ดุสิตธานี ส่ง ‘ดุสิต กาสโทร’ รุกลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ แคทอริ่ง

314

กลุ่มดุสิตธานี ขยายพอร์ตธุรกิจอาหาร ‘ดุสิต ฟู้ดส์’ วางแพลนปี 67 ส่ง ‘ดุสิต กาสโทร’ จัดหาวัตถุดิบคุณภาพป้อนลูกค้าใหม่กลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร คาเฟ่ แคทอริ่งคาดหนุนรายได้แตะ 2,500 ล้านบาทในปี 2570

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากกลุ่มดุสิตธานีขยายการลงทุนในธุรกิจอาหาร ด้วยการจัดตั้งบริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด ตั้งแต่ปี 2561 ซึ่งปัจจุบันกลุ่มดุสิตธานีถือหุ้นใน “ดุสิต ฟู้ดส์” ในสัดส่วน 75% ขณะที่บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ถือหุ้นในสัดส่วน 25%

ปัจจุบันธุรกิจอาหารภายใต้การบริหารของ “ดุสิต ฟู้ดส์” สามารถเติบโตได้อย่างน่าพอใจ โดยในรอบ 9 เดือนของปี 2566 ที่ผ่านมา ธุรกิจอาหารมีรายได้ในสัดส่วน 19.5% ของรายได้รวมของกลุ่มดุสิตธานี สูงกว่าเป้าหมายที่กลุ่มดุสิตธานีวางไว้ว่า จะกระจายรายได้ไปในธุรกิจอื่นๆ นอกจากธุรกิจโรงแรมและการศึกษาในสัดส่วน 10%

“ธุรกิจอาหารเป็นธุรกิจที่เติบโตดีและมีศักยภาพ ขณะที่กลยุทธ์ที่เราวางไว้เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจอาหารก็เป็นไปตามแผน จากจุดเริ่มต้นที่เราเน้นการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจรับจัดเลี้ยงหรือแคเทอริ่ง ด้วยการถือหุ้น 70% ในเอ็บเพอคิวร์ กรุ๊ป ที่ปัจจุบันให้การบริการรับจัดอาหารให้กับโรงเรียนนานาชาติ ทั้งในไทย เวียดนาม และกัมพูชา

การลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่ ด้วยการถือหุ้นในบองชู กรุ๊ป ในสัดส่วน 55% ทำให้เรามีโรงงานผลิตเบเกอรี่ คือ พอร์ต รอยัล เข้ามาในพอร์ตลงทุนของเรา รวมถึงการถือหุ้นใน Savor Eats ในสัดส่วน 51% ที่จะเห็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนมากขึ้นในปีนี้

และในปีนี้เช่นเดียวกันที่ ‘ดุสิต ฟู้ดส์’ จะสร้างการเติบโตจากภายในผ่านบริษัท ดุสิต กาสโทร จำกัด ที่ ‘ดุสิต ฟู้ดส์’ ถือหุ้นในสัดส่วน 100% โดยทั้งหมดนี้ เป็นพัฒนาการของธุรกิจอาหารที่จะกลายเป็นกำลังสำคัญในการสร้างการเติบโตให้กับกลุ่มดุสิตธานีในอนาคตอย่างแน่นอน”

ด้าน นางสาวมณิศา มิตรไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต ฟู้ดส์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจไว้ที่เฉลี่ยปีละ 15-18% โดยวางเป้าหมายว่าจะสามารถสร้างรายได้แตะระดับ 2,500 ล้านบาทภายในปี 2570 ทั้งนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา (9 เดือน) บริษัทฯ สามารถสร้างรายได้ถึง 878 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19.5% ของรายได้โดยรวมของกลุ่มดุสิตธานีที่ 4,512 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ที่สำคัญมาจาก 2 ธุรกิจที่เข้าไปลงทุนไว้ก่อนหน้า คือ เอ็บเพอคิวร์ กรุ๊ป และบองชู กรุ๊ป

ในปีนี้ทั้งเอ็บเพอคิวร์ ซึ่งปัจจุบันดำเนินธุรกิจรับจัดอาหาร (แคเทอริ่ง) ให้กับโรงเรียนนานาชาติ ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา มีแผนจะขยายลูกค้าไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง

รวมถึงประเทศต่างๆ ทั่วโลก พร้อมๆ กับขยายการให้บริการที่นอกเหนือไปจากกลุ่มโรงเรียนนานาชาติ เช่นเดียวกับบองชู กรุ๊ป ที่มีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังจีน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ซึ่งจะตอบโจทย์พันธกิจหลักของ “ดุสิต ฟู้ดส์” ที่จะนำอาหารเอเชียออกไปสู่ตลาดโลก

“พัฒนาการที่สำคัญของ ‘ดุสิต ฟู้ดส์’ ในปีนี้ คือ การทำให้ภาพการเป็นบริษัทที่ลงทุนด้านอาหารในรูปโฮลดิ้งส์ชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาเรามองหาโอกาสลงทุนในพันธมิตรจากภายนอกที่แข็งแกร่ง ทำให้เราเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ในปีนี้เราจะรุกการเป็น Food Solutions ที่จะขับเคลื่อนจากภายใน ผ่านบริษัท ดุสิต กาสโทร จำกัด ที่ดุสิต ฟู้ดส์ ถือหุ้น 100%

โดยดุสิต กาสโทรจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพ (Food Sourcing Hub) ตั้งแต่ข้าวออร์แกนิค ที่กลุ่มดุสิตธานีทำสัญญากับเกษตรกรโดยตรง รวมถึงเครื่องปรุงชนิดต่างๆ เพื่อส่งต่อให้กับลูกค้าทั้งในเครือและนอกเครือ ตลอดจนสร้างสรรค์นวัตกรรมอาหาร (Innovation) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ “ดุสิต กาสโทร” ที่สามารถรับคำสั่งในการรังสรรค์เมนูอาหาร รวมถึงขนมอบต่างๆ ให้กับลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง

ตั้งแต่วัตถุดิบ ขนาด รสชาติ และงบประมาณ ซึ่งจะทำให้ดุสิต กาสโทรเป็นจุดเชื่อมทุกธุรกิจของกลุ่มดุสิตธานีไปสู่ฐานลูกค้าใหม่ๆ ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะการให้บริการในกลุ่มเท่านั้น โดยขณะนี้ดุสิต กาสโทรได้เริ่มเจาะกลุ่มลูกค้าในธุรกิจค้าปลีก โรงแรม ร้านกาแฟในสถานีบริการน้ำมัน ที่มีสาขาทั่วประเทศ รวมถึงศูนย์แสดงสินค้าขนาดใหญ่”

เรามั่นใจว่าดุสิต กาสโทรจะตอบโจทย์ที่เป็น pain point หรือปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการกิจการอาหาร ที่ต้องเผชิญภาวะการขาดแรงงาน ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น มาตรฐานของวัตถุดิบและการผลิตที่ไม่สามารถควบคุมให้สม่ำเสมอได้ ปัญหาขยะอาหารเหลือทิ้ง (Food Waste) และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งรับมือได้ยาก

ดังนั้น บริการของ “ดุสิต กาสโทร” ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางในการรับคำสั่งจากลูกค้า เชื่อมต่อระหว่างลูกค้ากับธุรกิจอื่นๆ ในกลุ่ม “ดุสิต ฟู้ดส์” และพันธมิตรด้านอาหารของเรา จะตอบโจทย์และลดปัญหาที่ลูกค้าในกลุ่ม HoReCa ต้องเผชิญมาโดยตลอด”