่านจุดพีค บอนด์ยีลด์อ่อนตัว

561

หุ้นไทย

หุ้นไทย ปิดวันนี้ 2 ก.พ. ที่ระดับ 1,384.08 จุด เพิ่มขึ้น 16.12 จุด มูลค่าซื้อขาย 45,159 ล้านบาท ดัชนีปรับตัวขึ้นตามภูมิภาค เริ่มเห็นสัญญาณบวกมากขึ้นเรื่อยๆ หลังเฟดคงดอกเบี้ยตามคาด นักลงทุนมองว่าจะเห็นการปรับลดดอกเบี้ยได้ในเดือนพ.ค. ทำให้เชื่อมั่นว่าดอกเบี้ยได้ผ่านจุดพีคไปแล้ว ส่งผลให้บอนด์ยีลด์ปรับตัวลง

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ปิดที่ระดับ 1,384.08 จุด เพิ่มขึ้น 16.12 จุด (+1.18%) มูลค่าซื้อขาย 45,159.93 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 2,097.47 ล้านบาท กองทุนซื้อสุทธิ 743.31 ล้านบาท

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดี สอดคล้องกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย โดยเริ่มเห็นสัญญาณบวกมากขึ้น หลังเสร็จสิ้นการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งคงดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดไว้ และมีน้ำหนักมากขึ้นที่อาจเห็นการปรับลดดอกเบี้ยลงได้ในเดือนพ.ค.นี้

นักลงทุนจึงเชื่อว่าดอกเบี้ยเฟดได้ผ่านจุดพีคไปแล้ว ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวลง ส่งผลดีต่อต้นทุนของหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ ที่วันนี้ก็ปรับตัวขึ้นมารับกับประเด็นดังกล่าว

อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวต่อเนื่อง จากจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือนม.ค.ที่เพิ่มสูงขึ้น และแนวโน้มในเดือนก.พ. ซึ่งตามสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมักจะสูงกว่าเดือนม.ค. ทำให้เห็นแรงซื้อเข้ามาในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยว อย่าง AOT, CPALL และ BJC เป็นต้น

แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดตลาด หุ้นไทย มีโอกาสปรับตัวขึ้น ให้แนวต้าน 1,400 จุด และแนวรับที่ 1,370 จุด แนะติดตามการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และในคืนนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขแรงงานของสหรัฐ หากออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดจะเป็นผลดีต่อตลาด

5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด

  • AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,029.52 ล้านบาท ปิดที่ 62.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
  • CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,420.51 ล้านบาท ปิดที่ 54.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท
  • BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,381.90 ล้านบาท ปิดที่ 140.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
  • KBANK มูลค่าการซื้อขาย 1,189.78 ล้านบาท ปิดที่ 121.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท
  • KTB มูลค่าการซื้อขาย 934.70 ล้านบาท ปิดที่ 16.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม :